ปลูกบีทรูทในกระถางยังไงให้รอด

บีทรูทนั้นถือเป็นผักเพื่อสุขภาพประจำเมืองหนาวที่ปลูกกันมากทางภาคเหนือของบ้านเรา

เป็นผักต่างประเทศที่ถูกนำเข้ามาปลูกเมื่อนานมาแล้ว นิยมปลูกกันในแถบภาคกลางบางพื้นที่โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว หรือในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นก็สามารถปลูกได้ผลแล้ว

บีทรูทนั้นมีต้นกำเนิดมาจากแถบเมดิเตอร์เรเนียน ในถิ่นที่อยู่ทางยุโรป นิยมนำมาทำอาหารกันมาก พืชชนิดนี้มีรากหรือหัวพืช ใช้เป็นแหล่งสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน มีลักษณะทรงกลมป้อม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-5 เซนติเมตร เนื้อด้านในอวบน้ำ มีสีแดงเลือดหมู ม่วงแดง และเหลือง ตามลักษณะสายพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป

ปลูกบีทรูทในกระถางยังไง ให้รอด

การเลือกซื้อและการเก็บรักษาบีทรูท ควรเลือกหัวบีทรูทที่มีขนาดเล็ก เพราะจะมีเนื้อละเอียดและให้รสหวานมากกว่า หัวที่มีขนาดใหญ่ เลือกหัวที่มีผิวเรียบเนียน ไม่เหี่ยว จับดูเนื้อแล้วไม่นิ่ม แต่ถ้าใบติดอยู่ด้วยก็ให้เลือกหัวที่ใบยังพอสดอยู่ แล้วนำมาตัดใบให้เหลือก้านประมาณ 3 เซนติเมตร หลังจากนั้นนำไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วเก็บใส่ในถุงตาข่ายวางไว้ในที่ร่ม หรือจะนำมาแช่ในตู้เย็นตรงช่องเก็บผักก็ได้ สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 อาทิตย์

ประโยชน์ของบีทรูท

หัวบีทรูท มีสารสีแดงที่มีชื่อว่า บีทานิน (Betanin) ซึ่งเป็นกรดอะมิโน เป็นตัวช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยลดการเติบโตของเนื้องอก แถมยังทำให้เลือดลมและระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารสีม่วงที่มีชื่อว่า แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดสารก่อมะเร็ง และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและอัมพาตได้อีกด้วย จึงนิยมนำมารับประทานเป็นผักเพื่อสุขภาพกันมาก

บีทรูทส่วนใหญ่จะมีขายกันทางภาคเหนือ แต่ในเมืองก็ตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ แต่ถ้าเป็นกรุงเทพก็หาซื้อได้ที่ ตลาด อตก, ตลาดไทย, ตลาดสี่มุมเมือง และในห้างต่างๆ ราคาก็ไม่ได้ถือว่าถูกมาก หากเทียบกับผักทั่วไปที่มีสรรพคุณเดียวกัน

ปลูกบีทรูทในกระถางยังไง ให้รอด
ปลูกบีทรูทในกระถางยังไง ให้รอด
ปลูกบีทรูทในกระถางยังไง ให้รอด

แนะวิธีการปลูกบีทรูทในกระถาง

คงไม่ต้องถึงกับ ปลูกผักพื้นที่น้อย สร้างรายได้ และปลูกเป็นล่ำเป็นสันเพื่อเอาไว้กินมากๆ เหลือจึงขายหรอก เพราะผักชนิดนี้สามารถหาได้ทั่วไป คนที่นิยมรับประทานจึงยังอยู่แค่กลุ่มน้อย ที่จะแนะนำก็คือ แค่ปลูกให้ขึ้นแล้วได้หัวมารับประทานก็สนุกมากเกินพอแล้ว เพราะปลูกไว้กินเองและอาจใช้เวลาดูการเติบโตของมันว่าจะสามารถโตได้ในถิ่นที่อากาศไม่ได้หนาวมากได้หรือไม่

