เอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ที่หลายคนรอบรู้อยู่แล้วเกี่ยวกับเรื่อง “การติดตา” รวมไปถึงการตัดต่อกิ่งพันธุ์พืช มาอย่างชำนาญแล้ว และอย่างที่รู้ ว่าเราสร้างพื้นฐานการทำเกษตรการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้จะเป็นเกษตรกร จะต้องทำเป็น และจำเป็นอย่างมากด้วย

จึงนำมาเขียนใหม่อีกหน และขยายความเพิ่มเติมจากองค์ความรู้ที่มี โดยหวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชมไม่มากก็น้อย พร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย..

เทคนิคการติดตา ขยายพันธุ์พืช เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้
เทคนิคการติดตา ขยายพันธุ์พืช เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้

การติดตา ขยายพันธุ์พืชเพื่อเพิ่มผลผลิต

การติดตา หรือ Budding วิธีการนี้เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชยอดฮิตอีกวิธีหนึ่ง โดยการนำเอาส่วนตาของพืชจากกิ่งพันธุ์ดีจากต้นหนึ่ง ไปติดเข้ากับพืชอีกต้นหนึ่ง เพื่อให้ตาของพืชที่ต้องการนั้น ได้เจริญเติบโตเป็นพืชกิ่งใหม่ต่อไป โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นพืชชนิดเดียวกัน หรือพันธุ์เดียวกัน

ส่วนต้นตอพันธุ์ ที่ทำหน้าที่เป็นระบบรากนั้น จะต้องเลือกเอาต้นที่มีความแข็งแรง หาอาหารเก่ง เจริญเติบโตเร็ว และทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี

ADVERTISEMENT

พืชที่นิยมขยายพันธุ์ด้วยการติดตามีทั้งไม้ดอก ไม้ผล และไม้ประดับ ที่เห็นกันบ่อยๆ คือ มะม่วง ยางพารา

การติดตาพืชในรูปแบบต่างๆ

ตามปกติแล้วการติดตานั้นมีรูปแบบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความชำนาญของเกษตรกรผู้ทำการติดตา แต่ขอยกตัวอย่างที่นิยมใช้กันมากมีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ ดังนี้

การติดตาแบบรูปตัวที (T Budding or Shield Budding)

การติดตาแบบตัวที ส่วนมากนิยมใช้กับไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ ชบา ฯลฯ ไม้ผล เช่น มะม่วง องุ่น ฯลฯ หรือพืชเศรษฐกิจทั่วไป เช่น ยางพารานี่่นิยมใช้กันมากเพราะการสอดแผ่นตาเข้าไปในรอยแผลของต้นตอแล้วใช้คมมีดตัดแผ่นตาส่วนที่เกินออก ทำง่าย และได้ผลที่แน่นอน

เทคนิคการติดตา ขยายพันธุ์พืช เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้

การติดตาแบบเพลต
(Plate Budding)

เป็นวิธีการติดตาที่คล้ายการติดตาแบบตัว T แต่ขนาดต้นตอที่เหมาะสมกับวิธีนี้จะต้องใหญ่กว่าแบบตัวที ซึ่งเหมาะสำหรับพืชที่มีน้ำยาง เช่น ยางพารา ขนุน หรือพืชที่สร้างรอยประสานช้า เช่น มะขาม ที่มีลำต้นหรือกิ่งค่อนข้างใหญ่ ที่ต้องเลือกลำต้นหรือกิ่งที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะจุดสำคัญอยู่ที่ต้นตอและตาพันธุ์ดี จะต้องลอกเนื้อไม้ออกจากเปลือก และไม่ขาดง่ายนั้นเอง หากต้นตอพันธุ์เล็กเกินไปจะทำไม่สะดวก

การติดตาแบบ Plate Budding

คลิปวีดีโอ การสาธิตการขยายพันธุ์พืชโดยการติดตาแบบเพ­ลท (Plate Budding) l โรงเรียนสตรีชัยภูมิ ชั้น ม.5/5 ปีการศึกษา 2557 เสอนคุณครู อิศรา พบแก้ว

