อะโวคาโด เป็นพืชเศรษฐกิจของไทยอีกชนิดหนึ่ง หลายคนเข้าใจว่าผลไม้ชนิดนี้ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ

แต่รู้หรือไม่ว่าในประเทศไทยเอง สามารถปลูกต้นอะโวคาโดได้ และให้ผลผลิตดีไม่แพ้ต่างประเทศ สำหรับต้นอะโวคาโดนั้น อาจอยู่นอกสายตาของเกษตรกรหลายคน แต่ปัจจุบันตลาดมีความต้องการสูงมาก และแทบไม่เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การปลูกต้นอะโวคาโดลงดิน และปลูกในกระถาง ทำอย่างไรให้ติดผล

วันนี้ ทีมเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง จะมาบอกเกี่ยวกับเทคนิคการปลูกอะโวคาโด ทั้งแบบลงดินและการปลูกอะโวคาโดในกระถาง ว่าปลูกอย่างไรถึงจะได้ผล และทำให้ต้นอะโวคาโดติดลูกได้ในเวลาไม่นาน

สำหรับผลไม้ชนิด เป็นพืชเมืองหนาว แน่นอนว่า การปลูกก็ต้องในช่วงฤดูหนาวถึงจะดีที่สุด (แต่ฤดูฝน หรือฤดูอื่นๆ ที่ไม่ขาดแคลนแหล่งน้ำ ก็สามารถปลูกได้ แต่สภาพแวดล้อมในการปลูกอะโวคาโด จำเป็นต้องมีอากาศที่เย็น เพราะความเย็น จะช่วยให้ต้นอะโวคาโดเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้เร็ว

สำหรับพื้นที่ปลูกในภาคกลาง ที่พบได้ชัดเจนในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นที่ปากช่อง ซึ่งสามารถให้ผลผลิตได้ดี นอกนั้นจะเป็นพื้นที่ในแถบภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่

พื้นที่อากาศเย็น จะทำให้ต้นอะโวคาโดเจริญเติบโตได้ดี และให้ผลผลิตเร็วกว่าพื้นที่อากาศร้อน หรือฝนตกชุก

เทคนิคการปลูกอะโวคาโดลงดิน ให้ได้ผลผลิตดี

ต้นอะโวคาโดเป็นพืชที่ปลูกง่าย พอๆ กับการปลูกมะม่วงหรือฝรั่ง และแทบไม่ต้องมีการดูแลมากมายอะไร สามารถปลูกแซมในสวนผลไม้อื่นได้ ถ้าพันธุ์ที่ต้นเล็กจะมีทรงพุ่มเล็ก ก็จะสามารถปลูกโดยใช้ระยะปลูก 6 เมตรต่อ 1 ต้น

แต่หากเป็นพันธุ์ต้นใหญ่จะใช้ระยะปลูก 8 เมตรต่อ 1 ต้น เพื่อไม่ให้แออัดเกินไป เมื่อต้นสูงประมาณ 1 เมตร ก็ให้ปุ๋ยบ้าง 1-2 เดือนครั้ง อะโวคาโดเป็นพืชที่ต้องการน้ำสม่ำเสมอ หลังปลูกผ่านไป 3 ปี ก็สามารถให้ผลผลิตและเก็บเกี่ยวได้แล้ว และจะให้ผลผลิตมากขึ้นเมื่ออายุ 5-6 ปี ตัวอย่างสวนของคุณสำเริงที่ปากช่อง ผลผลิตต้นหนึ่งอยู่ที่ประมาณ 400-500 กก.