โดยเฉพาะในแถบที่อยู่ในภาคกลางบ้านเรา จากที่ผู้เขียนเคยทดลองมา ก็โตใช้ได้เหมือนกัน เพียงแต่จะต้องปลูกในหน้าหนาว เพราะการที่อากาศเย็นจะทำให้บีทรูทโตเร็ว ถ้าปลูกในฤดูอื่น หัวจะไม่ค่อยโต หรือไม่ค่อยงอกเท่าไหร่ ยิ่งอากาศร้อนมากๆ จะไม่โตเลยและพาลเหี่ยวตายกันหมด

ควรเริ่มปลูกในหน้าหนาว เพราะบีทรูทเป็นพืชเมืองหนาว ชอบอากาศเย็น เริ่มแรกก็หาเมล็ดพันธุ์มาปลูกก่อน (หากไม่มีสั่งซื้อจากปุ่มด้านล่างได้เลย) เมื่อได้เมล็ดพันธุ์บีทรูทมาแล้ว นำมาแช่น้ำไว้ครึ่งวัน แล้วนำไปหว่าน หรือหยอดลงถาดเพาะ อาจใช้วิธีหว่านในกระถางแล้วใช้ดินกลบบางๆ รดน้ำตอนเช้าทุกวัน ไม่ต้องมาก วางไว้ในที่ร่ม

เมื่อต้นอ่อนบีทรูทแทงยอดออกมา ดูว่ายาวประมาณ 1 คืบ สามารถแยกต้นอ่อนลงกระถางปลูก แล้วนำไปวางไว้ในที่แดดส่องถึงได้เลย ช่วงแรกอาจให้โดนแดดได้แค่ 3-4 ชั่วโมง เพราะแดดเมืองไทยร้อน อาจทำให้ใบแห้งตายได้ หรือไม่ก็ใช้ตาข่ายพรางแสงก็สามารถช่วยได้

ปลูกบีทรูทในกระถางยังไง ให้รอด
ปลูกบีทรูทในกระถางยังไง ให้รอด
ปลูกบีทรูทในกระถางยังไง ให้รอด

วิธีปลูกบีทรูทให้ได้ผลดี แบบละเอียด

  1. แช่เมล็ดในน้ำ 1 คืนแล้วนำมาเพาะในถาดเพาะ รดน้ำทุกเช้า ประมาณ 1 อาทิตย์ เมล็ดจะเริ่มแทงรากงอก (ช่วงการงอกประมาณ 7-20 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และความชื้น

  2. เมื่อต้นอ่อนงอกแล้วมีความสูงประมาณ 1 คืบก็สามารถคัดแยกลงกระบะหรือกระถางปลูกได้แล้ว ควรเลือกกระถางปลูกหรือกระบะปลูกให้ความสูงประมาณ 15 – 20 ซม. ขึ้นไป ทิ้งระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 15 – 20 ซม.

  3. บีทรูทอายุประมาณ 60 – 80 วันก็สามารถเก็บมารับประทานได้

ต้นอ่อนของบีทรูทสามารถตัดมารับประทานเหมือนถั่วงอก หรือต้นอ่อนทานตะวันได้ ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงพอๆ กับหัวบีทรูท แต่หากจะรับประทานหัวต้องรอ 80-90 วัน

บีทรูทหัวขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะนิยมนำไปรับประทานสด เนื่องจากเนื้อจะละเอียดและเนียนกว่า ส่วนบีทรูทหัวใหญ่ นิยมนำไปปั่นผสมกับผลไม้ต่างๆ ทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

ปัจจุบันมีการศึกษาและพบว่าหัวบีทรูทถูกนำไปใช้เป็นโภชนาบำบัด ช่วยรักษาผู้ที่เป็นสิวชนิดมีหนองหรือสิวอักเสบ น้ำเหลืองเสีย วิธีคือเอาหัวสดของบีทรูท จำนวน 1 หัว ต้มกับน้ำพอประมาณจนเดือด ไม่ต้องเติมอะไรลงไป ดื่มขณะอุ่น หรือจะกินเนื้อด้วยก็ได้ ช่วยบำบัดอาการสิวอักเสบหรือน้ำเหลืองเสียได้ ไม่ต้องกินประจำแต่ต้องกินเรื่อยๆ จะสังเกตเห็นว่าสิวอักเสบหรือน้ำเหลืองเสียค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้

