ปัญหาอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเกษตรกรที่ลงมือทำเกษตรอินทรีย์ทางเลือก โดยใช้รูปแบบของเกษตรอินทรีย์ แล้วเกิดปัญหามีการระบาดของแมลงศัตรูพืชที่มีจำนวนมากมาย เพื่อหาทางกำจัดศัตรูพืชในแบบไม่ใช้สารเคมี สามารถทำได้ยาก หรือมีหนทางน้อยมากในการกำจัดแมลงศัตรูพืชแบบเร่งด่วน

เกษตรกรส่วนใหญ่ที่ไม่อยากเสียเวลา จึงตัดสินใจหันกลับมาใช้สารเคมีแบบเดิม ทำให้ไม่สามารถจะประสบความสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์ได้ แต่รู้หรือไม่ว่า

สารทดแทนเคมีที่ใช้ได้กับเกษตรอินทรีย์ มีอยู่มากกว่า 20 ชนิด

ที่ผู้ทำเกษตรอินทรีย์สามารถใช้สารเหล่านี้ ควบคุมแมลงศัตรูพืช และโรคพืชได้นั้นโดยไม่ผิดเงื่อนไข (ทั้งนี้ยังมีสารทดแทนที่มีใหม่ๆ อีกมากมาย) โดยสามารถใช้ได้ไม่ผิดข้อบังคับของการทำเกษตรอินทรีย์แต่อย่างใด

สารทดแทน ที่อนุญาตให้ใช้ควบคุมโรคพืช

สารที่สามารถใช้ในการทำเกษตรอินทรีย์ ที่อนุญาตให้ใช้ควบคุมโรคพืช ได้แก่

  • กำมะถัน
  • บอร์โดมิกซเจอคร์
  • พืชสมุนไพรและสารสกัดจากสมุนไพร
  • คอปเปอร์ซับเฟต
  • คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์
  • คอปเปอร์ออกซี
  • คลอไรด์
การใช้สารทดแทนเคมีในการทำเกษตรอินทรีย์

สารเหล่านี้สามารถใช้ในการควบคุมแมลงศัตรูพื โรคพืช หากมีการสำรวจแมลงศัตรูพืชในแปลงปลูก และหากพบเจอแมลงศัตรูพืชในจำนวนมาก ให้ใช้สารทดแทนสารเคมีดังกล่าว ที่ใช้ได้กับเกษตรอินทรีย์ ได้โดยไม่ผิดเงื่อนไขการทำเกษตรอินทรีย์ โดยมีข้อกำหนดการใช้ดังนี้

  • ถ้าแมลงมีจำนวนน้อย ให้ใช้วิธีการควบคุมทางชีวภาพจากพืช หรือ สารสกัดจากพืชสมุนไพร เช่น ดาวเรือง ว่านน้ำ พริก สาบเสือ หางไหลแดง สะเดา เป็นต้นใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ เช่น เชื้อไวรัสเอ็นพีวี เชื้อแบคทีเรียบีที ไส้เดือนฝอย ศัตรูธรรมชาติ เชื้อราเมตาไลเซี่ยม ใช้ตัวห้ำ ตัวเบียน น้ำสบู่ สารทำหมันแมลง
  • หากแมลงระบาดจำนวนมาก ใช้กับดักกาวเหนียว กับดักแสงไฟ เพื่อลดปริมาณแมลง ใช้ไว้ท์ออยล์ หรือมิเนอรัล ออยลฺ์ ควบคู่ไปกับสารทดแทนเคมีข้างต้น ฉีดพ่นแปลงเกษตร
การใช้สารทดแทนเคมีในการทำเกษตรอินทรีย์

การควบคุมวัชพืช ในแบบเกษตรอินทรีย์

  • ควรควบคุมก่อนวัชพืชออกดอก
  • ควบคุมโดยวิธีทางกายภาพ เช่น อบ ตาก บด ถอน ตัด ปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดิน ใช้พลาสติกทึบแสงที่ไม่ย่อยสลายคลุมแปลง
  • ใช้สารสกัดจากพืช ทดแทนสารเคมี
  • ใช้ชีววิธี เช่น แมลง สัตว์ หรือจุลินทรีย์
แนะวิธีการปลูกพริกขี้หนูสีม่วงอินทรีย์แบบพอเพียง

ในด้านการปรับปรุงบำรุงดินนั้น เกษตรกรก็มีปัญหาไม่แพ้กัน แต่ในระบบเกษตรอินทรีย์นั้นไม่ได้จำกัดสารเคมีทุกตัว แต่จำกัดเพียงบางส่วนที่ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อผู้ปลูก ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม แต่สามารถใช้สารบางชนิดได้