ต้นอะโวคาโดจะให้ผลผลิตประปรายตลอดทั้งปี แต่จะมีผลผลิตมากในช่วงเดือน พ.ค.-ก.ย. หรือในช่วงฤดูฝน

ส่วนที่ยากที่สุดในการปลูกต้นอะโวคาโด คือการเพาะเมล็ด เราจะได้ต้นอะโวคาโดหรือไม่ อยู่ในขั้นตอนนี้ และหลายคนก็ถอดใจตั้งแต่การเพาะเมล็ดแล้วไม่ได้ต้นอ่อน เพราะเมล็ดอะโวคาโดจะเติบโตเป็นต้นอ่อนได้ อุณหภูมิต้องเย็น แต่ไม่เย็นเกินไป และหากอุณหภูมิร้อนเกินไป เมล็ดก็จะเน่า รากก็ไม่ออก 

เทคนิคการเพาะเมล็ดอะโวคาโด ให้งอกและได้ผลแน่นอน ไม่เน่า และไม่นาน

เทคนิคส่วนใหญ่หลายท่านอาจเคยเห็น จากในภาพ แต่การเพาะเมล็ดอะโวคาโดแบบนี้ ยังมีความลับที่หลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อนซ่อนอยู่

การเพาะเมล็ดต้นอะโวคาโดโดยเทคนิคมี 3 วิธี คือ

  • เพาะเมล็ดแบบทั่วไป วิธีนี้ทำง่าย โดยการใช้ไม้จิ้มฟันเสียบรอบเมล็ดอะโวคาโด ไม้จิ้มฟันเป็นตัวค้ำยัน แล้วจุ่มแช่น้ำเอาไว้จนกว่ารากจะงอก (เคล็ดลับ : การแช่น้ำ ให้โดนน้ำแค่ครึ่งผลเท่านั้น และหมั่นเปลี่ยนน้ำอยู่เสมอ และวางไว้ในที่ร่มและเย็น ห้ามโดนแดดเด็ดขาด)
  • เพาะเมล็ดด้วยกระดาษชำระ คือห่อกระดาษชำระเพียงครึ่งลูกแล้วจุ่มแช่น้ำ ให้น้ำโดนเพียงส่วนล่างเมล็ดเท่านั้น น้ำจะค่อยซึมเฉพาะที่ห่อกระดาษชำระไว้ (เคล็ดลับ : ควรเลือกกระดาษชำระที่ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน)
  • เพาะแบบการเพาะเมล็ดพืชทั่วไป โดยใช้วัสดุช่วยอื่นๆ เช่น ขุยมะพร้าว หรือดินปลูก ให้ใส่ดินปลูกหรือขุยมะพร้าวเหมือนการปลูกพืชทั่วไป แล้วกดเมล็ดอะโวคาโดให้จมลงเพียงครึ่งลูก วางในที่ร่มและรดน้ำให้ชุ่มทุกวัน
การเพาะเมล็ดอะโวคาโดให้งอก
การเพาะเมล็ดอะโวคาโดให้งอก
การเพาะเมล็ดอะโวคาโดให้งอก

เทคนิคการเพาะเมล็ดอะโวคาโด ให้งอกและได้ผลนั้น จะต้องวางถาดเพาะเมล็ดในที่ร่ม ไม่ให้โดนแสงแดด และอากาศต้องเย็น หมั่นรดน้ำหรือเติมน้ำบ่อยๆ อย่าให้ขาด ประมาณ 1 เดือน เมล็ดจะค่อยๆ อวบน้ำ และจะเผยรอยแยกตรงกลางเหมือนจะแตกออก ซึ่งเมื่อเป็นดังนี้แสดงว่ารากแก้วกำลังจะแทงออกจากช่องรอยแยกนั้น ให้แช่น้ำต่อไปจนกว่ารากจะยาว ประมาณ 2-3 เดือน ก็จะมียอดอ่อนแทงออกมาจากเมล็ด หากสภาพแวดล้อมดีจะเห็นผลเร็วกว่านั้น

การนำกล้าอะโวคาโดไปปลูกลงดิน หรือปลูกในกระถาง

จากขั้นตอนการเพาะเมล็ด อาจใช้เวลายาวนาน 2-3 เดือนเป็นอย่างต่ำ เมื่อได้กล้าอะโวคาโดที่มีใบจริงพร้อมจะปลูกแล้ว ขั้นตอนต่อไปจึงเริ่มการย้ายกล้าไปอนุบาลในถุงเพาะที่ใหญ่ขึ้น หรือนำกล้าไปปลูกลงดิน หรือในกระถางได้แล้ว

