ปลูกพริกหยวก ในกระถาง

ปลูกพริกหยวก ในกระถาง

เป็นไปได้เหรอ เท่าที่รู้มา พริกหยวก ไม่ใช่ พริกหวาน แต่พริกหยวกก็ไม่ได้มีรสชาดเผ็ด และพริกจำพวกนี้มักจะชอบในที่อากาศเย็น พื้นที่มีความชื้นต่ำ ส่วนใหญ่เค้าว่ากันว่า อากาศประมาณ 20-25 องศา เกินหรือต่ำกว่านี้ผลไม่ค่อยติด สามารถนำวิธีการปลูกผักสวนครัวในกระถาง มาใช้ได้ผลจริงหรือ ไม่รู้จริงหรือเปล่า นั่งหาข้อมูลการปลูกพริกหยวกในพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งรู้กันว่า ร้อนก็ร้อนตับแตก หนาวก็หนาวจับจิต (แต่หนาววันสองวันเอง)

เช็คข้อมูลว่า ชาวเกษตรกร​เมืองสกลนคร สามารถปลูกพริกหยวกขาย ให้ผลผลิต​เฉลี่ย​ไร่ละกว่า 3 ตัน ยอดขาย​ไร่ละ 3-4 หมื่นบาท และปลูกในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งถือ​เป็นพืชฤดู​แล้งอีกชนิดหนึ่งนอกจากพืชหมุน​เวียนตามปกติ แต่มันขัดกับหลักที่รู้มาว่าพริกพวกนี้ชอบอากาศเย็น ไหงดันมาสร้างรายได้ที่สกลนครซะเล่า แถมยังปลูกกันหน้าร้อนอีกด้วย สอบถามได้ความว่า เกษตรกรจะปลูกผักตามฤดูกาล ​ได้​แก่ ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง ​แต่​เนื่องจากผักประ​เภทนี้จะ​ให้ผลผลิตสูง​ในช่วงหน้าหนาว หาก​เมื่อ​เจอกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ผลผลิต​จึง​ไม่คุ้ม​เท่ากับ​การปลูกพืชชนิดอื่น ​เช่น ข้าว​โพด ​และพริก

​โดย​เฉพาะพริกหยวก​ซึ่งกำลัง​เป็นที่นิยม​และยังมีราคาดี ​โดยราคาอยู่ที่กิ​โลกรัมละ 10 บาท สูงสุด 20 บาท ​ใน​แต่ละวันมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ​ถึงที่​เพื่อนำ​ไปขายที่ตลาด​ในราคากิ​โลกรัมละ 15-20 บาท ​แล้ว​แต่ช่วงราคาขึ้นลง ​แต่หากราคาต่ำสุด​ก็​ไม่น้อยกว่ากิ​โลกรัมละ 8 บาท ผู้ปลูกพริกหยวกอย่างคุณอนุชา อนันติ อายุ 37 ปี ​เกษตรกรชาวบ้านพังขว้าง บอกแก่เรา

เริ่มปลูกข้าว​โพด​และพริกหยวก ​โดย​เฉพาะพริกหยวกนั้น​ได้ซื้อ​เมล็ดพันธุ์ที่มีจำหน่ายทั่ว​ไปมา​ทำ​การ​เพาะต้นกล้า​เอง ​ใช้​เวลาตั้ง​แต่​เพาะกล้า​ไปจน​ถึงปลูก​และดู​แล​ ประมาณ 2 ​เดือน หลังจากนั้น​ก็จะสามารถ​เ​ก็บผลผลิต​ได้นานอีก 3 ​เดือน ​โดยอายุพริกจะสั้น​เพียง 5 ​เดือน​เศษ​เท่านั้น ​แต่​เมื่อครบ​เวลา 5 ​เดือน ​ก็​เข้าสู่ฤดูฝน​ซึ่งพริกจะ​ให้ผลผลิต​ไม่ดี ​โดย​ในช่วง 3 ​เดือนที่​เ​ก็บ​เกี่ยวนั้น จะสามารถ​เ​ก็บพริก​ได้สัปดาห์ละประมาณ 300 กิ​โลกรัม​เศษ ดังนั้น​ใน 1 ​เดือน จะ​เ​ก็บ​ได้ประมาณ 1,300 กิ​โลกรัม ​เฉลี่ย​ในช่วง 3 ​เดือน จะ​เ​ก็บประมาณ 12-13 ครั้ง รวมน้ำหนักพริกประมาณ 3,700-3,800 กิ​โลกรัม คิด​เป็นราคาประมาณ 3-4 หมื่นบาท โดยผลผลิตเฉลี่ยแล้ว​ได้ไร่ละกว่า 3 ตัน ยอดขาย​ไร่ละ 3-4 หมื่นบาท