สารที่ไม่อนุญาตให้ใช้ปรับปรุงดิน ในระบบเกษตรอินทรีย์

ไม่อนุญาตให้ใช้สารทดแทนเคมี
  • กากตะกอนโสโครก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผัก)
  • สารเร่งการเจริญเติบโตที่มีผลไปถึงโครงสร้างพืชและสัตว์
  • จุลินทรีย์ และผลิตผลจากจุลินทรีย์ที่ได้มากจากการตัดต่อสารพันธุกรรม
  • สารพิษตามธรรมชาติ เช่น โลหะหนักต่าง
  • ปุ๋ยเทศบาล หรือปุ๋ยหมักจากขยะในเมือง

สารที่อนุญาตให้ใช้ปรับปรุงดิน ในระบบเกษตรอินทรีย์

อนุญาตให้ใช้สารทดแทนเคมี
  • ปุ๋ยอินทรีย์ ที่ผลิตจากวัสดุในไร่นา เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และปุ๋ยพืชสด โดยปุ๋ยหมัก จะได้จากเศษซากพืช ฟางข้าว ขี้เลื่อย เปลือกไม้ เศษไม้ และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอื่นๆ ปุ๋ยคอก ได้จากสัตว์ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ไม่ใช้อาหารจากจีเอ็มโอ(สารตัดต่อพันธุกรรม) ไม่ใช้สารเร่งการเจริญเติบโตและไม่มีการทรมานสัตว์ และ ปุ๋ยพืชสด ได้จากเศษซากพืชและวัสดุเหลือใช้ในไร่นา ในรูปสารอินทรีย์
  • ดินพรุ ที่ไม่เติมสารสังเคราะห์
  • ปุ๋ยชีวภาพ หรือจุลินทรีย์ที่พบทั่วไปตามธรรมชาติ
  • ขุยอินทรีย์ สิ่งที่ขับถ่ายจากไส้เดือนดินและแมลง
  • ดินอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
  • ดินชั้นบน (หน้าดิน) ที่ปลอดจากการใช้สารเคมีมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี
  • ผลิตภัณฑ์จากสาหร่าย และสาหร่ายทะเล ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
  • ปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ได้จากพืชและสัตว์
  • อุจจาระและปัสสาวะ ที่ได้รับการหมักแล้ว(ใช้ได้กับพืชที่ไม่เป็นอาหารของมนุษย์)
  • ของเหลวจากระบบน้ำโสโครก จากโรงงานทีผ่านกระบวนการหมักโดยไม่เติมสารสังเคราะห์ และไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
  • ของเหลือกใช้จากกระบวนการในโรงงานฆ่าสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรม เช่นโรงงานน้ำตาล โรงงานมันสำปะหลัง โรงงานน้ำปลา โดยกระบวนการเหล่านั้นต้องไม่เติมสารสังเคราะห์ และต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

สารทดแทนเคมี ในการเร่งการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์

และอนุญาตให้ใช้กับการบำรุงดินอีกประเภทคือ สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชหรือสัตว์ ซึ่งได้จากธรรมชาติ จะเป็นสารอนินทรีย์จำพวกหินและแร่ธาตุ ได้แก่

  • หินบด
  • หินฟอสเฟต
  • หินปูนบด (ไม่เผาไฟ)
  • ยิบซั่ม
  • แคลเซียม
  • ซิลิเกต
  • แมกนีเซียมซัลเฟต
  • แร่ดินเหนียว
  • แร่เฟลด์สปาร์
  • แร่เพอร์ไลท์
  • ซีโอไลท์
  • เบนโทไนท์
  • หินโพแทส
  • แคลเซียมจากสาหร่ายทะเล และ สาหร่ายทะเล
  • เปลือกหอย
  • เถ้าถ่าน
  • เปลือกไข่บด
  • กระดูกป่น และ เลือดแห้ง
  • เกลือกสินเธาว์
  • โบแร็กซ์
  • กำมะถัน
  • ธาตุอาหารเสริม (โบรอน ทองแดง เหล็ก แมงกานีส โมลิบดินัม และสังกะสี)

สารทดแทนสารเคมีที่ใช้ได้กับเกษตรอินทรีย์ เหล่านี้สามารถนำมาใช้ในการทำเกษตรอินทรีย์ได้โดยไม่ถือว่าเป็นการใช้สารเคมีในการทำเกษตรอินทรีย์อย่างเป็นระบบ

อ้างอิงจาก ข้อมูลจากศูนย์พัฒนาการเกษตรอินทรีย์ในจังหวัด

แนะนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้