ปลูกมะเขือเทศในช่วงฤดูหนาว ทำอย่างไร

ปลูกมะเขือเทศในหน้าหนาว ฤดูหนาวก็เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกมะเขือเทศ เพราะฤดูนี้มะเขือเทศจะเจริญเติบโตได้ดี

สำหรับอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการเจริญเติบโตของมะเขือเทศนั้น จะอยู่ระหว่าง 18-28 องศาเซลเซียส และในฤดูหนาวก็เหมาะสมที่สุดในสภาพการปลูกสำหรับในเมืองไทย

เพราะอากาศช่วงนี้ จะทำให้ต้นมะเขือเทศนั้นมีความแข็งแรงและติดผลได้มาก หากความชื้นของอากาศและอุณหภูมิสูงมากกว่านี้ ก็จะทำให้ผลผลิตและคุณภาพของมะเขือเทศลดลงไปตามลำดับ และอาจทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย ดูเพิ่มเติมเรื่อง ปลูกมะเขือเทศลูกท้ออย่างไรให้ลูกดกผลใหญ่

สาเหตุที่ปลูกมะเขือเทศในฤดูอื่นแล้วไม่ได้ผล

ปัญหาส่วนใหญ่ในการปลูกมะเขือเทศนอกฤดูแล้วไม่ได้ผล ปลูกในฤดูฝนและฤดูอื่นแล้วไม่รอด ไม่งอกงาม สาเหตุหนึ่งก็คือ…

ในฤดูฝนมีความชื้นและอุณหภูมิเหมาะแก่การเจริญเติบโตของโรคหลายชนิด และมะเขือเทศบางสายพันธุ์ผลจะแตกง่ายเมื่อโดนน้ำมากๆ โดยเฉพาะตอนฝนตก แต่หากต้องการปลูกมะเขือเทศในฤดูฝนก็สามารถทำได้ โดยการใช้ตาข่ายช่วยลดความแรงของเม็ดฝน

ส่วนการปลูกมะเขือเทศในฤดูร้อนแล้วไม่ได้ผลดีนั้น เกิดจากปัญหาหลายสาเหตุ และส่วนใหญ่ที่พบคือ ใบจะไหม้และผลจะเล็ก เนื่องจากน้ำในดินมีน้อย การแก้ปัญหาปลูกมะเขือเทศหน้าร้อนแล้วไม่ได้ผล จำเป็นต้องหาแหล่งน้ำให้มะเขือเทศอย่างเพียงพอ เพราะน้ำเป็นปัจจัยหลักในการส่งผลถึงจำนวนและขนาดของผลมะเขือเทศ

ต้นมะเขือเทศไม่งอกงาม

ปลูกมะเขือเทศในฤดูฝน คำแนะนำ

สิ่งที่จะต้องปฏิบัติ ในการปลูกมะเขือเทศช่วงหน้าฝน คือ

  • เลือกพื้นที่ปลูกที่สูงมีการระบายน้ำดีเป็นพิเศษ
  • ดินมีสภาพเป็นกลาง คือมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ประมาณ 6.5-6.8
  • ใช้พันธุ์ที่เหมาะสมคือให้ผลดกในฤดูฝนและฤดูร้อน
  • มีการปฏิบัติรักษาอย่างถูกต้องดีคือ เตรียมดินใส่ปุ๋ยถูกต้อง ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและบ่อยครั้งเป็นพิเศษ อย่าปล่อยให้โรคทำลายก่อนแล้วจึงคิดป้องกันกำจัด ปกติผู้ปลูกที่ประสบความสำเร็จมักใช้สารป้องกันกำจัดแมลงและเชื้อราสูงกว่าในฤดูปกติ
แนะวิธีการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ให้ผลดกและใหญ่

ดินที่เหมาะสมในการปลูกมะเขือเทศมากที่สุด

ควรเป็น ดินร่วน เพราะดินร่วนนั้น มีอินทรียวัตถุสูงและมีการระบายน้ำดี ความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH) ประมาณ 6.5-6.8 ถ้าดินเป็นกรดหรือด่างมากเกินไปจะทำให้ดินขาดธาตุอาหารบางอย่างได้ หรือธาตุอาหารบางชนิดสามารถละลายออกมาได้มากเกินไปจนเป็นเหตุให้เป็นพิษต่อต้นพืช

การจะทราบว่าดินบริเวณที่จะปลูกเป็นกรดหรือด่างเท่าใดก็โดยส่งตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ที่กองเกษตรเคมี กรมวิชาการเกษตร บางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งทางกองเกษตรเคมีจะได้แนะนำการปรับดินให้เหมาะสมกับการปลูกพืชต่อไป

ในความเป็นจริงดินร่วนเหมาะกับการปลูกผักสวนครัวได้ทุกชนิด ดูเพิ่มเติมเรื่อง ผักสวนครัวรั้วกินได้ที่ควรมีไว้ติดบ้าน

แนะวิธีการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ให้ผลดกและใหญ่

การปลูกมะเขือเทศ ในช่วงหน้าหนาว

ทั่วไปไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิมหรือในพื้นที่ปลูกพืชในตระกูลเดียวกันกับมะเขือเทศมาก่อน เช่น พริก มะเขือและยาสูบ เป็นต้น เพราะอาจมีเชื้อโรคต่างๆ สะสมอยู่ในดิน ซึ่งเป็นโอกาสให้มะเขือเทศเป็นโรคได้ง่าย