ปลูกพริกหยวก ในกระถาง

คุณอนุชา บอกอีกว่า ​เมล็ดพริกที่จะนำมา​เพาะกล้านั้น จะ​ไม่นำพริกที่ปลูกมา​เพาะกล้า​เพราะจะ​เกิดปัญหา​ใน​เรื่อง​ให้ผลผลิตน้อย ​และมักจะ​เกิด​โรค ดังนั้น​จึงต้องซื้อ​เมล็ดมา​แล้ว​เพาะต้นกล้า​เองมากกว่า โดย​เมื่อ​ทำ​การ​เพาะ​เอง​ก็จะประหยัด​ในด้านค่า​ใช้จ่ายมาก ​เกี่ยวกับ​แมลงรบกวน​ก็มี​บ้างแต่ไม่มาก ใช้สมุนไพรช่วยบ้าง ​และต้องบำรุงปุ๋ย​โดย​เฉพาะปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักทำเอง และต้อง​ทำ​การพรวนดิน​และกำจัดวัชพืช​เสมอ จะ​ทำ​ให้​ได้ผลผลิตตามต้อง​การ ขณะนี้​แม้จะ​เข้าสู่ช่วงหน้า​แล้ง​แต่​ก็​ไม่มีปัญหา ​เพราะที่หมู่บ้านของตน​โชคดีที่น้ำบาดาล​ใต้ดินมีอย่าง​เพียงพอ​จึง​ไม่​เกิดปัญหา

สำหรับ​การจำหน่าย​ก็สะดวก​เนื่องจากพ่อค้าคนกลางจะมารับซื้อ​ถึงสวน ​ทำ​ให้​ไม่ต้อง​เสีย​เวลานำผลผลิต​ไปจำหน่ายที่ตลาด ​โดย​เฉพาะช่วงนี้​เป็นระยะที่พริกยัง​ไม่ล้นตลาด​จึงสามารถขาย​ได้ทุกวันถือว่าคุ้มค่ากับที่ต้องลงทุนลง​แรง​ไป ​เพราะลงทุน​ไม่มาก​ใช้​เวลา 4-5 ​เดือน ​ก็มีราย​ได้​เสริม​ถึง 3-4 หมื่นบาท ​จึงยึดอาชีพนี้ต่อ​ไปพร้อมกับ​เกษตรกรรายอื่นๆ …. แต่นั่น เค้าปลูกกันเป็นไร่ๆ ปลูกขาย ปลูกจำหน่าย แต่เราจะปลูกกินเอง ไม่มาก แค่ 5-10 ต้น ข้างรั้วบ้าน และ ปลูกในกระถาง

ปลูกพริกหยวก กินเอง

พริกหยวกมีอยู่หลายพันธุ์ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพันธุ์ที่เราเห็นๆ กันอยู่ในตลาด ลูกสีเขียวอ่อน มีรสเผ็ดนิดหน่อยเอามาผัดเปรี้ยวหวานก็ได้ ผัดกับอะไรที่เราชอบก็ได้ สุกง่ายและหวานกรอบ บางคนชอบเอาไปใส่ในเต้าเจี้ยวหลน ในกะปิคั่ว ก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่ง หรือลองทำยัดไส้แล้วชุบแป้งทอดกรอบกินเป็นอาหารยามบ่าย กับน้ำจิ้มรสหวานเปรี้ยว แซ่บจ่ะ น้ำพริกพริกหยวกก็อร่อยดี ให้เอาพริกหยวกปิ้งไฟให้สุก เผาหอม เผากระเทียม ปอกเปลือกพริกหยวกออก ปอกหอมกระเทียมด้วย แล้วเอาลงไปโขลกรวมกัน ใส่เกลือ ซีอิ๊วขาว บีบมะนาว และงาขาวคั่วสุกแล้วจะดีมาก ให้รสออกเค็มเปรี้ยวหวานตามกัน จิ้มผักต้ม ผักสด อร่อยนักแล

