กาแฟอาราบิก้า พันธุ์ที่ชาวมาเลเซียนิยมดื่ม

เชื่อว่าหลายคนมักจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยกาแฟแก้วโปรด เพราะในกาแฟมีส่วนผสมอย่างคาเฟอีนที่ช่วยปลุกให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า

พร้อมให้คุณลุยกับวันใหม่ได้อย่างสดชื่น เราจะเห็นว่าตามถนนในต่างประเทศไม่ว่าจะเดินไปไหนมาไหนก็พบเห็นร้านกาแฟอยู่เป็นระยะ ๆ ทั้งร้านกาแฟโบราณ ร้านกาแฟสด ไปจนถึงกาแฟพรีเมียมที่เป็นแฟรนไชส์แบรนด์ใหญ่ ๆ ก็เพิ่มขึ้นมาก ทีนี้ ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เค้านิยมดื่มด่ำกับกาแฟชนิดไหนกันมากที่สุดกันนะ ถ้าอยากรู้ลองตามมาอ่านกันดู

ต้นกาแฟอาราบิก้า คือพันธุ์กาแฟที่ชาวมาเลเซียนิยมดื่ม

ด้วยเหตุนี้เองหลายประเทศจึงนิยมปลูกกาแฟเพื่อบริโภคและส่งออก ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียกัน แม้จะไม่ใช่ประเทศที่ปลูกต้นกาแฟเยอะที่สุด แต่ก็มีสิ่งที่น่าสนใจซ่อนอยู่ จะมีเรื่องราวอะไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลย

กาแฟอาราบิก้า พันธุ์ที่ชาวมาเลเซียนิยมดื่ม

ทำไมชาวมาเลเซียถึงนิยมดื่มกาแฟอาราบิก้า

มาเลเซียติดอันดับที่ 60 ของโลกในด้านของปริมาณการผลิตกาแฟ คิดเป็นอัตราส่วนก็เพียง 0.16% เท่านั้น ดูไปแล้วก็แทบไม่มีอะไรเป็นพิเศษเมื่อพูดถึงในเรื่องกาแฟ พื้นที่ในมาเลเซียที่ใช้ปลูกต้นกาแฟอยู่ในรัฐซาราวัก สภาพอากาศที่นั่นเป็นป่าฝน มีอุณหภูมิตั้งแต่ 15 ถึง 26 องศาเซลเซียส เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก การถ่ายเทอากาศและระบายน้ำได้ดี ดังนั้นต้นกาแฟจึงเจริญเติบโตได้ดี กาแฟมีการบ่มสุขที่พอเหมาะ รสชาติของกาแฟที่ออกมาเลยมีความเข้มข้น


สายพันธุ์ของต้นกาแฟที่ปลูกเยอะที่สุดในมาเลเซีย จะเป็นไลเบอริก้า ที่มีสัดส่วนถึง 90-95% ของพื้นที่ปลูกทั่วประเทศ ที่เหลือก็เป็นสายพันธุ์อาราบิก้า และโรบัสต้า แต่ที่น่าแปลกใจคือ พันธุ์กาแฟที่ชาวมาเลเซียนิยมดื่มกัน ไม่ใช่ไลเบอริก้าแต่เป็น อาราบิก้า เนื่องจากมีกลิ่นหอมหวานอบอวล ซับซ้อน กลิ่นคล้ายช็อกโกแลต หรือดอกไม้ รสชาติกลมกล่อม หวานละมุนลิ้น ระดับคาเฟอีนไม่เข้มข้นมาก

นอกจากนี้ในอาราบิก้ายังมีกรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic) มากกว่าโรบัสต้า กรดนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังช่วยลดการดูดซึมกลูโคสเข้าสู่ร่างกาย ถือว่าช่วยเรื่องน้ำหนักและรูปร่างให้สาว ๆ ที่กลัวอ้วนได้

กาแฟอาราบิก้า พันธุ์ที่ชาวมาเลเซียนิยมดื่ม

พฤติกรรมการบริโภคกาแฟของชาวมาเลเซีย

พฤติกรรมการบริโภคกาแฟเริ่มมีอัตราเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในมาเลเซีย ร้านกาแฟสมัยใหม่เปิดตัวกันเป็นว่าเล่นในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และเมืองใหญ่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Coffee Bean & Tea Leaf, San Francisco Coffee, Starbucks จากอเมริกา และ Gloria Jean’s Coffees จากออสเตรเลีย


ซึ่งชาวมาเลเซียส่วนใหญ่มีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่สามารถดื่มได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน จะเป็นกาแฟเย็นหรือกาแฟร้อนก็ได้หมด โดยมีอัตราส่วนผสม คือ กาแฟดำ 3 ส่วน และชานมฮ่องกงอีก 7 ส่วน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการผสมกับส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความสนุกให้รสชาติของกาแฟแตกต่างยิ่งขึ้น เช่น น้ำส้ม ไอศกรีมวานิลลา ซอสคาราเมล ฯลฯ

ในมาเลเซีย นอกเหนือจากการบริโภคกาแฟที่ได้รับความนิยมแล้ว ยังมีการสกัดกาแฟมาเป็นส่วนผสมของสกินแคร์เพื่อบำรุงผิวด้วย แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าความงามชื่อดังอย่าง Atomy ก็มีการใช้กาแฟในการผลิตสินค้าหลายชนิด ทั้งในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย

ด้วยสรรพคุณของกาแฟนี้จะไปกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวแลดูเปล่งปลั่งและยืดหยุ่นขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยกระตุ้นการแตกตัวของเซลล์ไขมัน ดึงน้ำส่วนเกินออกจากผิวหนัง ทำให้ผิวส่วนที่มีปัญหาเซลลูไลท์ดูเรียบเนียนและกระชับ ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องผิวล่ะก็ เราขอแนะนำสินค้าจากแบรนด์นี้เลย รับรองว่าผิวของคุณจะแลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด

ในประเทศไทย ปลูกกาแฟชนิดไหนบ้าง

สำหรับในประเทศไทย มีกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดีที่ปลูกจากดอยสูง ไว้สำหรับคอกาแฟโดยเฉพาะเช่นกัน

  • กาแฟดอยวาวี
    แหล่งปลูก : ดอยวาวี จ.เชียงราย / อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

    สำหรับกาแฟดอยวาวี แม้จะปลูกที่เชียงราย แต่ไปมีชื่อเสียงและเปิดเป็นร้านกาแฟแห่งแรกที่เชียงใหม่ ร้านกาแฟวาวีใช้เมล็ดกาแฟจากจังหวัดเชียงราย 70% บวกกับกาแฟจาก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และกาแฟจากขุนยะ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ อีก 30% เป็นร้านกาแฟที่ได้รับความนิยมมากทีเดียวสำหรับคอกาแฟ

  • กาแฟดอยตุง
    แหล่งปลูก : พื้นที่ของโครงการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

    กาแฟดอยตุงถือเป็นกาแฟแบรนด์ไทยในยุคบุกเบิกเลยก็ว่าได้ เป็นกาแฟที่ปลูกขึ้นจากโครงการพัฒนาดอยตุงของสมเด็จย่า เพื่อสืบสานพระราชปณิธานเป็นธุรกิจส่วนรวมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และอาชีพต่อชุมชนบนดอยตุงให้ดีขึ้น และส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่นบนพื้นที่ของโครงการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงด้วย

  • กาแฟดอยช้าง
    แหล่งปลูก : ดอยช้าง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

    ดอยช้าง ตั้งอยู่ที่ ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เป็นดอยสูงจากระดับน้ำทะเล 1,700 เมตร ด้วยความสูงนี้จึงสามารถปลูกกาแฟอาราบิก้าได้คุณภาพดีเยี่ยม

  • กาแฟดอยหมอก
    แหล่งปลูก : ดอยหมอก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

    พื้นที่แห่งนี้ก็สามารถปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าคุณภาพดีได้เช่นกัน ซึ่งพื้นที่ของดอยหมอกก็เป็นส่วนหนึ่งในบริเวณเดียวกันกับดอยช้าง ผู้ปลูกและผลิตกาแฟทำโดยกลุ่มชาวบ้านวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปพืชเมืองหนาว กาแฟคั่วที่บรรจุขาย นำมาขายและสร้างแบรนด์กาแฟที่ชื่อว่า ลีซู ดอยช้าง

  • กาแฟอาข่า อ่ามา
    แหล่งปลูก : หมู่บ้านชาวอาข่า อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

    กาแฟของร้านอาข่า อ่ามา เป็นกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า 100% คุณภาพดี เกรดพรีเมียม ซึ่งปลูกที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย แต่ไปเปิดตัวแบรนด์ อาข่า อ่ามา ที่เชียงใหม่จนโด่งดัง โดยมีหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ‘ลี อายุ จือปา’ หนุ่มชนเผ่าชาวอาข่าที่เป็นเจ้าของแบรนด์ และกำลังนำกาแฟแบรนด์นี้ส่งออกขายไปทั่วโลก

  • กาแฟปางขอน
    แหล่งปลูก : บ้านปางขอน บ้านห้วยชมภู จ.เชียงราย

    กาแฟของบ้านปางขอน เป็นกาแฟที่เติบโตใต้ต้นไม้ใหญ่และต้นน้ำลำธารตามธรรมชาติ ทำให้เมล็ดกาแฟโตอย่างช้าๆ ซึบซับรสชาติจากผืนดินได้ดี โดยไร่กาแฟธรรมชาติแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ซึ่งทำให้กาแฟของบ้านปางขอนมีรสชาติเข้มข้นเป็นพิเศษ

  • กาแฟแม่จันใต้
    แหล่งปลูก : บ้านแม่จันใต้ จ.เชียงราย / อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

    พื้นที่สำหรับปลูกกาแฟบ้านแม่จันใต้ อยู่ที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ติดกับเขต อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ที่นี่ชาวบ้านปลูกกาแฟแบบเกษตรอินทรีย์ เกษตรธรรมชาติ และดูแลขั้นตอนการผลิตเองทั้งหมด เรียกว่าเป็นกาแฟผลิตแบบแฮนด์เมดที่แท้จริง มีสินค้ากาแฟคั่วบดคุณภาพดีส่งขายทั่วประเทศ คอกาแฟรู้จักกาแฟแม่จันใต้กันเป็นอย่างดี