ทำเกษตร แค่ไหนถึงเรียกว่า พอเพียง

เกษตรพอเพียง เอ่ยคำนี้แล้วหลายคนร้องยี้ เพราะในความนึกคิดว่า ไม่สามารถ ทำได้จริง ยิ่งมีตัวแปรคือ รายได้เพิ่ม ยิ่งเป็นไปได้ยาก

และเกษตรกรทั่วไป ที่อยากปลดแอกตัวเอง แล้วหันมาทำเกษตรอย่างจริงจัง ก็ยังไปไม่รอด แม้รัฐจะให้แนวทาง ในเรื่องของ การปฏิรูประบบการเกษตร ให้เน้นคุณภาพชีวิตในครอบครัวเรือน ก่อนจะเน้นในเรื่องตลาด แต่เอาเข้าจริง ก็ทำกันยาก

เหมือนเป็นความฝันลมแล้ง ที่เขียนเอาไว้สวยหรู เกษตรพอเพียง น้อยคนนักจะทำได้จริง ส่วนแนวคิดนั้น ก็เหมือนกับแนวคิดดั้งเดิมในเรื่องของ เกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง ที่มีเนิ่นนานมาแล้ว

หน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ก็หยิบยกกันวาดโครงการ วาดฝันกันอู้ฟู่ หวังว่าประชาชน จะทำได้ แต่ไร้การเหลียวแล เหมือนการปลูกป่า ที่แนะให้ปลูกแต่กล้าไม้ แต่ไม่แนะให้ดูแลรักษา ปล่อยตามตามเกิด สุดท้ายก็เหลวแหลก

การลงทุนกับความ พอเพียง

ความพอเพียง เป็นเรื่องที่ขาดไปไม่ได้ของการ ทำอาชีพ หรือ การลงทุน ทำธุรกิจ ที่จะไม่ มุ่งหวัง เพื่อแสดงหากำไร ทุกรูปแบบ แต่เพราะคำว่า การลงทุน ย่อมต้องมีกำไร อย่างน้อยสุดก็ ความหวังในเรื่องของ ผลตอบแทน ส่วนนี้จึงเป็นปัจจัยหลัก ที่จะมาพิสูจน์ความอยู่รอด


เมื่อการลงทุนใดต้องให้ผลตอบแทน เกษตรกรเป็นคนที่ผลิตพืชผลทางการเกษตร ผลิตสัตว์ต่าง ๆ ออกมา ย่อมต้อง เน้นเรื่อง การตลาด เข้ามาเกี่ยวข้อง มีหรือที่จะลงทุนทำกินเองโดยไม่หวัง ผลกำไร เพราะโลกทุกวันนี้ มีการแลกเปลี่ยน อย่างน้อยที่สุด ก็สามารถเปลี่ยนเป็น เงิน ได้

ทำเกษตร แค่ไหนถึงเรียกว่า พอเพียง

และเพราะหวัง กำไร และส่วนต่างจาก การขายได้ นี่แหละ คือต้นทุนสำหรับดำเนินให้อยู่รอดได้ ในเมื่อทุกอย่างต้องมีการลงทุน กำไรจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่ใน ระบบการเกษตร เมื่อราคาเป็นตัวกำหนดความอยู่รอด จึงเป็นเรืองยากที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินตาม ไปในวิถีเดิม

ปลูกเพื่อกิน เลี้ยงไว้เพื่อบริโภค หากไม่มีกำไร จะหาต้นทุนจากที่ไหนเล่า

ดังนั้น เหตุผลที่ว่า ทำไมการสำรวจในหลายครั้ง มักพบว่า เกษตรกรไทย ยังคงเป็น หนี้ อย่างมากมาย ก็เพราะ ไม่หลุดพ้นจากปัญหา และวงจรเดิม ๆ แต่ใครล่ะ ไม่อยากอยากหลุดพ้น ไม่มีใครอยากเป็นหนี้ ไม่มีใครอยากมีชีวิตที่ไม่ดี

พอเพียง ที่เพียงพอไม่ได้

จากปัญหาโดยรวม เกษตรกรส่วนใหญ่ ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ถือเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากการทำเกษตร ต้องมีพื้นที่ทำกิน ปลูกข้าว ปลูกพืชผลทางการเกษตร หรืออื่น ๆ หากมีผลกำไร เงินที่ได้มา ก็ต้องจ่ายคืนนายทุน เป็นค่าเช่า ค่าลงทุน ค่าดำเนินการต่าง ๆ มากมาย กำไร คือส่วนที่เหลือเล็กน้อย ที่พอเยียวยาไปงวดต่องวด

ทำเกษตร แค่ไหนถึงเรียกว่า พอเพียง

และเมื่อเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอ หักเงินลงทุนในครั้งต่อไปไม่พอ ก็ต้องไปหาแหล่งเงินเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้นอกระบบ หรืออื่น ๆ เพื่อนำเงินมาลงทุนซ้ำ และมักเป็นหนี้หมุนเวียนโดยไม่จบสิ้น ไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะไม่มีกำไรส่วนต่างมาใช้จ่าย และค่าใช้จ่ายก็ยังตามมาระรานในทุกเดือน

