มะเขือเทศ เป็นผักสวนครัวอีกชนิดที่ปลูกง่าย และแนะนำเลยว่าให้ปลูกไว้ติดบ้านซักต้นสองต้น มันดีจริงๆ นะ

เพราะหลังจากอ่านข้อแนะขั้นตอนการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ วิธีการปลูกอย่างไรให้ได้ผลดกและใหญ่ โดยตั้งแต่เริ่มการเพาะเมล็ดไปจนถึงการดูแลจนได้ผลผลิต เทคนิคปลูกมะเขือเทศกลับหัว ผักสวนครัวรั้วกินได้อีกชนิดที่ควรมีไว้ติดบ้าน เรื่องนี้แล้ว รับรองเลยว่า ปลูกกันได้อย่างแน่นอน

มะเขือเทศลูกท้อ ผักสวนครัวที่ปลูกง่าย แต่หลายคนลืมนึกถึง

จริงๆ แล้วเราสามารถหาเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศลูกท้อที่อร่อยและเหมาะที่จะนำมาปลูกได้ไม่ยาก โดยในห้างร้านทั่วไป หรือแม้แต่ร้านขายของชำ ท่านอาจจะเคยเห็น…

แนะวิธีการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ให้ผลดกและใหญ่
แนะวิธีการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ให้ผลดกและใหญ่

แน่นอนว่าเมล็ดพันธุ์หาง่ายมาก หรือหากไม่เจอจริงๆ เดินไปตามร้านค้าในตลาดสด ซื้อมากินซักหน่อย เอาลูกสวยๆ งามๆ เอามาผ่าเป็นแว่นๆ ให้ติดเมล็ด นำเอาฝังดิน ไม่นานก็จะได้ต้นมะเขือเทศงามๆ รอออกลูกต่อไป แต่กว่าจะทำอย่างนั้นได้ ต้องเรียนรู้ที่จะปลูก และดูแลให้ได้ต้นมะเขือเทศที่สมบูรณ์ก่อน

เริ่มต้นปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ก่อนอื่นต้องเพาะเมล็ดให้ได้ก่อน

ขั้นตอนการเพาะเมล็ด มีหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการเพาะเมล็ดแบบไม้ใช้ดิน แต่ผู้เขียนไม่อยากแนะนำการเพาะเมล็ดด้วยวิธีนี้ เนื่องจากมะเขือเทศเป็นพืชที่โตเร็ว หากมีความชื้นดีๆ เพียงแค่ 2-3 วัน เมล็ดก็จะงอกแทงลำต้นยาวขึ้นมาแล้ว ข้อเสียของการเพาะเมล็ดแบบไม้ใช้ดินกับมะเขือเทศคือ จะได้ต้นอ่อนของมะเขือเทศที่ยาว และลำต้นไม่แข็งแรง

วิธีที่เหมาะกับการเพาะเมล็ดมะเขือเทศคือ หยอดลงดินที่ชุ่มน้ำ หรือฝานมะเขือเทศเป็นแว่นๆ แล้วนำไปฝังกลบในกระถางหรือแปลงปลูก และวางในที่ร่ม แสงแดดส่องถึงเล็กน้อย วิธีนี้จะทำให้ต้นมะเขือเทศแทงยอดออกมาและแข็งแรง

เมื่อเพาะเมล็ดจนงอกแล้ว หลังจากนั้นประมาณ 10-15 วัน หรือต้นอ่อนมะเขือเทศเริ่มมีใบจริง  (ใบที่เป็นหยัก) ออกมา 1-2 ใบแล้ว หากต้องการย้ายลงแปลงหรือกระถางที่ต้องการปลูก ให้ทำการย้ายในช่วงนี้ โดยค่อยๆ ย้ายปลูกลงปลูกด้วยการตักไปทั้งต้นพร้อมดินปลูก (อย่าถอน) ส่วนการทำค้าง แนะนำให้เริ่มทำได้เลย เพราะจะทำให้ไม่เสียเวลา เนื่องจากต้นมะเขือเทศเป็นผักสวนครัวที่โตเร็วมาก

แนะวิธีการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ให้ผลดกและใหญ่

เทคนิคการทำให้มะเขือเทศลูกท้อ มีผลใหญ่ และลูกดก

มะเขือเทศลูกท้อ เป็นพันธุ์ที่ต้องมีค้างเพื่อให้ต้นมะเขือเทศจับยึดเกาะ อีกทั้งเป็นการช่วยรับน้ำหนักไปในตัว เนื่องจากผลจะมีน้ำหนักมาก หากไม่มีการทำค้าง หรือช่วยจับยึดกิ่งอาจทำให้กิ่งงอและหักเสียหายได้ง่าย

เทคนิคที่่ช่วยให้มะเขือเทศมีผลใหญ่ คือการทำค้าง จะช่วยรับน้ำหนักให้กิ่งไม่เสียหาย และหมั่นตัดกิ่งไม่จำเป็นออกให้เหลือไว้เพียง 1-2 กิ่งเท่านั้น จะทำให้ได้ผลผลิตที่โตและใหญ่ อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาโรคแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย

การทำค้างอาจทำแบบใช้ไม้ปักเป็นกระโจม หรือใช้เชือกผูกต้นมะเขือเทศไว้ตามเสาที่ปักค้ำยัน โดยทั่วไปมะเขือเทศแบบผักสวนครัว นิยมปลูกแบบขึ้นค้าง แล้วตัดแต่งกิ่งแขนงออกให้เหลือเพียง 1-2 กิ่งต่อต้น ข้อดีคือทำให้ได้มะเขือเทศผลใหญ่ และลดปัญหาโรคแมลงที่อาจซ่อนตัวตามกิ่งใบ

แนะวิธีการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ให้ผลดกและใหญ่
แนะวิธีการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ให้ผลดกและใหญ่
แนะวิธีการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ให้ผลดกและใหญ่

เคล็ดลับอีกอย่างในการดูแลต้นมะเขือเทศให้เติบโตแข็งแรง และออกดอกผลให้อย่างสม่ำเสมอคือ การให้น้ำ และ ปุ๋ย

การให้น้ำมะเขือเทศลูกท้อ ควรให้น้ำตั้งแต่เริ่มปลูกไปจนถึงผลเริ่มแก่อย่างสม่ำเสมอ กระทั่งผลมะเขือเทศเริ่มเปลี่ยนสีจากเหลืองเป็นส้มแล้ว จึงลดการให้น้ำลง ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันผลแตก เพราะหากมะเขือเทศเริ่มสุกโดยการขาดน้ำ ผลจะแตกได้ง่าย แต่หากได้น้ำเยอะเกินไป ผลจะร่วง และเป็นโรครากเน่าโคนเน่าได้ก่อนที่ผลจะสุกงอม

การให้ปุ๋ย การเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยการใส่ปุ๋ยหมัก ซึ่งแนะนำว่าควรใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือนทุก 20 วัน จนกว่าผลจะเริ่มสุก หากไม่มีปุ๋ยมูลไส้เดือนใช้ แนะนำให้ทำปุ๋ยหมักใช้เองเพื่อการประหยัดรายจ่าย

แนะนำการทำปุ๋ยหมัก และการปรับปรุงดิน สำหรับการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ

แนะวิธีการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ให้ผลดกและใหญ่

ปลูกมะเขือเทศลูกท้อในกระถาง อย่างไรให้ได้ผลผลิตดี

การปลูกมะเขือเทศในกระถาง จำเป็นต้องใช้ไม้ค้ำยัน เพื่อป้องกันกิ่งและลำต้นหักเสียหาย หากไม่ทำก็จะทำให้ไม่ได้ผลผลิต และต้นมะเขือเทศก็จะแคระ และไม่ออกดอกผล

แต่ก็มีอีกวิธีที่ไม่จำเป็นต้องทำค้างหรือใช้ไม้ค้ำยัน ด้วยเทคนิคการปลูกมะเขือเทศกลับหัว วิธีการคือ…