เทคนิคการติดตา ขยายพันธุ์พืช เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้
เทคนิคการติดตา ขยายพันธุ์พืช เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้

การติดตาแบบแพตซ์ (Patch Budding)

เป็นการติดตาอีกแบบหนึ่งโดยนำแผ่นตาพันธุ์ดีปะไปบนรอยแผลของต้นตอที่เตรียมไว้เป็นรูปต่าง ๆ นิยมใช้กับพืชที่เกิดรอยประสานเร็วและไม่มีน้ำยาง โดยวิธีนี้อาจตัดเปลือกต้นตอแค่ครึ่งเดียว และเสียบเปลือกตาจากต้นพันธุ์ดีเข้าร่องและปิดทับด้วยเปลือกต้นตอ พันปิดรอบแผลด้วยพลาสติก

การติดตาแบบ Patch Budding

การติดตาแบบชิพ (Chip Budding)

วิธีการติดตาแบบนี้นิยมใช้กับพืชที่ลอกเปลือกไม้ออกยากหรือเปลือกไม้บางและเปราะ ขนาดต้นตอประมาณ 0.5 นิ้ว เหมาะสำหรับการติดตาองุ่น เงาะ และไม้ผลอื่นที่ลอกเปลือกยาก วิธีการเหมือนการทาบกิ่ง แต่เป็นการเลือกที่จะแกะเนื้อไม้ออกให้เหลือน้อยที่สุด และเลือกกิ่งพันธุ์ที่มีตาสมบูรณ์

การติดตาแบบ Chip Budding
การติดตาแบบ Chip Budding
การติดตาแบบ Chip Budding

เครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการติดตา  และการขยายพันธุ์พืชแบบอื่น

สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยอุปกรณ์เหล่านี้ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญสำหรับเกษตรกร เรียกว่า ครอบคลุมทุกการใช้งานสำหรับการขยายพันธุ์พืชเลยทีเดียว สำหรับการตดตานั้น นอกจากต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีที่มีตาสมบูรณ์แล้ว ก็ต้องมีอุปกรณ์เหล่านี้…

เทคนิคการติดตา ขยายพันธุ์พืช เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้
  • มีดขยายพันธุ์หรือคัตเตอร์หรือมีดติดตาต่อกิ่ง
  • กรรไกรตัดแต่งกิ่ง
  • แถบพลาสติกพันกิ่ง

นอกจากเครื่องมือสำหรับใช้งานแล้ว สิ่งจำเป็นที่มีอิทธิพลว่า การติดตาจะสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ 2 สิ่งนี้คือ ต้นตอ และกิ่งพันธุ์ที่ดี

ต้นตอพันธุ์ จะเป็นส่วนของต้นพืชที่ทำหน้าที่เป็นระบบราก หาอาหารหล่อเลี้ยงต้นพืช มี 2 ชนิด คือ

  • ต้นตอที่ได้จากการเพาะเมล็ด ส่วนมากนิยมใช้กับพืชประเภทไม้ผล เช่น มะม่วง ขนุน ทุเรียน มะขาม ต้นตอที่มีลักษณะดีจะต้องมีลำต้นตั้งตรง ไม่บิดคด หรือมีรอยต่อระหว่างต้นและราก เป็นแบบคอห่าน ซึ่งเกิดจากการวางเมล็ดลงเพาะผิดวิธี
  • ต้นตอที่ได้จากการตัดชำ ตอนกิ่ง หรือแยกหน่อ บางครั้งเรียกว่า ต้นตอตัดชำ ส่วนมากนิยมใช้กับพืชประเภทไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ ชบา เข็ม โกสน เฟื่องฟ้า ผกากรอง โมก และอื่นๆ ข้อเสียของต้นตอตัดชำ คือมีระบบรากตื้น แต่ถ้านำไปเป็นต้นตอสำหรับไม้ผล จะต้องทำการเสริมรากเพิ่มขึ้นด้วย

