เกษตรทฤษฎีใหม่ หลักการทำอย่างไรถึงได้ผลจริง

เกษตรทฤษฎีใหม่ กับตัวอย่างการทำ ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อการแก้ปัญหาดินและน้ำสำหรับการเกษตรกรรม และด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 จึงได้พระราชทานพระราชดำริ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหา ให้สามารถรอดผ่านพ้นช่วงวิกฤตินั้นได้

โดยพระราชดำริ ดังกล่างนี้ ทรงเรียกว่า “ทฤษฎีใหม่” ให้นำไปเป็นแนวทางในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำในพื้นที่ขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เกษตรทฤษฎีใหม่ หลักการทำมี 3 ระดับ

ตามแบบพ่อหลวง ร.9 มีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับ คือ

 

การเพาะกล้าพริกขี้หนู สร้างรายได้

โดยหัวใจหลักจะอยู่ที ทฤษฎีใหม่ขั้นต้น เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญในการจัดการกับทรัพยากรดินและน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งมีความยืดหยุ่นที่สามารถปรับใช้ได้ไม่จำกัด อีกทั้งในลำดับขั้นนี้ ยังสามารถแตกย่อยไปอีกหลายระบบ ซึ่งระบบที่รู้จักกันดีคือ ทฤษฎีความพอเพียง, การผสมผสานของระบบเกษตรหลายแนวทาง (เกษตรผสมผสาน)

สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำอย่างไรถึงได้ผล

เกษตรทฤษฎีใหม่ การทำเพื่อพออยู่พอกิน และพอเพียง

จัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน

เกษตรทฤษฎีใหม่ ขั้นต้น การทำตามแนวทางพ่อหลวง

ทฤษฎีใหม่ขั้นต้นทำอย่างไร? มีหลักการง่าย ๆ นิดเดียวคือ การแบ่งพื้นที่ทํากินตามหลัก เป็นเทคนิคในการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดความลงตัว และสามารถนำทรัพยากรเหล่านั้น มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการจัดสรรทรัพยากรดินและน้ำในพื้นที่การทำเกษตร

เกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นต้น คือหัวใจหลัก

ต้องสามารถจัดสรรทรัพยากรดินและน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด
ให้เกิดความลงตัวและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

การทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบพอเพียง

เกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นต้น กับการแบ่งพื้นที่ทํากิน 4 ส่วน

จัดสรรพื้นที่ด้วยการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ น้ำ ข้าว พืชผักผลไม้ และที่อยู่อาศัย ตามสัดส่วนที่เหมาะสม และยืดหยุ่นได้ คือ…

สูตร 30:30:30:10
เกษตรทฤษฎีใหม่
  • 30% ส่วนแรก ให้ขุดสระน้ำ เพราะการทำเกษตรจำเป็นต้องใช้น้ำ และสามารถเลี้ยงปลา ปลูกพืชน้ำที่ต้องการเพื่อเป็นอาหารปลาหรืออาหารในครัวเรือนได้ด้วย : เรียนรู้เรื่องการจัดการน้ำอย่างชาญฉลาดด้วยการทำโคกหนองนาโมเดล
  • 30% ส่วนที่สอง พื้นที่ทำนา เนื่องจากข้าวเป็นอาหารหลัก จะทำให้ลดรายจ่ายค่าอาหารได้
  • 30% ส่วนที่สาม ปลูกพืชไร่ พืชสวนเช่น ไม้ผล ไม้ยืนต้น ไม้ใช้สอย ไม้สร้างบ้าน พืชไร่ พืชผัก สมุนไพร ปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก
  • 10% สุดท้าย เป็นที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ถนน คันดิน กองฟาง ลานตาก กองปุ๋ยหมัก โรงเรือน โรงเพาะเห็ด คอกสัตว์ ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัวหลังบ้าน
การทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบพอเพียง

ทั้งนี้ สัดส่วนต่าง ๆ สามารถยืดหยุ่นและปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมของสภาพแวดล้อม เช่น อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก ก็สามารถลดขนาดของสระน้ำได้ หรืออยู่ในพื้นที่แห้งแล้ง อาจเพิ่มพื้นที่สระ ลดพื้นที่นาข้าวและเพิ่มพื้นที่สวนผลไม้แทน

ทั้งนี้ การปรับเพิ่ม/ลดพื้นที่ในบางส่วน ต้องอาศัยหลักเหตุผลที่จำเป็นโดยไม่ทำให้ความเป็นอยู่ต้องลำบากเพิ่มขึ้นด้วย

