ปลูกมะเขือยาว เทคนิคที่ได้ผลจริง

ปลูกมะเขือยาว ไว้ติดบ้าน รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะเป็น ผักสวนครัว ที่สามารถนำมาทำเป็นเมนูได้หลากหลาย รสชาติอร่อย ปลูกง่าย ปลูกได้ทุกฤดูกาล

มะเขือยาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า SO-LANUM MELONGENA LINN. อยู่ในวงศ์ SOLA-NACEAE เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นสูงประมาณ 1 เมตร ลำต้นเดี่ยว แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม กิ่งอ่อนมักมีขนละเอียดปกคลุมทั่ว และมีหนามเล็กสั้นประปราย ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปค่อนข้างกลม ปลายแหลม โคนใบเบี้ยว ขอบใบหยักหรือเป็นคลื่น ท้องใบมีขนนุ่ม ผิวใบสีเขียวสด

ดอกจะออกเป็นลักษณะเดี่ยว หรือเป็นช่อ 3-5 ดอก มีกลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกัน ปลายกลีบแหลม ดอกเป็นสีม่วง กลางดอกมีเกสรตัวผู้ 5 อัน เกสรตัวเมีย 1 อันอยู่ติดกับกลีบดอก ก้านเกสรและอับเกสรเป็นสีเหลือง “ผล” รูปกลมยาว มี 2 ชนิดพันธุ์คือ พันธุ์ที่ผลเป็นสีเขียว และ พันธุ์ที่ผลเป็นสีม่วง

ผลของมะเขือยาวนั้น ผิวจะเรียบ เกลี้ยง เป็นมัน ขั้วผลมีกลีบเลี้ยงสีเขียวติดอยู่ เวลาติดผลดกและผลยาวห้อยลง จะดูสวยงามทั้งสีเขียวและสีม่วง ติดผลตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ในบ้านเรา ถือเป็นผักสวนครัวที่ควรมีไว้ติดบ้าน โดยปกติ มะเขือยาว เป็นพืชเมืองร้อน ใช้ส่วนผลนำมาบริโภคเป็นอาหาร


มะเขือยาว

มะเขือยาว สีเขียว

การปลูกมะเขือม่วงในกระถาง

มะเขือยาว สีม่วง

ประวัติศาสตร์ของ มะเขือยาว

อ้างอิงจาก คลังข้อมูลทางวิชาการ BRU ว่าไว้ว่า ตามประวัตินั้น มะเขือยาว (Egg plant, Potato tree) เป็นพืชพื้นเมืองของอินเดีย ซึ่งต่อมาได้แพร่กระจายเข้าสู่ทวีปยุโรป และอเมริกา อ่านเพิ่มเติมที่ เรื่องเล่าน่ารู้ของมะเขือยาว มะเขือพันธุ์ต่าง ๆ ที่เรารู้จักและนิยมบริโภคกันแพร่หลายมีอยู่มากชนิด เช่น มะเขือยาว มะเขือเปราะ มะเขือม่วง และมะเขือเสวย มะเขือต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ สามารถแยกออกได้เป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือ

  1. ประเภทผลยาว ได้แก่ มะเขือยาวขาว มะเขือยาวสาลี มะเขือยาวสีม่วง
  2. ประเภทผลกลม ได้แก่ มะเขือกลมม่วง มะเขือเปราะ มะเขือเสวย มะเขือเหลือง มะเขือยักษ์สีม่วง

ปลูกมะเขือยาว ไม่ยาก เพราะเป็นหนึ่งในพืชตระกูลมะเขือที่ปลูกได้ง่าย และเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด สิ่งสำคัญในการปลูกมะเขือยาวนั้น ต้องดูแลเรื่องธาตุอาหารในดิน ให้มีมาก เพราะว่า มะเขือ ถือเป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารในปริมาณมาก แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพแวดล้อม หรือแมลงศัตรูพืชมากนัก เนื่องจากเขาจะมีความทนทานตามปกติในสายพันธุ์อยู่แล้ว ถึงมีแมลงรบกวนก็ไม่ค่อยมาก แถมยังมีอายุยาวหลายปี

