ปลดล็อคกระท่อม 2564 เราทำอะไรได้บ้าง

กระท่อม ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Mitragyna speciosa (Korth.) Havil. เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เข็มและกาแฟ (Rubiaceae)

ต้นกระท่อม เป็นไม้ยืนต้นมีความสูงได้ประมาณ 4-16 เมตร ขึ้นอยู่กับการปลูก มีการเจริญเติบโตได้ดีในที่ชุ่มชื้น ความชื้นสูง ดินอุดมสมบูรณ์ และมีแสงแดดปานกลาง เป็นพืชที่ต้องการน้ำในปริมาณมากพอสมควร น้ำมากปุ๋ยดีจะทำให้ได้ใบใหญ่และมีสารไมทราไจนีนสูง หากขาดน้ำจะทำให้ขนาดใบเล็กลง

พืชกระท่อม เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศไทยและมาเลเซีย ใบมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ต้นกระท่อมสามารถพบได้ในเขตร้อนและกึ่งร้อนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปแอฟริกา สมัยโบราณมีการใช้ใบกระท่อมเพื่อรักษาการติดเชื้อในลำไส้ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดไข้ บรรเทาอาการไอและท้องร่วง

การนำใบกระท่อมมาทำเป็นยา โดยใช้ใบสดหรือใบแห้ง นำมาเคี้ยว สูบ หรือชงเป็นน้ำชา นอกจากนี้ยังมีการใช้กระท่อมในกลุ่มของผู้ใช้แรงงานเพื่อกดความรู้สึกเมื่อยล้า ทนต่อการทำงานกลางแจ้ง ทนร้อน ทนแดด และสามารถทำงานได้ยาวนานมากขึ้น


อีกทั้งยังมีการใช้เพื่อลดอาการขาดยาจากสิ่งเสพติดอื่น เช่น ฝิ่นและมอร์ฟีน เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อยกว่ามอร์ฟีนเมื่อใช้ในระยะเวลาที่จำกัด การใช้แทนแอมเฟตามีน (ยาบ้า) เพื่อเพิ่มพละกำลัง ในปัจจุบันพบว่ามีการใช้กระท่อมในหลายประเทศทั่วโลก

ปลดล็อกกระท่อม 2564 เราทำอะไรได้บ้าง

อ้างอิง พืชกระท่อมและสรรพคุณทางยาที่ : pharmacy.mahidol.ac.th/

ปลดล็อคพืชกระท่อม กฎหมายล่าสุดปี 2564

กระท่อมเป็นไม้ยืนต้น แต่เดิมถูกจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (ตามความในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งสิ่งเสพติดในประเภท 5 ได้แก่ กัญชา และพืชกระท่อม) ต่อมาเมื่อ 26 พฤษภาคม 2564 มาตรา 3 ในกฎหมายฉบับนี้ มีผลให้ถอดกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 รวมทั้งในมาตรา 4 มาตรา 75,76, 76/1 และ 92 ใน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ทำให้กระท่อม ได้ถูกปลดล๊อคโดยสิ้นเชิงจากการเป็นยาเสพติดให้โทษ เกษตรกรสามารถมีไว้ครอบครอง ปลูกเพื่อการบริโภค ปลูกไว้ในสวนได้ โดยไม่มีความผิดแต่ประการใด และล่าสุด วันที่ 24 สิงหาคม 2564 พืชกระท่อมก็ถูกปลดล็อคโดยสิ้นเชิง ประชาชนทั่วไป สามารถขายใบ ขายต้นพันธุ์ได้แล้ว

รวมทั้งมีการปล่อยผู้กระทำความผิดตามกฎหมายพืชกระท่อมจำนวน 1,038 ราย โดยถือว่าไม่เคยกระทำความผิด สำหรับผู้ถูกจับกุมหรือจำเลยในชั้นต่างๆ จะได้ดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปล่อยตัวผู้กระทำความผิดและผู้ต้องขังคดีความผิดเกี่ยวกับพืชกระท่อมต่อไป แต่ทั้งนี้ก็ยังมีข้อกฏหมายในส่วนอื่น ที่ยังคงห้ามไม่ให้กระทำการบางประการ เช่น จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือนำไปผสมในส่วนผสมบางชนิด

