หลายคนยังสับสนกับผักสวนครัวสองชนิดนี้ คือ ตั้งโอ๋ กับ คึ่นช่าย คึ่นไช่ หรือขึ้นฉ่าย คิดว่าผักสวนครัวทั้งสองชนิดนี้เหมือนกัน จริงๆ แล้ว เป็นผักคนละชนิดกันนะ และมีลักษณะแตกต่างกันที่รูปใบอย่างชัดเจนจนสังเกตุได้ไม่ยาก แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดกันอยู่ มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ และบางครั้งก็ยากที่จะถกเถียงกับแม่ค้าด้วย แต่ก่อนจะซื้อมาใช้ ลองสังเกตุดูกันเองตามนี้

ตั้งโอ๋ กับ คึ่นช่าย

ตั้งโอ๋กับคึ่นช่าย (คึ่นไช่ / ขึ้นฉ่าย) เป็นผักคนละชนิด ซึ่งหลายคนมักสับสน ซึ่งทั้งสองคำเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว ตัวผักทั้งสองชนิดนี้มีรูปร่างหน้าตาต่างกันมาก แต่สามารถรับประทานทั้งดิบและสุกได้ทั้งสองชนิด ข้อสังเกตุของผักสองชนิดนี้คือ…

“ตั้งโอ๋” เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นเดี่ยวความสูงของต้นประมาณ 10- 15 ซม. ใบมีลักษณะเรียวยาว สีเขียวอ่อน ขอบใบหยักเล็กน้อยแต่ไม่แหลม เป็นผักที่นิยมรับประทานแบบสุก เช่นใส่ต้มจืด หม้อไฟ ผัดกับเนื้อสัตว์ สามารถหาได้เป็นบางช่วง เป็นผักตามฤดูกาล แต่สามารถปลูกนอกฤดูได้ มีเยอะในฤดูหนาว

“คึ่นช่าย” หรือ “คึ่นไช่” หรือ “ขึ้นฉ่าย” ถือเป็นพืชล้มลุกมีอายุ 1 – 2 ปี สูง 30 – 50 เซนติเมตร มีลักษณะของใบเหมือนขนนกเป็นรูปลิ่มหยักขอบใบหยัก แหลม สีใบเป็นสีเหลืองอมเขียว นิยมนำมาใส่ในแกงจืด หรือนำไปผัดกับเนื้อสัตว์ต่างๆเพื่อปรุงแต่งกลิ่น หรือใช้ดับกลิ่นคาว สามารถหาได้ในทุกฤดูกาล มีราคาถูกในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากช่วงนี้คนนิยมตั้งโอ๋มากกว่า ผักสองชนิดนี้ใช้ทดแทนกันได้

ขึ้นฉ่าย ผักสวนครัว
ขึ้นฉ่าย ผักสวนครัว
ขึ้นฉ่าย ผักสวนครัว

แนะนำเทคนิคการปลูกตั้งโอ๋ ให้งอกงาม

ฤดูที่เหมาะกับการปลูกตั้งโอ๋ คือควรจะปลูกในฤดูหนาวมากที่สุด เพราะเป็นผักที่ชอบความเย็นของอากาศ แต่ก็สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล โดยยังคงให้ผลผลิตที่ดี ผักตั้งโอ๋ มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 45 วัน หลังจากหยอดเมล็ดแล้ว ต้นสูงสุดสามารถเจริญได้สูงถึง 3 ฟุต โดยที่นิยมปลูกกันมี 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีใบเล็ก สีใบจะค่อนข้างเขียวเข้ม / กลุ่มที่มีใบขนาดกลาง (Medium- sized leaves) และ กลุ่มที่มีใบขนาดใหญ่ (large-size) จะปลูกตั้งโอ๋ในกระถางหรือยกร่องก็ได้ เป็นผักสวนครัวรั้วกินได้ที่ควรมีไว้ติดบ้านอีกหนึ่งรายการ

แนะนำข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับ การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้

