การเพาะเห็ดในโอ่ง วิธีทำให้ได้ผลผลิตดี

การเพาะเห็ด ใช่ว่าจะจำกัดแค่เทคนิคเดิม ๆ เพราะมีหลายปัจจัย ที่ทำให้ การทำเกษตร ถูกปรับเปลี่ยนวิธีการ และใช้แนวคิดใหม่ ๆ แบบนอกกรอบ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมในยุคปัจจุบัน

บีบคั้นให้ต้อง ดิ้นรน ลดต้นทุน กระทั่งออกมาในรูปแบบ แปลก แหวกแนว แต่ให้ผลผลิตดีเท่าเดิม หรือดีกว่าเดิม ก็มีไม่น้อย

จากปัญหาที่เกษตรกรได้พบเจอนั้น สืบเนื่องจากอุปสรรคในหลาย ๆ ด้าน เช่น พื้นที่เพาะปลูก รายจ่ายในการจัดหาอุปกรณ์การผลิต การเพาะปลูก และอื่น ๆ ที่ต้องใช้งาน รวมทั้งระยะเวลา และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่อาจเป็นอุปสรรค ในการทำให้เกิดผลผลิต เป็นผลให้เกิด นวัตรกรรมทางความคิด ทำให้ได้รูปแบบใหม่ ๆ ในด้านเกษตร มามากมาย

เห็ดในโอ่ง ก็เป็นอีกหนึ่งใน นวัตรกรรม ที่แตกแขนงออกมา เนื่องจากอุปสรรคที่กล่าวมาข้างต้น วิธีดำเนินการใหม่ ๆ ที่ให้ผลผลิตไม่แพ้การเพาะเห็ด แบบปกติ เรามาดูกันว่า การเพาะเห็ดในโอ่งนี้ ที่ว่าให้ผลผลิตดีกว่าแบบโรงเรือนนั้น เค้ามีกรรมวิธีทำกันอย่างไร แบบให้ได้ผลผลิตกันเห็น ๆ


ที่สำคัญคือ เป็นอาชีพยอดนิยมที่ สร้างรายได้รวดเร็ว ไม่ต้องลงทุนมาก ได้ผลผลิตมา แม้จะขายไม่ได้ แต่รับประกันเลยว่า ได้บริโภคในครัวเรือนแน่นอน ถือเป็นอาชีพเกษตรกรรม ที่ทำง่ายและลงทุนไม่สูงมาก แค่พื้นที่เล็ก ๆ ก็สามารถทำได้ แถมใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ

การเพาะเห็ดในโอ่ง
เทคนิคการเพาะเห็ดในโอ่ง

เพาะเห็ดในโอ่ง ดีอย่างไร

เพราะโดยทั่วไป การเพาะเห็ด จะต้องสร้างโรงเรือน ใช้เงินทุนสูงพอสมควร และถ้าจะเพาะในเชิงพาณิชย์ ต้องตววจสอบเรื่องการตลาดให้ดีเสียก่อน แต่ถ้าจะเพาะเพื่อการบริโภคในครัวเรือนแบบพอเพียง ก็จะช่วยลดความยุ่งยาก และไม่ต้องลงทุนสร้างโรงเรือน อีกทั้ง ยังใช้วัสดุเหลือใช้ในครัวเรือน มาใช้ให้เกิดประโยชน์ นั่นคือ โอ่งแตก หรือโอ่งร้าว สามารถนำมาเพาะเห็ดได้

จึงได้เกิดวิธี การเพาะเห็ดในโอ่ง แบบไม่ต้องใช้โรงเรือน ขึ้น แถมได้บริโภคในครัวเรือนอย่างเพียงพอ ได้เห็ดที่มีความสด คุณภาพดี และรสชาติอร่อยไม่แพ้การเพาะจากวิธีอื่น

