ต้นมะกอกโอลีฟ พืชทนแล้งที่เหมาะสำหรับคนขี้เกียจ

ช่วงนี้ผู้เขียนบ้าจัดสวน เลยมีข้อมูลที่อยากแชร์เผื่อผู้สนใจอยากลองนำ “ต้นมะกอกโอลีฟ” มาปลูกไว้ในสวนแทนต้นเบาบับ เพราะคุณประโยชน์ดีกว่าและอายุยาวนานพอกัน.

สาเหตุที่เลือกต้นมะกอกโอลีฟ ไม่ได้มาจากที่คุณอั้ม พัชราภาเลือกปลูกจากบทความต้นไม้แห่งอิสรภาพและความหวังหรอกนะ แต่อยากจะหาพันธุ์ไม้ที่ไม่ต้องดูแลมาก ปลูกแล้วได้กินยาวๆ เป็นพืชทนแล้ง ทนน้ำท่วม หรืออะไรที่คนขี้เกียจอย่างผู้เขียนเป็น มาไว้ในสวนสวยๆ ซักต้น ที่สำคัญคือ กระแสคนนิยมต้นเบาบับเวอร์เกินไป

เอาตรงๆ คือจะปลูกทำไมเบาบับ มันพังบ้านได้เลยนะ ต้นใหญ่เท่าบ้านสูงเป็นสิบเมตร แล้วจะดีไหมหากเลือกเป็น ต้นมะกอกโอลีฟ มาปลูกแทนไม่ว่าจะลงในกระถางหรือปลูกไว้หน้าบ้านก็สวยงามมากมายทีเดียว ลองดูภาพนี้แล้วคุณจะตัดสินใจได้เหมือนผู้เขียนแน่นอน

ต้นมะกอกโอลีฟ

ต้นมะกอกโอลีฟ บ้านคุณอั้ม พัชราภา
ภาพจาก https://www.sanook.com/home/30445/

ต้นเบาบับ

ต้นเบาบับ ภาพจากเน็ต ใหญ่โตโอ่อ่า

คิดดูว่าถ้าเอาต้นไม้สองชนิดนี้มาจัดสวน ต้นไหนดูสวยกว่ากัน แถมมะกอกยังได้กินผลอร่อยๆ แต่ผลหรือลูกเบาบับ รสชาติคล้ายลูกหยีบ้านเรา (บอกตรงๆ เลยว่าเชียร์มะกอกโอลีฟมากกว่าเบาบับ) ทีนี่ลองมาเปรียบเทียบกันให้เห็นชัดๆ ถึงประโยชน์ของไม้ 2 ชนิดนี้


ประโยชน์ของต้นมะกอกโอลีฟ VS ต้นเบาบับ

ต้นมะกอกโอลีฟ

แน่นอนว่ามีสรรพคุณหลายอย่าง มะกอกโอลีฟ (Olive, Olea europaea L.) เป็นพืชอาหาร ส่วนต่างๆ ของต้นมะกอกโอลีฟสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ไม่แพ้ไม้อื่น

  • ผลมะกอกโอลีฟ : ใช้เป็นอาหารและใช้ผลิตน้ำมันมะกอกเพื่อบริโภคและเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ
  • ต้นมะกอกโอลีฟ : เนื้อไม้ของมะกอกโอลีฟสามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์แกะสลักและผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์เนื่องจากมีลวดลายที่สวยงามและมีความแข็งแรง
  • ใบมะกอกโอลีฟ : ต้นมะกอกโอลีฟสามารถนำใบมาใช้ประกอบอาหารและใช้ในการบำบัดรักษาทางการแพทย์ ปัจจุบันสามารถสกัดน้ำมันจากใบได้ด้วย

น้ำมันมะกอกโอลีฟ จัดเป็นน้ำมันที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื่องจากมีส่วนประกอบของสาร cycloarthanol ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติในการจับตัวกับโคเลสเตอรอลในวงจรการดูดซึมทำให้โคเลส เตอรอลไม่ซึมเข้าสู่กระแสโลหิต และช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอล (LDL) ช่วยเพิ่มปริมาณโคเลสเตอรอล (HDL) ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดและสามารถลดอัตราการเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้

การรับประทานน้ำมันมะกอกโอลีฟ ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงและช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของสมอง

และเราสามารถกินผลมะกอกโอลีฟได้โดยไม่ต้องเอามันไปสกัดเพื่อให้ได้คุณประโยชน์เต็มๆ

ต้นเบาบับ

แน่นอนว่ามีประโยชน์มากมาย เนื่องจากเป็นไม้ใหญ่ยักษ์ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดที่ได้รับความสนใจ คือ