สำหรับกลุ่มตั้งโอ๋ที่นิยมปลูกกันคือ กลุ่มที่มีใบเล็ก เนื่องจากกลุ่มนี้จะมีความทนทานต่อสภาพอากาศเย็นมากกว่ากลุ่มที่มีใบใหญ่ โดยการปลูกอาจต้องใช้วิธีการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมก่อน เริ่มโดยการเตรียมดินปลูก ตั้งโอ๋สามารถปลูกได้ดีในดินร่วนปนทราย ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ค่า PH ของดินควรอยู่ระหว่าง 6.0-6.5 ต้องการสภาพอากาศที่เย็นในการเพาะปลูก ควบคุมความชื้นให้พอเหมาะ ถ้าได้รับน้ำมากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคเน่าและเชื้อราเข้าทำลายได้

การให้ปุ๋ย จะเหมือนกับผักกินใบทั่วไป ใส่ปุ๋ยเมื่อมีอายุ 15 วันหลังหยอดเมล็ด โดยการผสมปุ๋ย 46-0-0 กับน้ำละลายให้เข้ากันฉีดพ่น แล้วรดน้ำล้างใบอีกรอบเพื่อป้องกันใบไหม้ แล้วควรให้ปุ๋ยละลายน้ำ 3-5 วันต่อครั้ง โดยใช้ยูเรีย 10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร (หรือปุ๋ยชีวภาพจากน้ำปัสสาวะ 1 ลิตรต่อน้ำ 30 ลิตร)

การปลูกตั้งโอ๋ในกระถาง

วิธีนี้สามารถนำมาใช้กับการปลูกแบบแปลงผักสวนครัวได้เช่นเดียวกัน โดยการเตรียมดินปลูก ให้ตากหน้าดินไว้ 1 สัปดาห์ ใส่ปูนขาวปุ๋ยคอก และปุ๋ย 15-15-15 พรวนดินให้ละเอียด หากต้องการขึ้นแปลงให้เตรียมพื้นที่กว้าง 1 เมตร ปรับหน้าแปลงให้เรียบก่อน

ปลูกตั้งโอ๋ ผักสวนครัวในกระถาง ปลูกง่าย ได้ผลผลิตดีแม้พื้นที่มีจำกัด
ปลูกตั้งโอ๋ ผักสวนครัวในกระถาง ปลูกง่าย ได้ผลผลิตดีแม้พื้นที่มีจำกัด

วิธีการปลูกตั้งโอ๋ในกระถาง นั้นสามารถปลูกได้โดยการหยอดเมล็ด หรือการเพาะกล้าก็ได้ โดยนำดินใส่กระถางและทำร่องหลุมลึก 1 ซม. หากขึ้นแปลงก็ใช้วิธีการขีดร่องขวางแปลง ลึกประมาณ 1 ซม. ห่างกัน 15 ซม. หยอดเมล็ดตามร่องห่างกัน 2-3 ซม. กลบเมล็ดด้วยดินละเอียด รดน้ำด้วยฝักบัว เมื่อต้นอ่อนแทงยอดแล้วผ่านไป 15 วัน ให้ทำการถอนแยกต้นให้ห่างกัน 10 ซม. หรือตามขนาดกระถาง

ตั้งโอ๋สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่อมีอายุ 45 วันไปแล้ว โดยขึ้นกับสภาพแวดล้อมด้วย ความเย็นของอากาศเป็นตัวกำหนดความสมบูรณ์ของใบ โดยถอนต้นพร้อมรากหรือตัดโคนต้น ปล่อยให้ต้นอ่อนโตในที่ร่ม และไม่ควรรดน้ำก่อนการเก็บเกี่ยว ปลูกตั้งโอ๋ในกระถางนั้นมีข้อดีคือ เวลาตัดตั้งโอ๋ควรตัดโดยให้เหลือโคนต้นไว้ จะสามารถเก็บผลผลิตต่อได้อีก

โรคและแมลงศัตรูของตั้งโอ๋ ส่วนใหญ่หากปลูกไม่มาก ไม่มีปัญหาเรื่องแมลงมากวนใจ แต่ผักจะเป็นโรคมากกว่า และโรคที่เป็นบ่อยคือ

  • โรคโคนเน่า เกิดจากการทำลายของเชื้อราในดิน สังเกตดูต้นผักจะหักล้มตายเป็นหย่อมๆ บริเวณที่เกิดโคนเน่า
  • โรคใบจุด พบในช่วงที่มีอากาศเย็น เกิดจากเชื้อรา Septoria sp. แผลสีน้ำตาลและมีตุ่มเล็กๆสีดำบริเวณแผล
  • โรคใบจุดที่เกิดจากเชื้อ Cercospora sp. อาจพบได้ทุกฤดูกาล ลักษณะเป็นแผลสีน้ำตาล ตรงกลางแผลเป็นสีเทา ระบาดมากในฤดูฝน
  • โรคราน้ำค้าง อาการเป็นแผลสีเหลือง หรือสีน้ำตาลบนใบ ใต้ใบมีสปอร์สีขาวหรือเทา