กรรมวิธีไม่ยุ่งยาก ใช้โอ่งเก่า โอ่งแตก หรือโอ่งร้าว เป็นที่เพาะเห็ด สำหรับวัสดุอื่น ก็มีเพียง ก้อนเชื้อเห็ดถุง ชนิดที่ต้องการจะเพาะ กระสอบป่านใส่ข้าวสาร หรือตาข่ายพรางแสงสีดำ และบัวรดน้ำ เท่านั้น ขั้นตอนการเพาะ อันดับแรกจะต้องเลือกสถานที่ใช้เพาะ ควรเป็นใต้ร่มไม้ หรือบริเวณที่มีร่มเงา

เพาะเห็ดในโอ่งแบบมาตรฐาน และวัสดุที่ใช้ในการเพาะ

  • โอ่งมังกร (โอ่งแตก หรือโอ่งร้าว) จำนวน 1 ใบ
  • ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า หรือเห็ดถุงชนิดอื่น ๆ จำนวน 20 ก้อน
  • ตาข่ายพรางแสง หรือกระสอบป่าน สำหรับปิดปากโอ่ง จำนวน 1 ผืน
  • ไม้ไผ่ตีเป็นตะแกรง ขนาดความกว้าง ยาว ให้พอดีกับขนาดโอ่งที่เตรียมไว้
  • กรอบไม้ทำฐานรองพื้นโอ่ง (ด้านนอก)
  • ทรายหยาบ รองพื้นโอ่ง
  • เชือกฟาง

แนะนำข้อมูล การเพาะเห็ดสร้างรายได้ แบบต่าง ๆ

เทคนิคการเพาะเห็ดในโอ่ง ให้ได้ผลดี

  • นำไม้ที่เตรียมไว้สำหรับทำฐานรองโอ่งด้านนอก มาตีล้อมกรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยให้มีพื้นที่ว่างระหว่างกรอบไม้เพียงพอต่อการวางพื้นที่ผิวของโอ่งที่จะวางในแนวนอน ไม่ให้โอ่งกลิ้ง
  • นำโอ่งมานอนลง จัดหาสถานที่เหมาะๆ ใต้ร่มไม้หรือที่มีร่มเงา ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้น
  • นำทรายหยาบมาเทรองพื้นโอ่งที่วางไว้ในแนวนอน กะให้มีความหนาประมาณ 2-3 นิ้ว เพื่อกักเก็บความชื้น
  • นำตะแกรงไม้ไผ่ที่เตรียมไว้มาวางด้านในโอ่ง ทำเป็นแผงสำหรับวางก้อนเชื้อเห็ด โดยให้มีพื้นที่ว่างด้านบนมากกว่าพื้นที่ว่างด้านล่าง
  • นำก้อนเชื้อเห็ดที่ต้องการเพาะมาเรียงไว้จนเต็ม และทำการเปิดดอก ด้วยวิธีการเปิดจุกก้อนเชื้อด้านบน บังคับให้ดอกออกเป็นกระจุกด้านบน ก่อนวางเรียงก้อนเชื้อเห็ดจนเต็ม
  • ปิดปากโอ่งด้วยกระสอบป่านหรือตาข่ายพรางแสง แล้วใช้เชือกผูกยึดกระสอบกับขอบปากโอ่งให้แน่น โดยปล่อยชายกระสอบให้สามารถเปิดขึ้นลงได้
  • รดน้ำบนก้อนเชื้อเห็ด เช้า-กลางวัน-เย็น ถ้าพบว่ากองเห็ดแห้งเกินไป ควรเพิ่มความชื้นโดยใช้กระบอกฉีดน้ำ พ่นน้ำให้เป็นฝอยในโอ่ง เพื่อเป็นการให้ความชื้นแก่ก้อนเห็ด แล้วปิดปากโอ่งไว้ดังเดิม
การเพาะเห็ดในโอ่ง
การเพาะเห็ดในโอ่ง