การทำเกษตรทฤษฎีใหม่

ผลสำเร็จที่ได้จากการพัฒนาทฤษฎีใหม่ขั้นต้น รวมไปถึง ประโยชน์ของการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ นั่นก็คือ เกษตรกรจะมีความเป็นอยู่ที่พอกิน และสามารถอยู่รอดได้ในทุกสภาพโดยไม่เป็นหนี้เพิ่ม

เกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นสอง การทำแบบก้าวหน้า

ถือเป็นการพัฒนาระบบและต่อยอดมาจากทฤษฎีใหม่ขั้นต้น ซึ่งการจะผ่านมาถึงขั้นนี้ได้ จะต้องมีความเป็นอยู่ที่พอกินและอยู่รอดได้แล้ว และเพื่อให้มีผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ ซึ่งหัวใจหลักของทฤษฎีใหม่ขั้นสองนี่คือ

หัวใจหลักของขั้นสอง หรือขั้นก้าวหน้า

คือ พลังชุมชน โดยแนะนำให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปแบบของ กลุ่ม ชุมชน หรือ สหกรณ์ เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการใน 6 ด้าน

สร้างชุมชนเข้มแข็งตามทฤษฎีใหม่ขั้นสอง

ร่วมสร้าง รวมพลัง พัฒนา เพื่อชุมชนเข็มแข็ง

รวมพลังชุมชน สร้างความเข้มแข็งตามแบบทฤษฎีก้าวหน้า 6 ด้าน

  1. ด้านการผลิต ซึ่งเกษตรกรต้องร่วมมือกันผลิต เริ่มตั้งแต่เตรียมดิน หาพันธุ์พืช ปุ๋ย บริหารจัดการน้ำ และอื่น ๆ เพื่อทำการเพาะปลูกพืชเกษตรให้ได้ผลดี
  2. ด้านการตลาด เมื่อมีผลผลิต ต้องเตรียมการขายให้ได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูป จัดหาตลาด ตลอดจนการรวมตัวกันเพื่อให้ได้สินค้าในจำนวนมากพอเพื่อให้ได้เปรียบในการต่อรองราคาสินค้า รวมไปถึงการลดค่าใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ ลงด้วย
  3. ด้านความเป็นอยู่ เกษตรกรต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ เช่น มีอาหารเพียงพอในที่ทำกิน มีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและมีความพอเพียง มีรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายสินค้าที่ตนผลิตขึ้น มีอาชีพมั่นคง
  4. ด้านสวัสดิการ โดยในแต่ละชุมชนจะต้องมีสวัสดิการและบริการที่จำเป็น เช่น อนามัย โรงพยาบาลชุมชน กองทุนกู้ยืมเพื่อประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน
  5. ด้านการศึกษา ชุมชนต้องมีบทบาทในการส่งเสริมการศึกษา เยาวชนในชุมชนของตัวเองต้องมีโอกาสได้เรียนหนังสือ มีกองทุนเพื่อการศึกษา และสร้างอาชีพ
  6. ด้านสังคมและศาสนา ชุมชนต้องร่วมกันพัฒนาสังคมและจิตใจ โดยมีศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยว
ชุมชนเข้มแข็ง

ซึ่งทุก ๆ กิจกรรม จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ องค์กรเอกชน ตลอดจนสมาชิกในชุมชนนั้น ๆ เป็นสำคัญ โดยจุดประสงค์สำคัญคือการพัฒนาความรู้และต่อยอดจนดำเนินการได้สำเร็จนั่นเอง

ตัวอย่างการพัฒนาทฤษฎีใหม่ขั้นสอง

สินค้า OTOP, โครงการชุมชนเข้มแข็ง, กองทุนหมู่บ้าน, สหกรณ์ชุมชน ฯลฯ.

สินค้า OTOP จากการพัฒนาทฤษฎีใหม่ขั้นสอง

ผลสำเร็จที่ได้รับจากการทำตามทฤษฎีใหม่แบบก้าวหน้า หรือขั้นสอง ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ดียิ่งขึ้น สร้างอาชีพ สร้างรายได้ จากผลิตภัณฑ์โดยภูมิปัญญาชุมชน ทำให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในหลายด้าน

ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้

ปลูกมะยงชิดต้นเดียว รวยได้จริงไหม ถ้ามีลูกปีละหน

มะยงชิด เป็นผลไม้ที่ปลูกแล้วได้กิน ปีละหน แม้จะนานไปหน่อย แต่ก็อร่อยและได้ราคาดี เพราะนาน ๆ มีให้กิน