กิ่งพันธุ์ดี และมีตาสมบูรณ์ พร้อมจะงอกเป็นกิ่งใหม่ เป็นส่วนของพืชที่ทำหน้าที่เป็นระบบยอดในต้นพืช สำหรับการขยายพันธุ์โดยวิธีการติดตา

ประโยชน์ของการติดตา

การติดตา เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืช มีประโยชน์สำคัญที่เห็นได้ชัดเจนคือ ช่วยเปลี่ยนยอดต้นพืชที่มีลักษณะไม่ดี ให้เป็นพันธุ์ดี ทำให้พันธุ์พืชมีความแข็งแรง ต้านทานศัตรูและทนความแห้งแล้งได้ดี

การมีต้นตอที่แข็งแรง จะสามารถขยายพันธุ์ได้จำนวนมาก เพราะกิ่งพันธุ์แต่ละกิ่งจะมีหลายตา นอกจากนี้ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพันธุ์ไม้ด้วย โดยเฉพาะการผลิตพืชแฟนซี คือเป็นพืชที่ให้ผลผลิตหลายชนิดในต้นเดียวกัน เช่น ต้นตอเป็นมะม่วงอกร่อง แต่ยอดเป็นมะม่วงเขียวเสวย มะม่วงน้ำดอกไม้ภายในต้นเดียวกัน หรือไม้ดอก เช่น กุหลาบ จะมีดอกหลายสีในต้นเดียวกัน ฯลฯ

ทั้งนี้ การติดตา แม้จะสามารถทำได้สะดวกและรวดเร็ว แต่ต้องใช้เวลาในการบังคับและเลี้ยงตาใหม่ให้เป็นต้นพืชยาวนานกว่าการต่อกิ่ง ดังนั้น…

ผู้ที่ทำการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการติดตานี้ จะต้องมีความชำนาญและประณีตอีกด้วย ไม่อย่างนั้นการติดตาจะไม่สำเร็จ ทำให้ตาเน่า และไม่เติบโต เสียเวลาและตาพันธุ์เพิ่มเติม

การติดตาเป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่ประหยัดกิ่งพันธุ์ดี เพราะแทนที่จะใช้กิ่งพันธุ์ดีหลายตาเหมือนการต่อกิ่ง กลับใช้กับกิ่งพันธุ์ดีเพียงตาเดียวซึ่งจะอยู่บนส่วนของแผ่นเปลือกไม้ ซึ่งอาจจะมีเนื้อไม้หรือไม่มีเนื้อไม้ก็ได้ ขบวนการประสานเนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นจากการติดตามีลักษณะเช่นเดียวกับการต่อกิ่งทุกประการ

เทคนิคการติดตา ขยายพันธุ์พืช เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้
เทคนิคการติดตา ขยายพันธุ์พืช เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้

การเลือกพันธุ์พืชสำหรับใช้เป็นต้นตอ

  • เจริญเติบโตเร็ว ปราศจากโรคและแมลง และทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี
  • ขยายพันธุ์ได้ง่าย ทั้งด้วยวิธีเพาะเมล็ด ตัดชำหรือตอนกิ่ง
  • สามารถเชื่อมต่อกับกิ่งพันธุ์ดีต่างๆ ได้มาก
  • หาเมล็ดหรือต้นได้ง่าย
  • เป็นพืชที่มีความบริสุทธิ์ของพันธุ์สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้นตอที่ได้จากการเพาะเมล็ด เพราะมีรากแก้ว มีประโยชน์อย่างมากในการหาอาหารและยึดเกาะ