การเตรียมดินสำหรับปลูกมะเขือเทศในช่วงฤดูหนาว ต้องพิถีพิถันเป็นอย่างมาก ดินต้องมีการระบายน้ำดี กำจัดวัชพืชให้หมด เพราะวัชพืชจะแย่งน้ำ อาหารและแสงแดด แถมยังเป็นที่อยู่อาศัยของโรคและแมลงได้อย่างดีอีกด้วย ถ้าหากมีการเตรียมดินให้ดีตั้งแต่เริ่มแรกจะป้องกันการงอกของวัชพืชไปได้นาน ควรเตรียมดินให้ลึก 30-40 เซนติเมตร ถ้าใช้เครื่องทุ่นแรงหรือรถไถ 2-3 ครั้ง โดยไถกลบดินไปมาและตากดินให้แห้ง 3-4 อาทิตย์ แล้วย่อยดินให้ละเอียดพอควร อย่าให้ละเอียดมากเกินไป เพราะมะเขือเทศต้องการสภาพดินที่มีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้

ถ้าหากดินเป็นกรดให้ใช้ปูนขาวหว่านในอัตราตามที่ได้รับคำแนะนำจากการวิเคราะห์ดินหรือหากไม่ได้ส่งดินไปวิเคราะห์จะหว่านปูนประมาณ 100-300 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใช้ปูนขาวหว่านและคลุกเคล้ากับดินหรืออาจจะหว่านก่อนการเตรียมดินครั้งสุดท้าย แต่อย่างไรก็ตามควรใส่ปูนขาวก่อนปลูก 2-3 อาทิตย์

การเตรียมแปลงปลูกมะเขือเทศ

ถ้าปลูกในแปลงควรเตรียมดินปลูก โดยใช้จอบขุดย่อยดินหน้าดินลึก 15-20 ซม. และย่อยดินให้ละเอียด ใส่ปุ๋ยคอก หรือใส่ปุ๋ยหมัก หว่านและคลุกเคล้าให้เข้ากับดินในแปลง ในกรณีปลูกในกระถาง ให้ผสมดินปลูกในกระถาง โดยใช้ดินร่วนละเอียดผสมกับปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักในอัตรา 2:1

สำหรับการดูแลรักษามะเขือเทศ (tomato, Lycopersicon esculentum) นั้น หลักๆ มีดังนี้

แนะวิธีการปลูกมะเขือเทศลูกท้อ ให้ผลดกและใหญ่
  • ย้ายกล้ามะเขือเทศลงปลูกในแปลง หรือในกระถาง
  • รดน้ำทุกวัน และในช่วงการติดผลต้องระมัดระวังให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
  • หลังย้ายปลูกแล้ว 7-10 วัน ให้ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 อัตราต้นละ 1 ส่วน 4 ช้อนชา ควรโรยปุ๋ยห่างโคนต้นประมาณ 2-3 ซม. และรดน้ำให้ทันที
  • ควรกำจัดวัชพืชสม่ำเสมอ
  • เมื่อมะเขือเทศเจริญเติบโตหลังย้ายกล้าประมาณ 40 วัน สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
  • มะเขือเทศสามารถให้ผลผลิตได้นาน 20-30 วัน

ภายหลังการปลูกได้ไม่นานก็จะมีผลมะเขือเทศที่เริ่มมีสีชมพูที่แต้มผิวผล ก็สามารถเก็บมารับประทานได้แล้ว

ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้

ใบเตย และการปลูกเตยหอมที่ควรรู้

ใบเตย ที่ว่านี้ไม่ใช่เป็นลูกสาวคนเดียวของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 แต่ใบเตยนี้คือ เตยหอม

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
สวนเกษตรแนวตั้งทำอย่างไรถ้ามีพื้นที่น้อย

สวนเกษตรแนวตั้ง แนวคิดยอดนิยมสำหรับคนเมืองที่อยากมีแปลงผักสวนครัวไว้ติดบ้าน เพื่อลดรายจ่าย และสามารถ

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
เกษตรทฤษฎีใหม่ หลักการทำอย่างไรถึงได้ผลจริง

เกษตรทฤษฎีใหม่ กับตัวอย่างการทำ ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อการแก้ปัญหาดินและน้ำสำหรับการเกษตรกรรม

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
หัวเชื้อ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ทำใช้เองยังไงให้แดง

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง หรือ Photosynthetic Microorganisms : PSB และหัวเชื้อจุลินทรีย์

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
การแก้ปัญหาดินเค็ม ให้สามารถปลูกพืชผักได้

ปัญหาดินเค็ม เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พบเจอกับผม เนื่องจากปีก่อนโดนน้ำท่วมหนัก เลยต้องวางโครงการปลูกบ้าน

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
วิธีเลือกต้นพันธุ์แท้บอนกระดาดด่าง

บอนกระดาดด่าง เลือกอย่างไรให้ได้พันธุ์แท้ วิธีดูชนิดบอนด่าง ให้ได้สายพันธุ์ดีที่สุด หากด่างแท้ ต้นจะ

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม

แนะนำสินค้าจัดโปรโมชั่นพิเศษ

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚

บทความเกษตรน่าสนใจ

แนะนำบทความเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ และน่าติดตาม บทความยอดนิยม

แนะนำบทความยอดนิยม ในหมวดต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกที่ต้องการเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง และยั่งยืน เนื้อหาเข้าใจง่าย ทำได้จริง จากผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรโดยตรง

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณขณะใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกที่จะยอมรับได้โดยคลิกที่ปุ่มได้เลย