โทษของน้ำกระท่อม ยังเป็นสารอันตรายจริงหรือไม่

แม้ว่าจะมีการปลดล๊อคให้กระท่อมไม่เป็นยาเสพติดให้โทษแล้ว แต่ในคุณสมบัติทางยานั้น กระท่อมยังมีสารที่มีฤทธิ์เสพติดอยู่ โดยสารสำคัญที่พบในใบกระท่อมคือ ไมทราไจนีน (Mitragynine) เป็นสารจำพวกอัลคาลอยด์ ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง (CNS depressant) เช่นเดียวกับยาเสพติดกลุ่ม psilocybin LSD และ ยาบ้า มีฤทธิ์ทำให้รู้สึกชา กดความรู้สึกเมื่อยล้าขณะทำงาน ทำให้สามารถทำงานได้นานและทนมากขึ้น และทนต่อความร้อนมากขึ้นด้วย

ดังจะเห็นได้ชัดเจนว่าผู้ที่ใช้ใบกระท่อม สามารถทำงานกลางแจ้งได้ทนนานมากกว่าปกติ แต่เวลาแดดร่มลมตกจะหมดแรงเอาดื้อๆ รวมถึงมีฤทธิ์ต่อประสาท ทำให้เคลิบเคลิ้มได้เช่นเดียวกับสารเสพติดอื่น โดยเฉพาะเมื่อนำน้ำกระท่อมต้มไปผสมกับโค้กและยาแก้ไอ เรียกว่า สี่คูณร้อย (4×100) (บางตำราผสมยากันยุงด้วย ซึ่งไม่แนะนำ) ในกรณีการนำน้ำกระท่อมไปผสมกับส่วนผสมอื่นที่เข้าข่ายเป็นสารเสพติดให้โทษต่อร่างกาย ยังคงมีความผิดทางกฏหมายเช่นเดียวกับการครอบครองยาเสพติดให้โทษอื่น

ปลดล็อกกระท่อม 2564 เราทำอะไรได้บ้าง

ผลจากการเสพน้ำกระท่อม

กระท่อมออกฤทธิ์ประเภทกระตุ้นประสาท การเสพในปริมาณมาก หรือเป็นระยะเวลานาน จะมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด นอนไม่หลับ มักจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีขึ้นที่บริเวณผิวหนัง ทำให้ผู้ที่รับประทานมีผิวคล้ำและเข้มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม จะมีสีคล้ำขึ้นคล้ายกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคตับ

ทั้งนี้ยังพบว่า การกินก้านใบกระท่อม จะทำให้เกิดอาการที่เรียกกันว่า “ถุงท่อม” เนื่องจากก้านใบของกระท่อมไม่สามารถย่อยได้ จึงตกตะกอนติดค้างอยู่ภายในลำไส้ ทำให้ขับถ่ายออกมาได้ยาก หรือไม่ได้ เกิดพังผืดขึ้นมาหุ้มรัดอยู่โดยรอบก้อนกากกระท่อมนั้น จนกระทั้งเกิดเป็นก้อนถุงขึ้นมาในลำไส้ บางรายจะมีอาการโรคจิตหวาดระแวง พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง เห็นภาพหลอน คิดว่าคนจะมาทำร้าย หากหยุดเสพกระทันหัน จะเกิดอาการขาดยา มีลักษณะที่แสดงอาการ เช่น ไม่มีแรง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและกระดูก แขนขากระตุก รู้สึกอ่อนเพลียไม่สามารถทำงานได้ อารมณ์ซึมเศร้า นํ้าตาไหล นํ้ามูกไหล บางรายถึงขั้นก้าวร้าว

ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานใบหรือน้ำต้ม ก็ขอแนะนำว่าไม่ควรบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำไปผสมเพื่อให้สารในใบกระท่อมออกฤทธิ์รุนแรงเพิ่มขึ้น และในกรณีที่มีการผสมเพื่อเพิ่มการออกฤทธิ์ทางยา การครอบครองรวมทั้งเพื่อบริโภคและเพื่อมีไว้จำหน่าย ก็จะมีความผิดตามกฏหมายด้วย