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีดีอย่างไร

เปิดเผยข้อดี ข้อเสียของ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ที่หลายคนยังไม่รู้มาก่อน และสิ่งนี้ไม่ใช่ น้ำมะพร้าว แ

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
ปลูกถั่วฝักยาวแบบอินทรีย์

ถั่วฝักยาว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบจะทุกชนิด แต่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปลูกแบบอินทรีย์คือ ใน

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
ทำเกษตร แค่ไหนถึงเรียกว่า พอเพียง

เกษตรพอเพียง เอ่ยคำนี้แล้วหลายคนร้องยี้ เพราะในความนึกคิดว่า ไม่สามารถ ทำได้จริง ยิ่งมีตัวแปรคือ ราย

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
เรื่องราวน่ารู้ของ มะเขือยาว

มะเขือยาว ผักพื้นบ้านหน้าตาธรรมดานี้ เคยถูกชาวยุโรปรุมประนาม เนื่องจากความเชื่อโบราณที่ทักกันไปเองว่

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
แนะนำการปลูกหัวผักกาดแดง ให้อร่อยและได้คุณค่า

ประเทศไทยเรามีการทำเกษตรอินทรีย์กับผักสวนครัวกันกว้างขวาง

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม

เกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นสาม ตามรอยพระราชดำริ

ขั้นต้นและขั้นสอง ยังอยู่ในระดับชุมชน แต่หากมีการพัฒนาต่อยอดเพื่อความก้าวหน้ามากขึ้น จำเป็นต้องเรียนรู้แนวทางทฤษฎีใหม่ขั้นสาม ซึ่งเป็นระดับสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร จะต้องดำเนินการดังนี้

จำเป็นต้องติดต่อประสานงาน เพื่อจัดหาทุน หรือแหล่งทุน  เช่น ธนาคาร หรือบริษัท ห้างร้านเอกชน หรือหน่วยงานที่สามารถเป็นผู้ช่วยเหลือด้านการลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยทั้งนี้ ฝ่ายเกษตรกรและฝ่ายองค์กร จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน คือ

  • เกษตรกรจำหน่ายสินค้าได้ในราคาสูง ตลอดจนสามารถส่งออกสินค้าไปจำหน่ายได้ยังตลาดต่างชาติโดยไม่ถูกกดราคา
  • หน่วยงาน ห้างร้าน หรือองค์กร สามารถรับซื้อสินค้าได้โดยตรงกับเกษตรกรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
  • เกษตรกร สามารถซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ได้ในราคาทุน เนื่องจากมีสหกรณ์เป็นตัวกลางช่วยในการจัดหา
  • การพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ในชุมชน จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยดำเนินการ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องทิศทางตลาด หรือแนวโน้มที่อาจทำให้เกิดความสูญเสีย
ทฤษฎีใหม่ขั้้นสาม ส่งออกสินค้าคุณภาพ

จะเห็นได้ว่า จากความต้องการเพื่ออยู่รอด ในพื้นที่ทำกินที่จำกัด จนกลายเป็นผู้ผลิตสินค้าส่งออกไปยังต่างประเทศมากมาย เกิดขึ้นได้ไม่ยาก แต่ปัจจัยที่ทำให้หลายคนไปไม่ถึงทฤษฎีในขั้นสองและขั้นสาม คือเวลาและความอดทน อีกทั้งยังขาดตัวแปรสำคัญคือ องค์ความรู้และผู้ให้การสนับสนุน ซึ่งเป็นตัวแปรหลักที่เป็นอุปสรรคกั้นขวาง ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ

ถึงกระนั้น หากใครหลายคนที่กำลังเดินอยู่ในช่วงขั้นกลาง ๆ หรืออยู่ในจุดที่สามแล้ว อย่าลืมคิดถึงจุดประสงค์หลักตามที่ทฤษฎีใหม่ได้ว่าเอาไว้

เพราะนั่น คือคำพ่อสอน ให้เรา…ได้อยู่รอด..

แนะนำสินค้าจัดโปรโมชั่นพิเศษ

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚

บทความเกษตรน่าสนใจ

แนะนำบทความเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ และน่าติดตาม บทความยอดนิยม

แนะนำบทความยอดนิยม ในหมวดต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกที่ต้องการเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง และยั่งยืน เนื้อหาเข้าใจง่าย ทำได้จริง จากผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรโดยตรง

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณขณะใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกที่จะยอมรับได้โดยคลิกที่ปุ่มได้เลย