การเกษตรทฤษฎีใหม่

การเกษตรทฤษฎีใหม่

การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยใช้แนวคิดแห่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการบริหารงานในการทำการเกษตร

เป็นแนวคิดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรีของประเทศไทย ได้ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อแก้ไขปัญหาการเกษตร และเพื่อให้เกษตรกรได้มีชีวิตอยู่โดยหลุดพ้นบ่วงแห่งความยากจน

หลักในการดำเนินการของการทำเกษตร แบบทฤษฎีใหม่

โดยหลักการของ เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง คือ 30:30:30:10 จากใน 100 ส่วน ซึ่งก็คือการแบ่งพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ออกเป็น 4 ส่วน คือ

  • ส่วนแรก ให้ขุดสระกักเก็บน้ำจำนวน 30% ของพื้นที่ เนื่องจากการเกษตรนั้นจำเป็นต้องใช้น้ำ
  • ส่วนที่สอง ให้ปลูกข้าวจำนวน 30% ของพื้นที่ เพราะครอบครัวต้องกินต้องใช้เพื่อเป็นแหล่งอาหารหลัก
  • ส่วนที่สาม ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น 30% ของพื้นที่ เก็บดอกผลไว้กิน ไว้ขาย เพื่อเสริมสร้างรายได้ส่วนหนึ่งอีกทาง
  • ส่วนที่สี่ 10% ที่เหลือ ไว้เป็นพื้นที่สำหรับใช้สร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เช่น ที่อยู่อาศัย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ฉาง

จำนวนสัดส่วนของพื้นที่ทั้งหมดนี้ สามารถปรับเพิ่ม หรือลด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพพื้นที่แต่ละแห่งได้ตามสะดวก บางแห่งมีน้ำมาก อาจลดพื้นที่กักเก็บน้ำลงแล้วเพิ่มจำนวนพื้นที่ปลูกข้าว หรือไม้ผล ไม้ยืนต้นเพิ่มเติมก็ย่อมได้ หรือในบางพื้นที่แห้งแล้ง อาจเพิ่มพื้นที่สำหรับขุดสระกักเก็บน้ำ และสามารถใช้พื้นที่ในจำนวนมากนี้ ไว้เป็นการเลี้ยงสัตว์น้ำไปในตัวได้อีกส่วนหนึ่งด้วย

เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

ตัวอย่างการทำเกษตรทฤษฎีใหม่

มีที่นาอยู่ที่ 4 ไร่ จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน อาจจะได้ประมาณส่วนละ 1 ไร่ แต่ให้พิจารณาถึงความจำเป็นและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ด้วย หากพื้นที่โดยรอบแห้งแล้วกันดาร ให้เผื่อเนื้อที่ของการปลูกต้นไม้ยืนต้นและสระเก็บน้ำมากหน่อย เนื่องจากน้ำเป็นสิ่งจำเป็น และหากมีแต่น้ำแต่ผืนดินไม่ชุ่มชื้นเพราะขาดต้นไม้ให้ร่มเงา น้ำก็จะขาดแคลน การแบ่งพื้นที่ดังตัวอย่างในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ มีดังนี้

พื้นที่ส่วนที่ 1 จำนวน 1.2 ไร่ ขุดสระกักเก็บน้ำจำนวน 2 สระ สามารถกักเก็บน้ำได้มาก เพียงพอต่อการนำน้ำมาใช้ในการทำการเกษตรได้ทั้งปีแต่การผันน้ำมาใช้นั้น หากพื้นที่กว้างใหญ่ เช่นมีเนื้อที่ประมาณ 12-13 ไร่ การขุดสระโดยใช้พื้นที่ถึง 3-4 ไร่นั้นยังคงต้องใช้เครื่องจักรกลในการสูบน้ำมาใช้ ทำให้สูญเสียพลังงานเชื้อเพลิงจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ถ้าสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ หรือหาพลังงานเชื้อเพลิงอื่นทดแทน หรือมีการวางแผนการใช้น้ำ เช่น หากพื้นที่มีระดับที่ต่างกันมาก สามารถวางท่อนำน้ำออกมาใช้โดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำและน้ำมัน เป็นการจัดการทำให้ต้นทุนการเกษตรลดลงได้ในระยะยาว สำหรับพื้นที่เล็กๆ ประมาณ 1-2 ไร่ สามารถทำเป็นท้องร่องได้โดยกะให้กว้างพอประมาณไม่ให้แคบเกินไปเพราะเนื้อที่แคบน้ำจะขาดแคลน