การเลือกพันธุ์พืชสำหรับใช้เป็นกิ่งพันธุ์ดี

  • เป็นกิ่งที่มีตาแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นตายอดหรือตาข้าง
  • ควรเลือกจากกิ่งกระโดง หรือกิ่งน้ำค้าง
  • เป็นกิ่งที่มีความสมบูรณ์ปานกลาง โดยสังเกตจากข้อ ที่ไม่ถี่หรือห่างเกินไป
  • ตาของกิ่งพอเหมาะ คือ มีขนาดพอประมาณเท่าดินสอดำ
  • เป็นกิ่งที่ได้จากต้นแม่ที่แข็งแรง สมบูรณ์ ไม่มีโรค
  • ถ้าเป็นกิ่งแก่ ควรมีอายุไม่เกิน 1 ปี เพราะถ้าอายุมากเกินไป ตาที่ติดจะไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร
เทคนิคการติดตา ขยายพันธุ์พืช เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการติดตาที่ได้ผลดี

  • ตาต้องอยู่ในสภาพพร้อมที่จะเจริญเติบโต และอยู่ในระยะพักตัว คือช่วงฤดูหนาว และสังเกต ตาจะนูนออกมาคล้ายๆ กับตาที่กำลังจะแตกยอดใหม่
  • ต้นตอต้องอยู่ในช่วงที่ไม่พักตัวคือ เป็นช่วงที่กำลังเจริญเติบโต เนื้อเยื่อเจริญกำลังแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว สังเกตจากเวลาใช้มีดกรีดเปลือกไม้จะมีน้ำยางไหลออกมา
  • รอยแผลที่เฉือนแผ่นตาจะต้องเรียบ แผ่นตาไม่ช้ำและฉีกขาด
  • การพันพลาสติก ควรพันให้แน่นและปิดรอยแผลไม่ให้น้ำเข้าได้ เพราะถ้าหากน้ำเข้าไปที่แผลติดตา จะทำให้ตาของพืชเน่าตายได้
  • ตาที่ติดนั้นจะต้องทำให้เนื้อเยื่อเจริญสัมผัสกับต้นตอมากที่สุดและไม่ให้ถูกแดดจัดส่องตลอดเวลา เพราะจะทำให้ตาเหี่ยวและแห้งตาย
  • มีดและมือจะต้องสะอาดปราศจากเชื้อโรคหากเชื้อโรคเข้าแผล อาจทำให้แผลเน่าและตาไม่ติดและเน่าตายได้
การติดตารูปตัวที T Budding
การติดตารูปตัวที T Budding
  • เลือกกิ่งที่สมบูรณ์ ไม่มีโรคและแมลง แล้วใช้ปลายมีดกรีดเปลือกให้เป็นรูปตัวที (T) โดยกรีดให้ลึกถึงเนื้อไม้ ความยาวของตัวที (T) ประมาณ 3เซนติเมตร
  • เฉือนตาของกิ่งพันธุ์ดีให้เป็นรูปโล่ ยาวประมาณ 1 นิ้ว หรือมากกว่าเล็กน้อย และเฉือนให้มีเนื้อไม้ติดมาด้วย
  • ลอกเนื้อไม้ที่แผ่นตาออก ระวังอย่าให้แผ่นตาช้ำหรือสกปรก
  • สอดแผ่นตาลงในแผลของต้นตอที่กรีดไว้ทางหัวรูปตัวที (T) แล้วเลื่อนแผ่นตาลงไปให้อยู่ตรงกลางพอดี ถ้ามีแผ่นตาเหลือยาวเกินรูปตัว (T) ให้ตัดออกเสมอหัวรูปตัวที (T)
  • ใช้พลาสติกพันกิ่งพันแผลที่ติดตาให้แน่น โดยพันจากบนลงล่าง เพื่อให้เนื้อเยื่อของแผ่นตาแนบสนิทกับลำต้น เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าไปในแผลที่ติดตา
  • หลังจากการติดตาเสร็จแล้วประมาณ 7-10 วัน ให้ตรวจดูถ้าแผ่นตายังมีสีเขียวอยู่ แสดงว่า แผ่นตาที่นำไปติดกับต้นตอเชื่อมติดกันได้แล้ว จึงพันพลาสติกใหม่ โดยเว้นช่องตาไว้ให้ยอดที่แตกจากตาโผล่ออกมาได้

แนะนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้