ดินเค็ม ปลูกพืชอะไรได้บ้าง
เพาะเมล็ดองุ่นไว้ปลูกเองในฤดูหนาว

ลักษณะดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกนั้น ต้องมีความเป็นกรด-ด่าง อยู่ระหว่าง 5.5-6.5 มีอายุเฉลี่ยอาจจะถึง 2 ปี ระหว่างนั้นก็ให้ผลผลิตอยู่ตลอด ในปัจจุบัน ค่อนข้างจะมีราคาแพง และหาซื้อได้ยาก สาเหตุหลัก อาจมาจากสภาพอากาศในพื้นที่เพาะปลูก ไม่เหมาะสม ทำให้ผลผลิตออกมาน้อย หรือไม่สมบูรณ์ รูปทรงแคระแกร็น หงิกงอ

บางครั้งถึงกับ ขาดตลาด ไปเลยก็เคยมีมาแล้ว หากปลูกไว้ติดบ้าน ก็ถือว่า ได้ประโยชน์มากมาย การปลูกกินเอง ทำได้ง่าย ไม่ว่าจะปลูกลงแปลง หรือในกระถางก็ได้

ปลูกมะเขือยาว ได้ประโยชน์ทางสมุนไพรด้วย

ลำต้นและราก แก้บิดเรื้อรัง อุจจาระเป็นเลือด แผลเน่าเปื่อยอักเสบ ใบใช้ต้มดื่มเป็นชา แก้ปัสสาวะขัด แก้โรคหนองใน ใบสด นำมาตำละเอียด พอกแผลบวมเป็นหนอง ผลแห้ง ใช้ทำเป็นยาเม็ด กินแก้ปวด แก้ตกเลือดในลำไส้ ขับเสมหะ ส่วนผลสด ตำพอกแผลอักเสบมีหนอง ขั้วผลแห้ง เผาเป็นเถ้าบด ให้ละเอียด กินเป็นยาแก้ตกเลือดในลำไส้ ได้ผลดี

ปลูกมะเขือยาวให้ออกลูกเร็ว เทคนิคเพิ่มผลผลิต

วิธีปลูกให้ได้ผลผลิตเร็ว และดีมีคุณภาพ ต้องเริ่มต้นจากการเตรียมดิน สิ่งสำคัญที่สุดต้องจำไว้เสมอว่า พืชตระกูลมะเขือ ต้องการแร่ธาตุในดินจำนวนมาก โดยเฉพาะธาตุอาหารหลัก


ภาพจาก : ปลูกมะเขือยาว 2 เดือน เก็บขายเองไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง พืชชนิดนี้ทนโรค เเข็งเเรง ราคาไม่ค่อยตก – เส้นทางเศรษฐี

หากปลูกลงแปลง เริ่มจากการปรับหน้าดินให้เรียบ ผสมปุ๋ยคอกในอัตรส่วน 1:1 (ดิน 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน) และทำการพูนดินแบบยกร่อง หรือขุดร่อง ลึกประมาณ 20 นิ้ว ตากดินให้แห้งประมาณ 1 สัปดาห์ก่อน แล้วนำดินที่ได้ ผสมกับปุ๋ย กลบลงในร่องก็ได้ หากปลูกในกระถาง ควรรองก้นกระถางด้วยปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ครึ่งกระถาง ก่อน ค่อยกลบด้วยดินที่ผสมปุ๋ยหมักแล้วอีกชั้นหนึ่ง

การเพาะกล้า และการปลูก อาจจะหว่านเมล็ดให้กระจายทั้งทั้งแปลงปลูกเลยก็ได้ หากปลูกในกระถาง หยอดเมล็ดประมาณ 2-3 เมล็ด แล้วกลบด้วยปุ๋ยคอกผสมดินปลูกบาง ๆ คลุมด้วยเศษหญ้าแห้ง หรือฟางข้าว เพื่อควบคุมความชื้น ในระยะเริ่มแรก ควรหมั่นรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น จนกระทั่งได้ต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบ ค่อยถอนต้นที่ไม่สมบูรณ์ออก

ในระยะเริ่มแรก ควรหมั่นดูแลรดน้ำเป็นประจำ มะเขือสามารถทนน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่ง แต่หากดินแห้งเกินไป ต้นจะเหี่ยวเฉาได้ง่าย ไม่ติดดอก ออกผล แต่ละวัน ควรพรวนดินกำจัดวัชพืช อยุ่เสมอ ใส่ปุ๋ยเสริมธาตุอาหารหลัก-ธาตุอาหารรอง ช่วยบ้างเล็กน้อย ระยะเวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต ประมาณ 60-80 วัน

ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้

error: อนุญาตแบบมีที่มา