ปัญหาถัดมา คือ มีแหล่งเงิน แต่ใช้เงินผิดประเภท เกษตรกรส่วนใหญ่ ใช้เงินที่กู้มาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) มาใช้จ่ายอย่างอื่น แทนที่จะนำไปลงทุนในเรื่องต่าง ๆ อย่างจริงจัง เมื่อใช้เงินกับอย่างอื่นไป เงินก็ไม่งอกเงย ก็ไม่สามารถสร้างรายได้ต่อยอดได้ เมื่อถึงกำหนดชำระ ก็ไม่มีจ่าย จึงหันไปพึ่งแหล่งเงินอื่น เป็นหนี้เพิ่มเข้าไปอีก

และเหตุผลอื่น ๆ มากมาย ที่เกิดจากการลงทุน แล้วไม่ได้ผลกำไรที่ควรจะได้

เกษตรพอเพียง ทางรอดจริงหรือไม่

การหันมาทำเกษตรพอเพียง ใช่แค่ปลูกผักกิน ปลูกขายไปวัน ๆ ทำแบบนี้ต่อให้ไม่ต้องลงทุน ก็พอเพียงไม่ได้ มีแต่ตายเพราะเหนื่อย แต่จะทำง่ายมาก ถ้าไม่กินข้าว ไม่ต้องจ่ายค่าไฟ ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าที่ และไม่มีหนี้สิน

ทำเกษตร แค่ไหนถึงเรียกว่า พอเพียง

แต่ความจริงตรงกันข้าม ก่อนจะพอเพียง ต้องหาทางปลดหนี้ก่อน ทฤษฎีเกษตรพอเพียง ที่อ้างว่า สามารถสร้างรายได้อย่างมากมาย นั่นเพราะเป็นการผลิตโดยใช้ต้นทุนต่ำ และผู้กระทำย่อมไม่มีภาระหนี้สิน หรือมีก็น้อยมากจนสามารถชดใช้ได้โดยไม่ลำบาก และทุกอย่างอยู่ในความพอดี ต้นทุนต่ำ มีเวลามากพอ เมื่อได้ผลผลิต ก็นำมากิน มาขาย สร้างเป็นกำไรต่อไป ทีละเล็กละน้อย


เรียกว่า เน้นคุณภาพชีวิตและครอบครัว เป็นอันดับแรก ก่อนจะเน้นในเรื่องของตลาด สวนทางกับความคิดที่ว่า ไม่ทำจะเอาอะไรกิน จริง ๆ แล้วการทำแต่น้อยและพอกิน ก็อยู่รอดได้ มากกว่าการทำเยอะแล้วขาดทุน

ทฤษฎีความพอเพียง คือต้องเริ่มจาก การปลดหนี้ให้เหลือน้อยที่สุด และมีเวลามากพอที่จะรอ ให้ผลผลิต เกิดเป็นรายได้

หากยังคงมีหนี้ที่ต้องใช้ทุกเดือน มากกว่ารายได้ที่มี เกษตรพอเพียง น่าจะอยู่รอดได้ยาก

ทุกวันนี้ หลายคนคิดว่า ถ้าอยากรวยต้องลองทำเกษตร แนวคิดที่ว่า ต้องลงทุนทำการเกษตรที่ใช้เงินจำนวนมาก ใช้พื้นที่จำนวนมาก เปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม แต่พอเกิดปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ผลผลิตราคาตกต่ำ เกิดโรคระบาด ฯลฯ ก็เกิดการขาดทุนอย่างมากมายมหาศาล สุดท้าย จำนวนคนมีรายได้ต่ำ ก็มาจากภาคเกษตรนี่แหละ ถ้าทำเกษตรแล้วรวยได้ง่าย ๆ เราคงได้พบเจอกับ เจ้าสัว เต็มทุ่งนา

หากอยากรวย อย่าทำเกษตร เพราะการทำเกษตร เน้นแค่พอเพียง พออยู่ พอกิน มีกินมีใช้ไม่อด แต่ไม่รวย นั่นคือที่มาของคำว่า เกษตรพอเพียง

ลองปรับเปลี่ยน วิถีชีวิต และการดำเนินการใหม่ อาจต้องใช้เวลาในการ ปลดหนี้ ไม่ใช่ไม่ทำเลย แต่ให้ทำแบบ ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากเล็ก ๆ ทำแค่เพียงพอ ก่อน ให้มีคุณภาพ ให้มีความรู้แน่น ค่อยขยับขยายออกไปเรื่อย ๆ เน้นในเรื่อง คุณภาพชีวิต โครงสร้างครอบครัว เพื่อความอยู่รอดก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อชีวิตมีความสุข ความคิดในเรื่องคุณภาพก็ตามมา เมื่อผลผลิตมีคุณภาพ ตลาดก็จะตามมา เมื่อตลาดตามมา อย่าลืมหันกลับไปมอง จุดที่เดินผ่านมาด้วย

ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้

error: อนุญาตแบบมีที่มา