  • เปลือกเบาบับ : มีคุณสมบัติกันไฟ และยังสามารถนำเอาเส้นใยมาทอเป็นเชือก
  • ใบเบาบับ : ใช้ปรุงรสอาหารและเป็นยารักษาโรค สามารถทานได้ทั้งสด และนำไปต้ม มีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวพรรณ
  • ต้นเบาบับที่มีขนาดใหญ่ : ลำต้นมักจะกลวง ทำให้สัตว์และมนุษย์ สามารถใช้เป็นที่พักพิงกันแดดกันฝนได้
  • ผลเบาบับ : รับประทานได้

ทุกส่วนโดยเฉพาะลำต้น สามารถนำเอามาใช้ประโยชน์เป็นยา ป้องกันและรักษาโรคในมนุษย์ได้ จึงได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life ) สารสกัดที่ได้เรียกว่า Baobab power complex มีวิตามินมากกว่าส้มถึง 6 เท่า และมีสาร Antioxidants (สารป้องกันโรคมะเร็ง) โปรตัสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โซเดียม แมงกานิส เหมือนกับทับทิม และ แครนเบอร์รี่ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติเก็บกักน้ำได้ดีอีก

แต่เรื่องพวกสารสกัด นั่นคือการแปรรูปเพื่อใช้ในเชิงอุตสาหกรรม เราไม่สามารถปลูกต้นเบาบับได้เหมือนการปลูกยูคาลิปตัส (แค่ต้นเดียวก็เต็มบ้านแล้ว) เราไม่สามารถใช้ฟัน กัด แทะ ต้นเบาบับเพื่อเอาวิตามินมาใส่ปากได้ง่ายๆ แต่ต้องมาจากการผลิตและการสกัดโดยเฉพาะ ส่วนผลเบาบับก็มีรสชาติเหมือนลูกหยี

ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็เชียร์มะกอกโอลีฟ เพราะเมื่อเทียบอายุเท่ากัน ซัก 50-60 ปี ขึ้นไป ต้นมะกอกโอลีฟสามารถตัดแต่งได้ง่ายกว่า จัดทรงพุ่มได้สวยกว่า เนื่องจากมีลักษณะไม่ต่างจากพืชทั่วไป ทนแล้ง ไม่ต้องดูแลมาก ใครที่สนใจปลูกมะกอกโอลีฟคือสบายเลย

เพราะเป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องมีความกังวลในเรื่องการดูแล เป็นพืชที่เติบโตง่าย ไม่ชอบน้ำ อดทน แข็งแกร่ง และแม้จะเป็นพันธุ์ไม้ที่มีกำเนิดจากแถบเมดิเตอร์เรเนียน แต่ก็สามารถเติบโตได้ดีในสภาพอากาศบ้านเรา

มะกอกโอลีฟเป็นไม้ยืนต้น ลำต้นมีสีเทาขาวนวล ต้นโค้งงอจับดัดเป็นไม้ดัด เป็นบอนไซได้ ดอกสีขาวครีมขนาดเล็ก กลิ่นหอม ผลเล็กเท่านิ้วหัวแม่มือ ผลดิบสีเขียว ผลสุกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงหรือสีม่วง เหมาะที่จะนำมาปลูกในสวนสวยๆ เป็นไม้ประธานให้สวนได้ แถมมีดอกที่มีกลิ่นหอม ผลก็รับประทานได้ ประโยชน์เยอะ

แต่ต้นเบาบับ ขนาดต้นอาจจะซัก 2-3 คนโอบแล้ว ต้นขนาดนี้การย้ายก็ยาก เหมาะเอาไปปลูกไว้ท้ายสวนโน่น…

น้ำมันที่สกัดจากใบต้นมะกอกโอลีฟ

ปัจจุบัน ส่วนวิจัยและพัฒนาของบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด ที่เป็นภาคเอกชนที่ศึกษาวิจัยร่วมกับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ค้นพบสารสกัดมะกอกโอลีฟจากใบออกมาเป็นน้ำมันเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้

ใบมะกอกโอลีฟมีสาร Oleuropein ที่ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ชะลอความแก่ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ปริมาณสูงกว่าในผลมะกอกโอลีฟมาก และมีสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าสารสกัดชาเขียวและสารสกัดเมล็ดองุ่นเกือบ 2 เท่า สูงกว่าวิตามินซีถึง 5 เท่า และมีประสิทธิภาพสูงกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มากกว่า 100 เท่า

อ้างอิงการสกัดน้ำมันจากใบของต้นมะกอกโอลีฟ จากบทความใน : https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_510417