แมลงศัตรูของตั้งโอ๋

  • หนอนกระทู้ดำ (black cusworm) พบในช่วงฤดูร้อน สังเกตจากลำต้นล้ม เหี่ยว
  • เพลี้ยอ่อน พบตลอดปี และพบมากช่วงฤดูร้อน เพลี้ยอ่อนจะอยู่ตามใต้ใบและยอด ทำให้ใบหงิก
  • เพลี้ยไฟ พบช่วงฤดูร้อน สังเกตจากใบมีรอยหยาบสีน้ำตาลและหงิก
  • หนอนคืบกินใบ พบได้ตลอดปี

หากมีปัญหามากๆ สามารถใช้ EM หมักกับพริก โหระพา เกลือแกง บอระเพ็ด และกากน้ำตาล ผสมน้ำ 2 ส่วนหมักแล้วใช้ฉีดพ่นไล่แมลงศัตรูพืชได้ชงัด หรือจะใช้สูตรน้ำหมักชีวภาพไล่แมลงทั่วไปก็ได้

ปลูกตั้งโอ๋ ผักสวนครัวในกระถาง ปลูกง่าย ได้ผลผลิตดีแม้พื้นที่มีจำกัด

สรรพคุณผักตั้งโอ๋

การประกอบอาหารด้วยตั้งโอ๋ มีเคล็ดลับ คือ ใช้ตั้งโอ๋ใส่ในอาหารเป็นส่วนสุดท้าย และปรุงต่อในเวลาไม่นาน เพราะ ตั้งโอ๋เมื่อสัมผัสความร้อนจะอ่อนตัวเร็วมาก หากปรุงนานจะทำให้ตั้งโอ๋เปื่อยได้ ทำให้มีความกรอบน้อยลง

ตังโอ๋มีสารอาหาร และแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาทิ คาร์โบไฮเดรต, ไขมัน, วิตามิน C, วิตามินบี2, แคลเซียม, เหล็ก, ฟอสฟอรัส, แมกนีเซียม, ไลซีน และ เบต้าแคโรที เป็นต้น ซึ่งสารเหล่านี้ ช่วยในการเสริมสร้างพลังงาน และช่วยการทำงานของอวัยวะต่างๆให้เป็นปกติ รวมถึงออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย

ตั้งโอ๋ช่วยป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ ช่วยต้านเซลล์มะเร็ง สามารถใช้สูตรน้ำผักต้านมะเร็งโดยมี ตั้งโอ๋ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ

แก้อาการร้อนใน ต้านเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันโรคกระดูกเสื่อม กระดูกพรุน โดยในตำราแพทย์จีนเชื่อว่า ตังโอ๋ช่วยบำรุงตับ ม้าม และเสริมการทำงาน ช่วยขับเสมหะ ช่วยบรรเทาอาการไอ และอาการระคายคอ ช่วยในการย่อยอาหาร และกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ และเวียนศีรษะ ช่วยกระตุ้นการทำงานของปอด ช่วยบรรเทาอาการแน่นท้อง และเจ็บหน้าอก ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ดี

ความเป็นพิษ พืชที่อยู่ในตระกูล composital อาทิ ต้นทานตะวัน และดอกคำฝอย รวมถึงผักตั้งโอ๋ ในลำต้นและใบ จะประกอบด้วยสาร Sesquiterpene Lactone เมื่อสัมผัสกับผิวหนังในบางรายจะเกิดอาหารแพ้ เกิดผื่นแดง หรือ ผื่นแพ้แสง มีอาการผิวหนังอักเสบ และเป็นตุ่มพองน้ำใส http://med.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/pois-cov/Plant/

เทคนิคการปลูกตั้งโอ๋ไร้ดิน

การปลูกตั้งโอ๋ไร้ดิน ก็เหมือนการปลูกผักไร้ดินทั่วไป ส่วนใหญ่นิยมปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์

ภาพประกอบ : easycookingmenu.com , pantip.com , ilovekaset.com
อ้างอิง : puechkaset.com
เรียบเรียง : kasetorganic.com

แนะนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้