ควรจำไว้ว่า ต้นโวคาโดชอบแดดจัด (แต่ไม่ชอบร้อน) หากปลูกในกระถาง ควรวางกระถางในที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวัน และไม่อบอ้าว (ไม่ควรวางไว้บนพื้นปูนที่ได้รับแสงตลอดวัน และสภาพแวดล้อนที่ร้อนอบอ้าว จะทำให้ต้นไม่โต และติดลูกยาก)

หากอากาศร้อนเกินควรพรางแสงด้วยการวางกระถางไม้อื่นโดยรอบ เพื่อช่วยเป็นไม้พี่เลี้ยงลดความร้อนรอบๆ ได้

หากปลูกลงดิน ในระยะเริ่มแรกควรปลูกใต้ต้นไม้อายุสั้น เช่น ปลูกอะโวคาโดใต้ต้นมะละกอ หรือปลูกแซมในสวนผลไม้อื่น หากไม่มีเลย ควรหาวัสดุมาพรางแสงไว้ก่อน และรดน้ำ 2 วันครั้ง ต้นอะโวคาโดไม่ชอบน้ำ แต่ก็ไม่ควรให้ขาดน้ำ รดน้ำไม่ให้แฉะและไม่ชื้นจนเกินไป เพื่อป้องกันรากเน่า และดินต้องระบายน้ำได้ดี (แนะนำดินร่วนปนทรายผสมขุยมะพร้าวหรือกาบมะพร้าวสับ) การแยกต้นกล้าลงดิน และการปลูกในช่วงแรก ไม่ควรให้น้ำท่วมราก รากจะเน่าตายซะก่อน ต้นอะโวคาโดหาน้ำเองเก่ง หากเพาะเมล็ดให้เกิดรากแก้วจะดูแลง่ายกว่าการปลูกด้วยกิ่งตอน

การปลูกต้นอะโวคาโดลงดิน และปลูกในกระถาง ทำอย่างไรให้ติดผล
การปลูกต้นอะโวคาโดลงดิน และปลูกในกระถาง ทำอย่างไรให้ติดผล

เมื่อต้นอะโวคาโดที่ปลูกลงดิน หรือต้นที่อยูในกระถาง มีความสูงประมาณ 6-7 นิ้ว ให้ตัดยอดออก เพื่อช่วยเร่งให้เกิดการแตกยอดใหม่ และเมื่อมีความสูงประมาณ 12 นิ้ว ก็ให้เด็ดยอดอ่อนออกให้แตกยอดใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะได้ทรงพุ่มสวย รอบโคนต้นไม่ควรมีวัชพืช เพราะจะมาแย่งอาหารหมด ต้นโตช้า

เทคนิคการเร่งให้อะโวคาโดติดลูกเร็ว นอกจากสภาพแวดล้อมจะต้องเย็น ไม่ร้อนอบอ้าวแล้ว ในขั้นตอนการตัดแต่งยอด หากใช้เทคนิคการเสียบกิ่งจากต้นแม่พันธุ์ที่ดี ที่ออกลูกดก จะทำให้ต้นอะโวคาโดที่ปลูกติดลูกเร็วและดกขึ้นด้วย

สูตรเร่งให้ต้นอะโวคาโด โตไวๆ

ให้ใช้ปุ๋ยสูตรที่มีตัวเลขด้านหน้าเยอะๆ หากใช้ปุ๋ยอินทรีย์ แนะนำปุ๋ยอินทรีย์จากผักตบชวา โดยนำผักตบชวามากองๆ สุมๆ ไว้ให้ย่อยสลายบางส่วน แล้วนำมาเป็นวัสดุปลูก จะทำให้ต้นอะโวคาโดติดยอดและให้ผลผลิตดี สูตรนี้ใช้ได้กับไม้ผลทุกชนิด แนะนำดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง การทำปุ๋ยหมัก 7 วันเห็นผล