การขยายพันธุ์มะกอกโอลีฟ

การขยายพันธุ์ทำได้หลายวิธีทั้งการปักชำ การตอนกิ่ง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช แต่ที่นิยมคือวิธีการปักชำ หลังปลูกแล้วต้นมะกอกโอลีฟสามารถให้ผลผลิตภายหลังการปลูกตั้งแต่ 5-7 ปีขึ้นไป และจะให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นทุกปี จะให้ผลผลิตเต็มที่เมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป หากมีการดูแลรักษาอย่างดี ใส่ปุ๋ยบำรุงสม่ำเสมอ จะให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องเป็นร้อยปี เพราะเป็นไม้อายุยืนยาว

ต้นมะกอกโอลีฟ

ภาพจากโครงการทดลองของคุณเสน่ห์ อ่วมทอง นักวิชาการเกษตร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ซึ่งคลุกคลีกับมะกอกโอลีฟมาตั้งแต่เริ่มโครงการ ได้เล่าว่า การปลูกมะกอกโอลีฟในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสภาพภูมิอากาศที่มะกอกโอลีฟอยู่ในพื้นที่แห้ง

แต่ภายหลังที่มีการศึกษาวิจัยจนค้นพบประโยชน์จากใบ โครงการจึงดำเนินต่อ ซึ่งจากการศึกษาระยะหลังเราค้นพบวิธีขยายพันธุ์ วิธีดูแลที่ถูกวิธี ทำให้ต้นมีอัตรารอดตายเกือบทั้งหมด

และเพราะต้นมะกอกโอลีฟ เป็นไม้กระแสในช่วงนี้ (ผู้เขียนก็ชอบทำตามกระแส) จึงทำให้มีการควานหาเอามาจัดสวนกันมาก (เหมือนกับ บัวบกโขด ไม้กระแสอีกชนิดที่น่าปลูก)

คุณวิทย์ – ศิริวิทย์ ริ้วบํารุง นักจัดสวนชื่อดัง จัดวางต้นโอลีฟที่เพิ่งนำเข้ามายังเนิร์สเซอรี่ต้นไม้ส่วนตัวภายในบริเวณ Whispering Cafe
ขอบคุณภาพและเนื้อหาบางส่วนจากบ้านและสวน : https://www.baanlaesuan.com/199610/gardens/olive

และเพราะต้นมะกอกโอลีฟเป็นไม้ยืนต้นอายุยืนยาวหลายร้อยปี โดดเด่นด้วยลักษณะของลำต้นที่สวยงาม ลำต้นมีสีเทาและขาวรูปทรงบิดเป็นเกลียวดูอ่อนช้อย กิ่งก้านที่เจริญเติบโตแบบแผ่ และลำต้นที่ไม่สูงมากนัก อยู่ที่ประมาณ 3-15 เมตร ทำให้ดูโดดเด่นแต่ไม่บดบังทิวทัศน์อื่นๆ

ใบมีสีเขียวเงินตลอดทั้งปี ออกดอกสีขาวบริเวณซอกใบ ก่อนกลายเป็นผลขนาดเล็กที่มีทั้งพันธุ์สีเขียวและสีดำ ผลของต้นสามารถนำมารับประทานและผลิตน้ำมันที่มีคุณค่าทางโภชนาการหรือใช้ในทางการแพทย์ได้

ต้นมะกอกโอลีฟ

ขอบคุณภาพจาก : https://readthecloud.co/olive-olea-europaea/

จึงมีการนำเข้าต้นไม้ชนิดนี้มาปลูกในเมืองไทยกันมาก ด้วยเป็นไม้กระแส การขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายแก่นักจัดสวนจึงไม่ใช่เรื่องยาก


เพราะเป็นต้นไม้ปลูกง่าย ชอบสภาพอากาศร้อน แห้ง ไม่ต้องการน้ำมากก็เติบโตได้ดี เหมาะสำหรับนำมาเป็นไม้จัดสวน แต่งบ้าน และเป็นผลไม้บำรุงร่างกาย

การปลูกต้นมะกอกโอลีฟ

การปลูกก็ไม่ยาก ใช้ดินร่วนปนทราย และควรปลูกในที่โล่ง ชอบแสงตลอดวัน สำหรับต้นที่ยังไม่โตเต็มที่สามารถปลูกลงกระถางวางไว้ในที่แสงรำไรได้ ลำต้นจะยืดโตได้เร็ว ไม่ต้องรดน้ำบ่อย 3-4 วันรดครั้งหนึ่งได้ ดูว่าหากดินแห้งเกินไปก็สามารถรดน้ำซ้ำได้

หากใครต้องการหาต้นพันธุ์มะกอกโอลีฟมาปลูกในช่วงนี้ คงต้องควานหากันหน่อยเพราะแหล่งขายผลิตกันไม่ทัน ถ้าผู้เขียนหาได้จะกลับมาบอกต่อในคราวหน้านะครับ

หากชอบบทความนี้ก็แชร์กันเยอะๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้