จำหน่ายน้ำกระท่อม ผิดกฏหมาย

ปลดล็อคใบกระท่อมพ้นสารเสพติด

จากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่า พืชกระท่อมบ้านเรา กำลังอยู่ในทิศทางที่ต่างชาติมีความต้องการสูง รวมไปถึงตลาดในประเทศที่มีทิศทางที่ดีมากขึ้น เกษตรกรบางราย สามารถขยายพันธุ์กระท่อมจำหน่ายได้ราคาสูงถึงวันละ 7,000-10,000 บาท

ถึงแม้ว่ากระท่อม จะไม่ใช่ยาเสพติดอีกต่อไปแล้ว และประชาชนทั่วไป ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี นั่นจะสามารถนำใบมาเคี้ยว หรือจะนำใบมาต้มเอาน้ำเพื่อบริโภคเป็นยาชูกำลังสำหรับการทำงานได้โดยไม่ผิดฏกหมายแล้วก็ตาม แต่…

จุดประสงค์ของกฏหมายฉบับนี้ก็ยังคงเน้นอยู่ในภาคครัวเรือนและชนชั้นแรงงาน ที่สามารถนำสรรพคุณของฤทธิ์ยาชูกำลังมาใช้เพื่อประโยชน์ในการช่วยทำงานเท่านั้น ณ 24 สิงหาคม 2564 ได้ปลดล๊อคในเรื่องของการจำหน่าย ประชาชนทั่วไปสามารถจำหน่ายใบกระท่อมและต้นพันธุ์กระท่อมได้อย่างถูกกฏหมายแล้ว แต่ไม่แน่ชัดในเรื่องการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปพืชกระท่อม

ข้อกำหนดล่าสุด (24 สิงหาคม 2564) มีการกำหนดมาตรการป้องกันการใช้ใบกระท่อมในทางที่ผิด เช่น ห้ามขายใบกระท่อม น้ำต้มใบกระท่อม หรืออาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท, ห้ามบริโภคใบกระท่อมหรือน้ำต้มใบกระท่อมที่ปรุงผสมกับยาเสพติดให้โทษ ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท

ปลดล็อกกระท่อม 2564 เราทำอะไรได้บ้าง

แต่ถึงกระนั้น พืชกระท่อม ก็เหมือนกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ที่ในไม่ช้า การจำหน่ายและการดำเนินธุรกิจที่มีกระท่อมเป็นสินค้าหลัก ยังคงต้องได้รับการอนุญาตจากทางภาครัฐ ที่จะต้องมีการทำเอกสารขออนุญาตผลิตเพื่อจำหน่ายโดยยังคงเป็นสินค้าควบคุมเฉพาะดังเช่นการต้มเหล้ายาดอง ที่ยังไม่เปิดโอกาสให้มีการค้าเสรีเกิดขึ้นในยุคนี้มากเท่าที่ควร

และในท้ายสุดแล้ว ก็อยากชวนกันติดตามว่านับจากนี้ การที่รัฐออกกฏหมายมาเอื้อประโยชน์นั้น จะสามารถส่งผลดีต่อประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน หรือจะเป็นไปเพื่อกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่มคน เท่านั้น…

วิธีเลิกน้ำกระท่อมแบบง่ายทำได้เอง

จริงๆ ผู้เขียนไม่เคยกินใบกระท่อมและไม่เคยลิ้มรสชาติน้ำใบกระท่อมเลย ก็เลยไม่ได้เสพติดสิ่งนี้ รวมไปถึงอาการต่างๆ ในเรื่องที่เขาเรียกว่า ขาดยา นั้นเป็นอย่างไร แต่เคยเห็นมาบ้างและก็คิดว่าน่าจะทรมาน จึงขอนำเอาเรื่องราวชีวิตของผู้ติดน้ำท่อมมาเล่าให้ฟัง ดังนี้ว่า…