เกษตรอินทรีย์กับผลอะโวคาโด ผลดิบไม่สามารถรับประทานได้ เพราะมีสารแทนนินในปริมาณมากและมีรสขม หากรับประทานในปริมาณมากอาจจะทำให้ปวดศีรษะได้ แต่สามารถนำไปใช้เลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องการสารแทนนินได้ เช่น สัตว์เปลือกแข็งเช่น กุ้ง หอย ปู ที่ต้องการสารแทนนิน เพื่อให้ส่งผลในการยับยั้งการขับถ่ายเป็นการชั่วคราว ลดอัตราการเกิดโรคขี้ขาว (สารแทนนินมักจะมีอยู่ในผักผลไม้ที่มีรสฝาด ขม แต่สามารถขจัดแทนนินได้ด้วยการทำให้มันสุก)

ต้นกำเนิดการปลูกต้นอะโวคาโดในประเทศไทย

การปลูกอะโวคาโดนั้น  จุดแรกเริ่มมาจากการนำเข้าพันธุ์มาทดลองปลูกและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และขยายพื้นที่ปลูกอย่างจำกัดเฉพาะในพื้นที่เขตภาคเหนือ ต่อมาความสนใจในการบริโภคจากกลุ่มคนรักสุขภาพมีมากขึ้น จึงทำให้อะโวคาโดกลายเป็นผลไม้ที่มีความต้องการของตลาดสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน พื้นที่ปลูกอะโวคาโดยังมีน้อย ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด

การปลูกต้นอะโวคาโดลงดิน และปลูกในกระถาง ทำอย่างไรให้ติดผล
การปลูกต้นอะโวคาโดลงดิน และปลูกในกระถาง ทำอย่างไรให้ติดผล

สายพันธุ์อะโวคาโดที่นิยมปลูกในประเทศไทย

ปลูกพันธุ์ไหนได้ผลดีสุด แนะนำสายพันธุ์อะโวคาโดที่นิยมปลูกกันในประเทศไทย ดังนี้

  • พันธุ์ปีเตอร์สัน (Peterson) ลักษณะผลค่อนข้างกลม มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง น้ำหนัก 200-300 กรัม เนื้อผลสีเหลืองอมเขียว รสดีเมล็ดใหญ่อยู่ในช่องเมล็ดแน่น เป็นพันธุ์เบา เก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่นิยมที่สุดและมีคุณสมบัติที่ดี
  • พันธุ์บูธ 7 (Booth-7) เป็นลูกผสมระหว่างเผ่ากัวเตมาลัน และเวสต์อินเดียนผลลักษณะค่อนข้างกลม ขนาดกลาง น้ำหนัก 300-500 กรัม ผิวผลขรุขระเล็กน้อยสีเขียว เปลือกหนา เนื้อสีเหลืองอ่อน รสดี เมล็ดขนาดกลาง มีไขมัน 7-14เปอร์เซ็นต์ ช่วงเก็บเกี่ยวผลประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม
  • พันธุ์บูธ 8 (Booth-8) ลักษณะผลรูปไข่ ขนาดเล็กถึงกลาง น้ำหนักประมาณ 270-400 กรัม ผิวผลขรุขระเล็กน้อย สีเขียว เปลือกหนา เนื้อสีครีมอ่อนรสชาติพอใช้ มีไขมัน 6-12 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดมีขนาดกลางถึงใหญ่อยู่ในช่องเมล็ดแน่น ฤดูเก็บเกี่ยวประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม
  • พันธุ์แฮสส์ (Hass) เป็นพันธุ์การค้าอันดับ 1 ของโลก เป็นพันธุ์เผ่ากัวเตมาลัน ลักษณะผลรูปไข่ ผิวผลขรุขระมาก ผิวสีเขียว เมื่อสุกอาจเป็นสีเขียวเข้มหรือม่วงเข้ม ผลมีขนาดเล็ก น้ำหนัก 200-300 กรัม เนื้อผลสีเหลือง มีไขมันประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดมีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนพฤศจิกายนแต่พันธุ์แฮสส์ มีปัญหาหากความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เพียงพอจะทำให้ผลผลิตไม่ค่อยดี
การปลูกต้นอะโวคาโดลงดิน และปลูกในกระถาง ทำอย่างไรให้ติดผล