การเริ่มปลูกพริกหยวก คือต้องเตรียมดินก่อนทุกครั้ง พรวนดินย่อยดินให้ดี โดยเคล้าดินกับปุ๋ยหมักแล้วตากไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ จากนั้นเราก็ต้องมาเพราะต้นกล้าของพริกหยวกก่อน ด้วย วิธีการเพาะเมล็ด หรือเพาะกล้าพริกหยวกก่อน ด้วยวิธีแบบไม่ใช้ดิน หรือด้วยการหาอะไรมารองดิน เอาดินร่วน ทราย ขี้เถ้าแกลบ มาผสมกัน ใส่ปุ๋ยหมักด้วย แล้วก็เอาเมล็ดพริกหยวกที่ซื้อมาหว่านลงไป รดน้ำแล้วเอาไปไว้ในที่ที่โดนแดดเช้า อย่าให้โดนแดดบ่าย จากนั้นหมั่นรดน้ำ ต้นอ่อนหรือต้นกล้าของพริกก็จะงอกออกมาให้เห็นในระยะไม่เกิน 1 สัปดาห์

พอความสูงของต้นพริกหยวกสูงประมาณ 10 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 นิ้วชี้เรา หรืออายุประมาณ 1 เดือน ก็ย้ายต้นที่ดูแข็งแรงมาลงที่กระถางที่เราเตรียมดินไว้แล้ว

ปลูกพริกหยวก ในกระถาง

การปลูกพริกหยวกในกระถาง ให้เตรียมดินโดยเอาทราย 1 ส่วน ดินละเอียด 1 ส่วน ขี้เถ้าแกลบ 1 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 ส่วนผสมกันให้ดี จากนั้นก็เอาใส่กระถางที่จะปลูก คุ้ยดินให้เป็นหลุมตื้นๆ แล้วเอาเม็ดพริกโรยลงไปสักห้าหกเมล็ด จากนั้นกลบดินบางๆรดน้ำให้ชุ่ม เอาไปตั้งไว้ในที่ไม่โดนแดดบ่าย พอต้นอ่อนงอก ก็ให้ถอนต้นไม้ที่ไม่แข็งแรงทิ้ง เหลือไว้ในกระถางอย่าให้เกิน 2-3 ต้น จากนั้นก็ดูแลรดน้ำไปเรื่อยๆ อย่าลืมบังแสงให้ด้วย ในระยะแรกพออายุสักหนึ่งเดือน ก็รดน้ำวันเว้นวันได้แล้ว ไม่นานก็จะมีพริกกระถางสวยๆ ไว้อวดเพื่อนแล้วก็ไว้รับประทานเองด้วย

การปลูกพริกหยวกลงแปลง ก็ต้องเตรียมดินก่อนทุกครั้ง พรวนดินย่อยดินให้ดี จะยกร่องก็ได้ เคล้าดินกับปุ๋ยหมักแล้วตากไว้ จากนั้นเราก็ต้องมาเพราะต้นกล้าของพริกหยวกก่อน ด้วยการหากระป๋อง กะละมังรั่ว อะไรก็ได้ เอาดินร่วน ทราย ขี้เถ้าแกลบ มาผสมกัน ใส่ปุ๋ยหมักด้วย แล้วก็เอาเมล็ดพริกหยวกที่ซื้อมาหว่านลงไป รดน้ำแล้วเอาไปไว้ในที่ที่โดนแดดเช้า อย่าให้โดนแดดบ่ายนะครับ จากนั้นหมั่นรดน้ำ ต้นอ่อนหรือต้นกล้าของพริกก็จะงอกออกมาก พอความสูงได้สัก 10 เซนติเมตร หรืองอกมาได้ประมาณ 1 เดือน ถึงเดือนครึ่ง ก็ย้ายต้นที่ดูแข็งแรงมาลงที่แปลงปลูก ด้วยการเอาลงในหลุมที่เราขุดเตรียมไว้ หากปลูกหลายต้น ก็ให้แต่ละต้นห่างกันประมาณ 70 เซนติเมตร กดดินโคนต้นให้แน่นพอสมควร รดน้ำให้ชุ่ม พรางแสงหรือบังแสงให้ด้วยเพราะต้นอ่อนที่เพิ่งย้ายมาลงปลูกในแปลงมักจะไม่คอยแข็งแรงและทนต่อความร้อนของแสงแดดจ้าได้ หมั่นรดน้ำ ดูแลกำจัดวัชพืชอยู่เสมอ เมื่ออายุได้ 1 เดือน ก็ให้รดน้ำวันเว้นวัน ประมาณ 3-4 เดือนเราก็จะได้พริกหยวกมารับประทาน

หวังว่าคงจะได้พริกหยวกมารับประทานกันอร่อยโดยไม่ต้องหาซื้อกันอีกเลยล่ะ

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