เจ้าของเรื่องนี้กินน้ำกระท่อมมาตั้งแต่อายุ 15 มากกว่า 6 ปีที่กินน้ำกระท่อมนั้น กินทุกวันไม่เคยหยุดกินเลยสักวัน ไม่งั้นจะอยู่ไม่ติด กินยันหว่าง กินแบบหัวราน้ำ งานไม่ทำ เที่ยวไม่ไป ไม่อยากไปไหน จนมาถึงวันหนึ่งที่คิดได้ว่า อนาคตข้างหน้าคงไม่มีอะไรดีแน่ เพื่อนรุ่นเดียวกันฝึกงานมีงานทำ ตัวเองเรียนไม่จบ ก็เลยลองเลิก ลองครั้งแรกไม่สำเร็จ ลองวิธีไปเรื่อยๆ กระทั้งถึงครั้งที่ 5 มันทรมานมาก ทั้งเป็นไข้ ท้องเสีย ไอ ปวดตามตัว นอนไม่หลับ มีเพื่อนหลายคนบอกว่าเลิกไม่ได้หรอก แต่เป็นคำที่ทำให้มีแรงฮึด ฝืนตัวเองจนเลิกได้ในที่สุด หยุดกินมา 7 วัน อาการอื่นๆ เริ่มดีขึ้น ร่างกายเริ่มกลับมาสู่ปกติ วิธีการเลิกนั้นไม่ยาก

ก่อนจะเลิก 1 วัน ให้ไปหาชื้อ

  • ยาลดไข้
  • น้ำอัดลมไม่มีสี
  • เกลือ
  • ยาคลายเครียด

ก่อนอื่นจะต้องตั้งจุดมุ่งหมายว่า ต้องการเลิก เลิกเพื่ออะไร ต้องมีความตั้งใจ อดทน นึกถึงหน้าผู้มีพระคุณเอาไว้เยอะๆ เมื่อถึงวันที่เราจะเลิก ให้หาอะไรทานก่อนเพื่อจะได้กินยาลดไข้ จากนั้นเอาน้ำอัดลมผสมกับเกลือแล้วกิน มีอาการอยากเมื่อไหร่ก็ให้กินน้ำอัดลมผสมเกลือนี้ไปแทน ทำไปทั้งวัน มันจะท้องเสียบ้างแต่ท้องเสียน้อยลง พอตกค่ำนี้ถือเป็นช่วงคิดมาก อยากกินน้ำกระท่อม ให้กินยาคลายเครียดไป 1 เม็ด แล้วนอนพักผ่อน


ทำแบบนี้ไปประมาณ 2 วัน พอวันที่ 3 จะดีขึ้นเอง

นี่คือปากคำของคนที่เคยติดน้ำกระท่อมมาก่อนแล้วอยากเลิก เลยมาแนะนำวิธีที่ไม่ยาก ทำได้เอง
(ตัวอย่างจากเว็บ pantip.com/topic/34075184)

ใบกระท่อมต้านโควิด ใช้ได้จริงหรือไม่

จากที่มีการแชร์เนื้อหา ใบกระท่อมต้านโควิด ที่อธิบายสรรพคุณของใบกระท่อมว่ามีฤทธิ์ช่วยต้านโควิด-19 ได้นั้น ภญ.ศตพร สมเลศ และ พท.ศรัญญ่า เหล็กกาณกูล สังกัดกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า

เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของ ใบกระท่อมต้านโควิด-19 ได้นั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ในปัจจุบัน ยังไม่มีการพบรายงานการวิจัยของฤทธิ์ต้านเชื้อโควิด-19 ในใบกระท่อมเป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีบทวิจัยใด เพราะฉะนั้น การอวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถใช้ใบกระท่อมป้องกันหรือรักษาโรคโควิด-19 ได้ แล้วมีผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายและโฆษณาเกิดขึ้น อาจทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ รวมไปถึงการบริโภคกระท่อมเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดการเสพติดและจะมีอาการของโรคจิตหวาดระแวง เห็นภาพหลอน และอาการต่างๆ อีกมากมายล้วนแต่ส่งผลเสียแก่ร่างกายแทบทั้งสิ้น

ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้

error: อนุญาตแบบมีที่มา