พื้นที่ส่วนที่ 2 ใช้พื้นที่ 1 ไร่ ใช้ปลูกข้าว การปลูกข้าวด้วยพื้นที่ 1 ไร่ควรใช้วิธีการดำนา หรือ การปลูกข้าวต้นเดียว เพราะจะให้ผลผลิตดี ปริมาณมากกว่าการปลูกข้าวแบบหว่านปกติ เนื่องจากการปักข้าวลงดินเองจะทำให้ข้าวมีผลผลิตดี การเตรียมดิน และปักดำโดยใช้ข้าวจ้าวหอมมะลิ 105 ทำการกำจัดวัชพืชในนาข้าว โดยการถอน และไถกลบ เริ่มแรกอาจมีการปลูกพืชตระกูลถั่วก่อนเนื่องจากถั่ว เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เจริญเติบโตเร็ว หลังเก็บเกี่ยวสามารถไถกลบและซังพืชจะเป็นปุ๋ยชั้นดีให้นาข้าว

พื้นที่ส่วนที่ 3 มีทั้งหมด 1.5 ไร่ ปลูกพืชแบบผสมผสาน โดยสามารถปลูกมะม่วงพันธุ์โชคอนันต์ ปลูกกล้วยน้ำว้า ปลูกพืชผัก ปลูกไม้ใช้สอย เช่น ต้นสัก ต้นไผ่รวก ไผ่ตง หรือ ต้นหวาย โดยทั้งนี้พื้นที่การปลูกอาจใช้พื้นที่ทั้งหมดที่เหลือโดยพื้นที่สำหรับปลูกสร้างบ้านเรือนก็สามารถปลูกคร่อมพื้นที่ส่วนที่ 3 ได้เช่นเดียวกัน

พื้นที่ส่วนที่ 4 นี้มีพื้นที่เหลือประมาณ 3 งาน สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับสร้างที่อยู่อาศัยและคอกสัตว์เล็กๆ ใต้ถุนเรือน หรือผสมผสานในการปลูกบ้านเรือนยกสูงบนสระน้ำ ให้ใต้ถุนเป็นคอกเลี้ยงเป็ดไก่ หมู ติดกับสระน้ำ โดยในน้ำก็มีการเลี้ยงปลาดุกปลานิลผสมกัน เป็นแนวทางการเกษตรแบบพึ่งพาอาศัย

การทำเกษตร ทฤษฎีใหม่

ตามรอยเกษตร ทฤษฎีใหม่แบบเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์พระเจ้าแผ่นดินอันสูงค่า เพื่อได้มาซึ่งประชาชนที่กินดีอยู่ดี และไร้ความยากจน

สำหรับประโยชน์ของ “เกษตรทฤษฎีใหม่” ที่พ่อหลวง ร.9 ทรงได้คิดค้นขึ้นมานั้น แต่เดิมก็เพื่อเกษตรกรที่มีพื้นที่มาก ให้มีการจัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัว แต่ในยุคที่พ่อมองเห็นอนาคต ความพอเพียงจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด ประชาชนพออยู่พอกินในระดับประหยัด เลี้ยงตนเองได้ ไม่อดอยาก ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงสอดคล้องกับการทำเกษตรแนวนี้ เนื่องจาก หน้าแล้งจะสามารถนำน้ำที่เก็บไว้ในสระมาใช้ประโยชน์กับพืชและสัตว์ หากฝนตกตามฤดูกาลและมีมากจนเกิดอุทกภัย ก็สามารถฟื้นตัว และช่วยตัวเองได้ในระดับหนึ่ง หากยังคงยึดมั่นในความพอเพียง

แนะนำ พืชที่ต้องการน้ำน้อย โดยไม่ต้องอาศัยระบบชลประทานช่วยเหลือมากนัก

ประโยชน์ของเกษตรแบบทฤษฎีใหม่

แนวทางเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ คือแนวทางที่ยั่งยืน โดยที่แต่เดิมจะเหมาะกับเกษตรกรที่มีพื่นที่ทางการเกษตรค่อนข้างมากพอสมควร แต่สำหรับเกษตรกรที่มีมีพื้นที่ไม่มากนัก ก็สามารถที่จะทำได้โดยการลดหลั่นของพื้นที่ทำกินในแบบผสมผสานกึ่งพึ่งพาอาศัย สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้สูงสุด แต่ละส่วนพึ่งพาอาศัยกันเป็นระบบ น้ำใช้รดต้นไม้และเลี้ยงสัตว์น้ำไว้กินไว้ขาย พื้นที่ปลูกข้าว ปลูกไม้ผล สามารถเป็นแหล่งอาหารได้ไม่ต้องซื้อหาหรือใช้จ่ายมากโดยไม่จำเป็น พื้นที่อยู่อาศัย ก็สามารถทำเป็นโรงเรือน และเลี้ยงสัตว์ไปในตัว ทุกพื้นที่ล้วนประสานพึ่งพากันและกัน อยู่ที่การบริหารจัดการให้สมดุล ก็สามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้ไม่ยาก