พื้นที่ปลูกอะโวคาโดในประเทศไทย มีที่ไหนบ้าง

อโวคาโด จากเมืองปากช่อง “สวนคุณสำเริง กลั่นกลิ่น เกษตรกรชาว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่สนใจอะโวคาโดมาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้วและได้นำต้นมาทดลองปลูกที่สวนซึ่งก็เจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ดี ประกอบหลายสิบปีก่อนนั้น ทางสถานีวิจัยพืชสวนปากช่องก็ได้มีการนำพันธุ์อะโวคาโดมาทดลองปลูกเพื่อศึกษาวิจัยและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอย่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจมาก เพราะตอนนั้นตลาดอะโวคาโดยังไม่เป็นที่รู้จัก ดังนั้น คุณสำเริงซึ่งสนใจไม้ผลชนิดนี้อยู่แล้ว จึงได้ไปนำพันธุ์อะโวคาโดจากสถานีวิจัยพืชสวนปากช่องและไปหาพันธุ์จากโครงการหลวงทางภาคเหนือมาทดลองปลูกอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีต้นอะโวคาโดอยู่มากกว่า 500 ต้น ที่ปลูกแซมไว้ในสวนน้อยหน่าเพชรปากช่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นต้นอายุ 8-10 ปี และในแต่ละปีอะโวคาโด 500 ต้นทำเงินให้กับคุณสำเริงไม่น้อยเลยทีเดียว” ที่มา vigotech.co.th

ภาคใต้ก็ปลูกอะโวคาโดได้ ที่ชุมพร มีต้นอะโวคาโดในสวนผลไม้แบบผสมผสาน ของคุณทองทิม สีถาการ ที่จังหวัดชุมพร สวนอะโวคาโดอยู่ในเนื้อที่กว่า 20 ไร่ เคยปลูกกาแฟมาก่อน แต่มีปัญหาดินเปรี้ยว จึงเปลี่ยนมาเป็นปลูกผลไม้แบบผสมผสาน ปาล์ม ทุเรียน มังคุด และอะโวคาโด โดยแก้ปัญหาเรื่องสภาพแวดล้อมโดยการปลูกแซมผลไม้ชนิดอื่น และให้น้ำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งกรณีขาดน้ำฝน ในภาคใต้มีฝนตกชุกจึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องน้ำมากนัก แต่ก็ใช้เวลานานถึง 3 ปีถึงให้ผลผลิต สนใจปลูกอะโวคาโด ภาคใต้ ดูแบบอย่างที่สวน คุณทองทิม สีถาการ ที่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 2 บ้านล่าง ตำบลเขาทะลุ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ที่มา technologychaoban.com

ข้อควรจำสำหรับ เทคนิคในการปลูกอะโวคาโด ทั้งการปลูกลงดิน และปลูกในกระถาง ให้ได้ผลผลิตนั้น ผลไม้ชนิดนี้เป็นไม้ผลที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ การปลูกอะโวคาโดในเมืองไทย เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีนั้นอาจเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีความเหมาะสมทั้งสภาพอากาศและแร่ธาตุที่จำเป็น จะทำให้ต้นอะโวคาโดมีลำต้นแกร็น เล็ก และใช้ระยะเวลานาน กว่าจะให้ผลผลิต แต่หากลองปลูกไว้ดูเล่นข้างบ้าน ก็ไม่ต้องไปสนใจในเรื่องนั้น

แนะนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้