ข้อแนะนำสำหรับการเพาะเห็ดในโอ่ง แบบพอเพียง

  • ควรระมัดระวังในช่วงวันที่ 1-3 ถ้าร้อนเกินไป ให้เปิดกระสอบป่านหรือตาข่ายพรางแสงเพื่อระบายความร้อน
  • หลังเพาะประมาณ 1 สัปดาห์ จะเริ่มมองเห็นตุ่มสีขาวเล็กๆ เกิดขึ้นบนก้อนเชื้อเห็ด ในช่วงนี้ต้องระวังเรื่องการรดน้ำ อย่าให้ดอกเห็ดโดนน้ำเป็นอันขาด มิฉะนั้นดอกจะฝ่อและเน่าเสียหาย แต่ยังคงต้องพ่นน้ำให้ความชื้นอยู่ทุกวัน
  • ประมาณ 7-10 วัน เห็ดจะออกดอกเก็บรับประทานได้ สามารถเก็บดอกเห็ดมารับประทานได้แล้วทุกวัน จนกว่าดอกเห็ดจะหมดไป ใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน
  • น้ำที่ใช้สำหรับการรดก้อนเชื้อเห็ดจะต้องเป็นน้ำที่จืด มีค่า pH เป็นกลาง ไม่มีคลอรีนเจือปน เรื่องน้ำที่ใช้รดก้อนเห็ดนั้นสำคัญมาก ถ้าน้ำกร่อยหรือเค็มจะส่งผลให้เห็ดไม่ออกดอก
  • น้ำที่ดีที่สุดคือ น้ำฝน หรือจะใช้น้ำประปา ที่ผ่านการขจัดคลอรีนออกแล้วก็ได้ผลดีเช่นกัน (การรองน้ำประปาตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน จะช่วยขจัดคลอรีนออกไปได้)

สำหรับการเพาะเห็ดในโอ่ง เป็นการนำเอาของใช้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นแนวทางในการประหยัดต้นทุน และสามารถนำไปเพาะได้ทุกครัวเรือน เห็ดที่จะนำมาใช้ในการเพาะแต่ละชนิดนั้น จะมีความต้องการและลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน เช่น เห็ดประเภทนางรม หูหนู และเป๋าฮื้อ จะต้องการสภาพอากาศที่ร้อนชื้นจนถึงสภาพอากาศตามปกติ


ส่วนเห็ดนางฟ้า เห็ดหอม จะต้องการอากาศที่ค่อนข้างเย็นในการเจริญเติบโต การเพาะเลี้ยงเห็ดชนิดใดๆ ควรจะมีการจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดชนิดนั้นๆ ในการผลิตดอกเห็ดแต่ละฤดูก็ควรมีการจัดการชนิดของเห็ดที่จะผลิตควบคู่ไปด้วย

การดูแลเห็ดที่เพาะในโอ่ง

  • ข้อระวัง น้ำที่ใช้รดเห็ดจะต้องเป็นน้ำจืด ไม่มีคลอรีนเจือปน ไม่เป็นน้ำกร่อย น้ำเค็ม ระวังน้ำเค็มไม่สามารถจะใช้รดเห็ดได้ เพราะเห็ดจะไม่ออกดอก
  • เห็ดแต่ละชนิด ต้องการอุณหภูมิที่เหมาะสม ในการผลิตดอกเห็ดไม่เหมือนกัน เห็ดนางรม เห็ดเป๋าฮื้อ และเห็ดหูหนู ต้องการอุณหภูมิธรรมดาในช่วงฤดูร้อนหรือฤดูฝน ส่วนเห็ดนางฟ้าและเห็ดหอม ต้องการอุณหภูมิค่อนข้างเย็น

ผู้สนใจการเพาะเห็ดในโอ่งที่ไม่ต้องใช้โรงเรือน สำหรับไว้รับประทานเอง สามารถติดต่อสอบถามขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

  • สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม โทร. (034) 702-829, (081) 041-8341
  • คุณสถาพร ตะวันขึ้น บ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 4 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม 75120
  • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเห็ดบ้านท่าช้าง ม.2 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม พิษณุโลก 65150 โทรศัพท์ 081-675-8839, 084-622-5879

ตามปกติ ในทุก ๆ ปี จะมีการจัดงาน การเพาะเห็ด และเกษตรแฟร์ในหลาย ๆ แห่ง โดยเฉพาะที่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ หากผู้สนใจลองสอบถามข้อมูลได้ตามที่แจ้งไว้ข้างต้น

ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้

error: อนุญาตแบบมีที่มา