การปลูกมะเขือเทศกลับหัว เพิ่มผลผลิต

การปลูกมะเขือเทศกลับหัวในกระถาง

ใช้กระถางที่สามารถแขวนได้ เจาะรูใต้กระถางใหญ่ๆ ประมาณ 1 นิ้ว นำดินปลูกใส่ในกระถางให้เต็ม (ไม่ต้องใช้วัสดุรองก้นกระถาง) หากดินรั่วใช้วัสดุอื่นอุดรูไว้ก่อนได้ รดน้ำให้ชุ่ม ดินจะยุบตัว พยายามอัดดินให้เต็มแต่ไม่ต้องแน่นและรดน้ำให้ชุ่มอีกรอบ

เสร็จแล้วคว่ำกระถางลง ดึงวัสดุที่อุดรูก้นกระถางออก หยอดเมล็ดมะเขือเทศลูกท้อลงไป 4-5 เม็ด กลบด้วยดินบางๆ ใข้วัสดุทึบแสง ครอบปิดกระถางปลูกไว้ไม่ให้โดนแสง วางกระถางไว้ในที่ร่ม รอประมาณ 2-3 วัน ต้นมะเขือเทศจะแทงยอดออกมาจนยาวประมาณ 2-3 ซม.

การปิดไม่ให้ต้นกล้าได้รับแสงในขั้นตอนการเพาะเมล็ด จะทำให้มะเขือเทศมีลำต้นยาว วิธีนี้เหมาะที่จะปลูกแบบกลับหัวที่สุด

เอาที่ครอบออกแล้ววางกระถางไว้ในที่ร่ม รอให้ต้นมะเขือเทศแตกใบจริง (ใบหยัก) ประมาณ 7-10 วัน เสร็จแล้วนำลวดแขวนมาเกี่ยวกระถางโดยพลิกกระถางกลับหัว ต้นมะเขือเทศจะห้อยอยู่ด้านล่าง รดน้ำเช้า-เย็น ใส่ปุ๋ยตามปกติ มะเขือเทศกลับหัวจะพยายามโตเองโดยธรรมชาติ หากลำต้นมีกิ่งมาก ตัดกิ่งออกให้เหลือ 2-3 กิ่ง เพื่อป้องกันต้นถอนเพราะแรงโน้มถ่วง

ใช้ลวดหรือเชือกผูกช่วยรับน้ำหนักป้องกันต้นร่วงจากกระถาง วิธีนี้ไม่ว่าต้นมะเขือเทศจะยาวแค่ไหนก็ไม่เป็นอุปสรรคในการปลูก และได้ผลผลิตเร็วกว่าการปลูกแบบปกติ

แนะวิธีการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ให้ผลดกและใหญ่

หวังว่า เทคนิคการปลูกมะเขือเทศลูกท้อให้ผลดก ได้ผลผลิตดี น่ากินเรื่องนี้ จะเหมาะกับยุคเศรษฐกิจแบบนี้ เพราะมะเขือเทศ สามารถทำเมนูได้สารพัด หากมีไว้ติดบ้าน รับรองว่าไม่เสียหายอย่างแน่นอน

สำหรับผู้เขียนเอง ก็ปลูกมะเขือเทศลูกท้อบนต้นกล้วย โดยการใช้ต้นกล้วยเป็นกระถางปลูก และทำค้างตามปกติ ได้ผลผลิตดี แต่ผลอาจไม่สวยเนื่องจากไม่ได้ใช้ดินปลูก จึงทำให้ต้นมะเขือเทศไม่ได้รับธาตุอาหารเพียงพอ แต่ปลูกไว้กินเองก็ไม่ต้องแคร์สื่อ…

การปลูกบนต้นกล้วย มีข้อดีคือไม่ต้องรดน้ำมาก ไม่ต้องดูแลมาก แต่พืชผักอาจไม่มีสารอาหารเพียงพอเท่านั้นเอง

แนะนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้