ปลูกพืชกลับหัว ทำอย่างไรถึงได้ผล

ปลูกพืชกลับหัว หรือพืชตีกลับ หรือการปลูกพืชผักแบบกลับหัว upside down plant วิธีทำไม่ยาก แต่ได้ผลจริงหรือไม่ มาลองดูกัน

การปลูกพืช ตามปกติทั่วไป มีลักษณะที่เหมือน ๆ กันในโลก คือ การเอาส่วนที่เป็นราก ลงพื้นดิน ให้จมอยู่ใต้ดิน หรือใต้น้ำ แน่นอนว่า ส่วนที่เป็นรากดังกล่าว จำเป็นต้องจมอยู่ มากกว่าส่วนยอด

แต่ในทางกลับกัน การเจริญงอกงามของพืช บางชนิด เช่น ไม้ล้มลุก หรือต้นไม้ ที่มีการเจริญเติบโตแบบ ผิดปกติ ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ต้นที่ล้ม โดยสาเหตุต่าง ๆ หรือเกิดจากการฝืนทำโดย น้ำมือมนุษย์

สิ่งเหล่านั้น ก็อาจเจริญเติบโตได้ดี ในธรรมชาติ และอัตราการเติบโต ล้วนขึ้นอยู่กับปัจจัย ที่เกี่ยวข้องกับ การดิ้นรนเอาตัวรอด ไม่ว่าจะเป็น พืชและสัตว์ ก็มีความสามารถไม่แพ้กัน


ดังนั้น เมื่อการอยู่รอดแบบผิดปกติ แต่ให้ผลผลิตที่ มากกว่าปกติ เหล่าปราชญ์ชาวบ้านหลายท่านที่ ช่างสังเกตุ จึงมีแนวคิดเลียนแบบ การปลูกพืชกลับหัว ขึ้นมา

ปลูกพืชกลับหัว ทำอย่างไรถึงได้ผล

การปลูกพืชกลับหัว แนวคิดและความเป็นมา

การได้เรียนรู้ ได้เห็น ธรรมชาติ ของการเจริญเติบโตของต้นไม้ ไม่ว่าลำต้นจะอยู่ในลักษณะไหน การงอกของต้นอ่อนใหม่ สามารถงอกออกมาได้แทบทั้งสิ้น แม้กรณีที่ส่วนยอด ถูกปักอยู่ในดินก็ตาม ทั้งนี้ พืชที่เป็นตระกูลล้มลุกอย่าง ข้าวโพด ถั่วต่าง ๆ พืชสวน พืชไร่บางชนิด ไม้เว้นแม้กระทั้ง กล้วย มันสำปะหลัง อ้อย และพืชที่สามารถปักชำกิ่งพันธุ์ได้ (เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้น) ล้วนสามารถทำได้ทั้งสิ้น

ผู้เขียนทราบวิธีนี้จากเพื่อนต่างประเทศ พวกเขาบังเอิญสังเกตุเห็น ผักที่ปลูกในกระถาง ที่แขวนอยู่ริมระเบียง เชือกขาดทำให้ต้นผักและกระถางหันหัวลงด้านล่าง แน่นอนมันไม่ได้รับความสนใจมากนัก เพราะเป็นแค่บ้านพักกลางป่า กระทั่งมันออกลูกมาดกเป็นพิเศษ เทคนิคนั้นจึงถูกนำกลับไปใช้กับ ผักสวนครัวในกระถาง ในบ้านพักอาศัย

ปลูกพืชกลับหัว ทำอย่างไรถึงได้ผล

ส่วนในเมืองไทย เคยได้ยินปราชญ์ชาวบ้านท่านหนึ่ง ที่แนะนำการปลูกกล้วยกลับหัว และมันก็ได้ผลดีไม่น้อย ลำต้นใหญ่ แต่เตี้ย และให้หน่อที่มากกว่าปกติ

และการเจริญเติบโตของต้นไม้ วัสดุปลูกต้องมีแร่ธาตุ ที่เพียงพอ เคยมีการทดลองปลูกพืชบนก้อนหิน หลายหน แต่ส่วนใหญ่ไม่รอด ผิดกับการเจริญเติบโตได้เอง ที่สามารถใช้รากยึดเกาะก้อนหิน และเจริญเติบโตได้ดี ในสถาวะที่ขาดแคลนอาหาร เป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ชะง่อนผา หน้าผา หรือแม้แต่ทางหลวงที่มีแต่ปูน ผนังถ้ำ พื้นที่มีหิน กรวด ทราย บนบันไดสะพานลอย ก็ยังมีการงอกออกมาของต้นไม้บางชนิด