ปลูกบีทรูทในกระถางยังไง ให้รอด

เมล็ดพันธุ์บีทรูทดีทรอยต์

เมล็ดพันธุ์บีทรูท ดีทรอยต์ 100 เมล็ด Detroit Beet เมล็ดพันธุ์แท้ นำเข้าจากต่างประเทศ ปลูกผักสวนครัว ถูกดี เพาะง่าย

เมล็ดพันธุ์บีทรูท 100 เมล็ด

ลองมาปลูกบีทรูทกินเอง ปลูกบีทรูทในกระถางต้องอากาศเย็น ต้นอ่อนสามารถนำมารับประทานได้เหมือนถั่วงอก หรือต้นอ่อนทานตะวัน ระยะงอกอยู่ในช่วง 7-14 วัน หากจะปลูกกินหัวต้องรอประมาณ 80-90 วันก็เก็บหัวกินได้

ถ้าได้ผลผลิตมาทำอาหารกินเองก็อร่อยดี ดีกว่าไปเลือกซื้อหา เพราะอย่างไรก็ไม่ได้กินทุกวันแถมในตลาดก็ยังมีราคาค่อนข้างสูง ถ้าใครไม่มีพันธุ์หรือเมล็ดปลูก หากสนใจก็สั่งซื้อผ่านปุ่มสั่งซื้อด้านบนนี้ก็ได้ จะเป็นพระคุณอย่างสูง

ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้

ตัวอย่างการทำเกษตรอินทรีย์ที่ดี

แนะนำตัวอย่างการทำเกษตรอินทรีย์ ตามหลักการที่ตรงตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด เริ่มจากวิธีการผลิตจนกระทั

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
ข้าวไร่สามเดือน พันธุ์ทนแล้ง ให้ผลผลิตเร็ว

ข้าวไร่สามเดือน สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเร็วในเวลาแค่ 3 เดือนเท่านั้น มีทั้งหมดถึง 5 สายพันธุ์

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
การปลูกมะเขือม่วงในกระถาง

มะเขือม่วง หรือเรียกเป็น ภาษาอังกฤษ ว่า eggplant จัดอยู่ในวงศ์มะเขือ SOLANACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
รู้จักมะเขือเปราะ สวนครัวสารพัดประโยชน์

มะเขือเปราะ เป็นผักสวนครัวที่อร่อยและทำได้หลากหลายเมนูสารพัด เช่น แกงเขียวหวานจานละ 250 บาทในยุคนี้

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
8 สายพันธุ์ไก่ไข่ที่นิยมเลี้ยงกันในบ้านเรา

รวม 8 สายพันธุ์ไก่ไข่ที่ให้ผลผลิตสูง และถือเป็นที่นิยมเลี้ยงกันในบ้านเรา เพราะทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม
น้ำปลาแท้ กับสารฮิสตามีน

น้ำปลาแท้ ดีกว่าอย่างไร? เริ่มต้นเรื่อง ก็ดูเหมือนว่า จะไปเกี่ยวกับอาหารซะแล้ว จริง ๆ ไม่อยากให้ผิดจ

อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติม

แนะนำสินค้าจัดโปรโมชั่นพิเศษ

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚

บทความเกษตรน่าสนใจ

แนะนำบทความเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ และน่าติดตาม บทความยอดนิยม

แนะนำบทความยอดนิยม ในหมวดต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกที่ต้องการเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง และยั่งยืน เนื้อหาเข้าใจง่าย ทำได้จริง จากผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรโดยตรง

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณขณะใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกที่จะยอมรับได้โดยคลิกที่ปุ่มได้เลย