ปลูกพืชกลับหัว ทำไปเพื่ออะไร

วัตถุประสงค์ ของการปลูกพืชวิธีนี้ เท่าที่ทราบคือ ทำกันเฉพาะในวงแคบ ในบางกลุ่มที่รู้เทคนิค ไม่ใช่พืชทุกชนิดที่จะปลูกกลับหัวแล้วให้ผลผลิตได้ แต่ถ้าปลูกแล้วรอดตาย ก็ให้ผลผลิตได้ไม่ต่างกับการปลูกแบบปกติ การปลูกพืชแบบกลับหัวนี้ หลายคนที่ได้ยิน มักคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าได้เห็นของจริงมักจะเชื่อ เนื่องจากธรรมชาติของพืช หากส่วนใดส่วนหนึ่งของลำต้นมีการดูดซับสารอาหาร การถ่ายเทพลังงาน การแตกยอดอ่อน และให้ผลผลิต ก็มักจะเกิดขึ้นได้เอง

ต้องการความแปลกใหม่ บางแห่งก็เพื่อต้องการความแปลก สวยงาม ไม่ซ้ำใคร เช่น มะเขือเทศ ซึ่งเป็นพืชล้มลุกประเภท ไม้เลื้อย แม้ลำต้นจะไม่ได้ตั้งตรง ก็ให้ผลผลิตได้ตามธรรมชาติอยู่แล้ว หรือพริกขี้หนู หรือ ผักสวนครัวประเภทกินใบ หากได้แร่ธาตุและสารอาหารครบถ้วน ก็ไม่เป็นปัญหาในการเจริญเติบโต

ปลูกพืชกลับหัว ทำอย่างไรถึงได้ผล
การปลูกมะเขือเทศกลับหัว

ประหยัดพื้นที่ปลูก บางกลุ่มใช้แนวคิด 1 กระถางได้ 2 ต้น ทั้งแนวตั้งและแนวดิ่ง หากมีแสงเพียงพอ และวัสดุปลูก ไม่หลุดลุ่ยออกไปเสียก่อน ก็อาจได้ผลผลิต แต่ปัญหาคือ การรดน้ำ อาจทำให้ต้นที่อยู่ด้านล่าง หลุดลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก รากเกาะไม่แน่น ดังนั้น การกลับหัวของต้นพืช แนะนำให้ทำตอนที่พืช เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ไม่ควรกลับตั้งแต่ช่วงที่เป็นต้นกล้า

เร่งให้ขยายพันธุ์ การเจริญเติบโตของพืชนั้น เติบโตได้เองตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่มักมีการแย่งเติบโต เนื่องจากนิสัยของพืชบางชนิด หวาดกลัวการสูญพันธุ์ ดังเช่น การเร่งผลผลิตของมะม่วง สามารถทำได้โดยการฟันไปรอบ ๆ ลำต้นให้เกิดแผลมากมาย การหักยอดต้นมะละกอ เพื่อให้เกิดเป็นสองลำต้นในต้นเดียว การเจาะรูน้ำเลี้ยงของลำต้นอ้อย หรือกล้วย และอื่น ๆ

มะเขือเทศกลับหัว
ปลูกพืชกลับหัว ทำอย่างไรถึงได้ผล
พืชกลับหัว

การกระทำวิธีข้างต้น ดูเหมือนจะเป็นการทารุณกรรมพืชไปบ้าง แต่ผลผลิตที่ได้ มักจะเป็นกำลังใจให้เกษตรกร หันมาใช้วิธีนี้กันอย่างกว้างขวาง แต่ปัจจุบัน มีสารเคมีที่สามารถเร่งผลผลิตได้ โดยไม่ต้องทำอันตรายแก่พืช ในทางกลับกัน สารเคมีเหล่านี้ อาจย้อนกลับมาทำลายผู้บริโภค และชาวสวนผู้เพาะปลูกได้ จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง

วิธีการปลูกพืชกลับหัว หรือพืชตีกลับ ทำแล้วได้ผลจริง

ควรเน้นไปที่ วัสดุปลูก ถ้าต้นไม่ใหญ่มาก นิยมนำไปปลูกลงกระถาง รอจนได้ต้นที่แข็งแรง และเติบโตเต็มที่แล้ว จึงนำไปแขวนเอาไว้ แบบกลับหัว เพื่อให้ยอดของพืชตกลงตามแรงโน้มถ่วง หรือ พลิกกลับลำต้นให้ส่วนรากชี้ขึ้น แต่ราก ก็ต้องไม่ขาดสารอาหาร ดังนั้น การแขวน จึงต้องตรวจสอบ เชือก หรือกระบะปลูก ไม่ให้ร่วงหล่นทำให้ต้นไม้เสียหายในคราวหลัง รวมไปถึงการให้น้ำ ก็ไม่ควรทำให้ ดินละลายตกลงไปพร้อมกับน้ำด้วย

หากปลูกลงดิน การเลือกวางลำต้นในแนวนอน ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เพียงแต่ให้ส่วนของราก จมลงในดิน แต่ส่วนยอด หากไม่โผล่พ้นดิน ก็ไม่รอด การฝังทั้งต้น ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ยกเว้นจะทำให้กลายเป็นปุ๋ย

การกลับหัวต้นพืช แนะนำให้ทำตอนที่พืชเติบโตเป็นต้นสมบูรณ์และพร้อมให้ผลผลิตแล้ว ไม่แนะนำให้กลับตั้งแต่ยังเป็นต้นกล้า

ปลูกพืชกลับหัว การปลูกแบบฝังลงดิน

การปลูกอ้อยกลับหัว

ขั้นตอนที่ได้ผลดีนั้น ในตอนแรก นำลำต้นที่เป็นต้นพันธุ์ หรือกิ่งพันธุ์ มาตัดให้ได้ความยาวที่เหมาะสม (เพื่อให้ธาตุอาหารที่อยู่ในลำต้นเก่า เพียงพอต่อการเจริญเติบโต และแตกยอดอ่อนใหม่) แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดสายพันธุ์ด้วย เช่น พืชที่มีการเจริญเติบโตไว สามารถใช้กิ่งหรือลำต้นที่ไม่ยาวมากนักได้ เช่น อ้อย ชะอม มันสัมปะหลัง กล้วย หรือแม้แต่ ไผ่

ต่างกับพืชที่ใช้เวลาในการเจริญเติบโตช้า ต้องใช้กิ่งหรือต้นพันธุ์ที่ค่อนข้างยาว เนื่องจากหากสารอาหารถูกใช้ไปเกือบหมดถึงจะแตกยอดใหม่ ส่วนที่โผล่พ้นดิน ก็อาจเกิดการเน่าสลาย

การนำกิ่งหรือลำต้นพันธุ์ที่ได้ จัดเตรียมฝังลงดิน โดยนำส่วนที่เป็นปลายยอด ฝังลงดิน ขั้นตอนนี้คล้ายกับการปลูกพืชแบบปกติ แต่สลับกันที่ นำส่วนที่เป็นด้านยอด ปักลงในดิน แทนที่จะเป็นการนำส่วนของด้านรากปกติ ปักลงในดิน พืชที่สามารถปลูกได้วิธีนี้คือ พืชที่เป็นเหง้า เช่น กล้วย ขิง ข่า ตะไคร้ สามารถฝังทั้งต้นเลยก็ได้

ตามปกติในหลักการของการเจริญเติบโตของพืช คือการส่งอาหารจากรากสู่ใบ จากรากสู่ลำต้น ขึ้นไปยังส่วนยอด ดังนั้น เมื่อพืชมีส่วนที่ไม่มีการใช้งาน หรือไม่สามารถใช้งานในส่วนนั้นได้เกิดขึ้น จะมีการสลัดทิ้ง คือการตัดการส่งอาหาร ทำให้ส่วนดังกล่าวเน่าเสีย แห้งตายไปในที่สุด และจะเกิดการแตกยอดอ่อน หน่ออ่อนเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียง

ทั้งนี้ก็เพื่อทำการซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ยกเว้นไม่สามารถแตกหน่อ หรือยอดอ่อนในส่วนนั้นได้ จะทำการขยาย และเติบโตในส่วนอื่นต่อไป

(เป็นต้นว่า การตัดยอดของต้นไม้ จะเป็นการเพิ่มกิ่งก้านสาขาให้ต้นไม้ กลับกัน หากมีการตัดกิ่งก้านสาขาให้ ต้นไม้บางชนิด จะเป็นการเพิ่มความสูงของต้นไม้ และยอดอ่อนด้วย)

การตัดกิ่งตัดยอด นั่นคือการทำให้รากไม่ต้องหาอาหารส่งไปส่วนนั้นแล้ว

ปลูกพืชกลับหัว ทำอย่างไรถึงได้ผล

การดูแลรักษา

การดูแลรักษาพืชที่ปลูกด้วยวิธีตามธรรมชาตินี้ ไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรมาก เพียงแต่รดน้ำใส่ปุ๋ยธรรมดาเหมือนกับการดูแลพืชปกติ เหมือนเป็นการปลูกพืชแบบปกตินั่นเอง (ต่างกันเฉพาะวิธีการปลูก) และที่สำคัญ หากสามารถปล่อยให้พืชเจริญเติบโตได้เอง ก็จะเป็นการดีมาก เพราะพืช จะเรียนรู้วิธีปรับตัวและอยู่รอดได้จากสภาวะผิดปกติที่ผู้ปลูกได้สร้างขึ้น

การเพิ่มมูลค่าให้กับ พืชที่ปลูกด้วยวิธีกลับหัว

การสร้างมูลค่าเพิ่มของพืชทุกชนิด ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นพืชตีกลับ หรือพืชกลับหัว แต่สามารถที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้พืช ที่มีแนวทางการเจริญเติบโตเองตามธรรมชาติ หรือด้วยวิธีการสร้างการเจริญเติบโตให้ผิดปกติเหล่านี้ สามารถทำได้ทันที ในระหว่างที่พืช มีการเติบโตพ้นช่วงต้นอ่อนมาแล้วและใกล้ที่จะให้ผลผลิตได้ โดยวิธีต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

ปลูกกล้วยกลับหัว กรณีศึกษา

การศึกษาวิธีการเพิ่มผลผลิตการปลูกกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม หรือพืชตระกูลกล้วย แบบกลับหัว หรือการปลูกพืชตีกลับ 1 หัวได้ 2 – 4 หน่อ ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือนในการแตกหน่อ ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นพันธุ์


หลักวิชาพฤกษศาสตร์ เขาเรียก ลำต้นของกล้วยที่อยู่ใต้ดินว่า root stock หากเคยขุดขึ้นมาทั้งหมดจะทราบว่า ตรงส่วนนี้จะมี ข้อๆ และมีตาอยู่มากมาย ซึ่งเป็นตัวบอกว่า ส่วนนี้ คือลำต้น เพราะลำต้น จะต้องมีข้อและตา ดังนั้นพืชชนิดใดก็ตาม หากไม่มีข้อและตา ถือว่าไม่ใช่ลำต้น เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ กล้วย หรือพืชใบเลี้ยงเดี่ยวอื่นๆ กล้วยก็เช่นกัน เมื่อเอาส่วนลำต้นใต้ดินที่มีหน่ออยู่มากมาย มันก็จะเหมือนการเอา ขิง ไพล ขมิ้น ฝังลงดิน ไม่ว่าจะอยู่ท่าไหนก็จะงอกออกมาเหนือพื้นดินได้เช่นเดียวกัน

การปลูกกล้วยกลับหัว

การเพิ่มกลิ่น และรสชาติ ให้กับผลไม้

การเพิ่มกลิ่น รสชาติให้กล้วย ตามที่มีข่าวเมื่อปี 2009 นั้น สันนิษฐานได้ว่า การฉีดหรือเติมกลิ่นไปยังท่อน้ำเลี้ยงจากส่วนลำต้นของพืช โดยการเจาะและใส่หัวเชื้อกลิ่นต่างๆ แต่ผลที่ได้ยังไม่มีการรับประกันว่าจะได้ออกมาตามกลิ่นที่เติมหรือไม่ โดนปกติทั่วไป การเติมกลิ่นสตอเบอร์รี่ กลิ่นทุเรียน พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำได้ ส่วนกลิ่นอื่นๆ เช่นกลิ่นส้ม กลิ่นใบเตย กลิ่นนมแมว ยังอยู่ในขั้นทดลองเนื่องจากพืช มีการขจัดสารที่เป็นหัวเชื้อกลิ่นออกทำให้เจือจางได้ง่าย ดังนั้น เกษตรกรส่วนใหญ่จึงต้องมีการลงทุนในเรื่องของกลิ่นค่อนข้างมากพอสมควร

ศูนย์เรียนรู้ วิธีการปลูกพืชกลับหัว กับปราชญ์ชาวบ้าน ณ บ้านเขากลม กระบี่

ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้

error: อนุญาตแบบมีที่มา