การเพาะเมล็ด โดยไม่ใช้ดิน แบบง่าย

การเพาะเมล็ดโดยไม่ต้องใช้ดิน อัตรการงอกสูง

ว่าจะลงเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว หลังจากได้ทดสอบด้วยตัวเอง โอกาสเกิดต้นอ่อนและรากแทงออกจากเมล็ดสูงมาก ประมาณ 98%

เรียกว่า เมล็ดอะไร ก็งอกหมดด้วยวิธีนี้ ส่วนอีก 2% ที่เหลือเกิดจากปัญหาวัสดุไม่สะอาด ทำให้เกิดเชื้อรา เน่า หรือแห้งตาย ด้วยการลองผิดลองถูก จึงสามารถสรุปวิธีได้อย่างถูกต้องและแม่นยำที่สุดแล้ว หลังจากได้ทดสอบ และทดลองด้วยตัวเองหลายครั้งหลายหน แต่ปัญหาคือไม่ได้บันทึกข้อมูลได้ชัดเจนว่า พืชชนิดใด ใช้เวลาในการเพาะงอกกี่วัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของเมล็ดพันธุ์ด้วยนั่นเอง


เริ่มต้นวิธี การเพาะเมล็ดพืช แบบไม่ต้องใช้ดิน

อ้างอิงและหาข้อมูลต่างๆ จากกลุ่มเกษตรพอเพียง ของอาจารย์ศักดิ์(ยิ่ง) sak1201 ทดสอบแล้ว การเพาะเมล็ด โดย ไม่ใช้ดิน นี้ได้ผลมากกว่า การเพาะเมล็ดพันธุ์ ด้วยวิธีอื่นๆ ในลำดับแรก การเพาะเมล็ด อินทผลัม ในขวดแก้ว โดยไม่ใช้ดิน ของคุณ mom-mam (รูปขวด) ก็ให้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก

การเพาะเมล็ด อินทผลัม โดยไม่ใช้ดิน แบบง่ายข้อมูลของคุณ Chonpratan โดยระบุไว้ว่า นำเมล็ดที่ได้จากการรับประทานอินทผลัมเชื่อม มาล้างและแกะเมือกและเนื้อให้สะอาดด้วยน้ำยาล้างจานให้ความหวานและเมือกออกหมดจนเหลือแต่เมล็ด หลังจากนั้นนำเมล็ดที่ได้แช่น้ำ (ในส่วนที่ผมทดลองเอง แช่น้ำเปล่าทิ้งไว้ 2 วันเต็มๆ ก็ไม่เป็นไร) และแช่น้ำยาเร่งรากนาน 12 ชั่วโมง และนำออกห่อกระดาษหนังสือพิมพ์รดน้ำจนชุ่มแล้วใส่ถุงดำ รอจนงอกประมาณ 1 สัปดาห์

วิธีนี้ใช้ได้ผลดีครับ แต่อยากจะแนะนำวิธีของอาจารย์ศักดิ์ เพราะเข้าใจง่าย และสามารถนำไปดัดแปลงได้หลายวิธีมากกว่า ซึ่งอุปกรณ์การเพาะก็ไม่มีอะไรมาก อย่างแรกคือ กระดาษชำระ ถ้าหาไม่ได้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ หรือสำลี แต่แนะนำให้ใช้กระดาษชำระดีกว่า เพราะง่าย ในขั้นตอนของการคัดแยกต้นอ่อน คือสามารถนำไปปลูกลงดินโดยไม่ต้องเอาออก เพราะย่อยสลายได้ง่ายกว่าวัสดุชนิดอื่น

อย่างที่สองคือกล่องพลาสติกที่มีฝาปิด เพื่อกักเก็บน้ำไว้ในที่ปิดมิดชิด ควบคุมอุณหภูมิ กันการระเหยของน้ำ และการปนเปื้อนของเชื้อราจากภายนอกได้

อย่างที่สามคือ ปากคีบ คีมคีบเมล็ด หรือหากไม่มี ก็ใช้นิ้วมือที่สะอาดๆ ป้องกันเชื้อราและเชื้อโรคที่จะเกิดต่อไป และสุดท้าย สเปรน้ำ หรือกระบอกฉีดน้ำที่ใช้เวลาจะรีดผ้า หรือถ้าไม่มีก็ไม่ต้อง ผมทดลองด้วยการนำกระดาษชำระจุ่มน้ำจนชุ่ม ก็ใช้ได้เหมือนกัน สรุปแล้ววัสดุอุปกรณ์สำหรับการเพาะเมล็ดก็มีดังนี้…


อุปกรณ์การเพาะเมล็ด แบบไม่ใช้ดิน

  • กระดาษชำระ เลือกแบบไม่มีสารเจือปนใดๆ เช่น น้ำหอม สารฟอกสี อื่นๆ เลือกเอาชนิดถูกที่สุดที่วางขายเลยนั่นแหละ
  • กล่องพลาสติก ที่มีฝาปิด จะใสหรือทึบก็ได้ เราต้องเพาะในกล่องเพื่อเก็บกักความชื้นไว้ด้วยฝาปิดมิดชิด
  • คีม ถ้าไม่มีใช้มือที่สะอาดของตัวเอง

เชื้อรา สำคัญมาก ที่ต้องเน้นในเรื่องการป้องกันเชื้อราต่างๆ ก็เพราะ การเพาะเมล็ดในระบบปิดวิธีนี้ จะเน้นเรื่อง น้ำ และกระดาษชำระเท่านั้น ไม่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการเพาะวิธีนี้ หากไม่ศึกษาให้เข้าใจก็จะทำให้เมล็ดพันธุ์เกิดเชื้อรา หรือ เน่า ได้ในภายหลังจากการปนเปื้อน ไม่ว่าจากภายนอก หรือจากเนื้อที่ย่อยสลายของพืชผักผลไม้ที่ทำการเพาะนั้นๆ อาจมาจากการกำจัดทิ้งได้ไม่หมด แต่ปัญหาเชื้อรา ทางออกง่ายมากๆ นั่นคือ การเพาะเมล็ด โดยการแช่น้ำ ซึ่งจะบอกในหัวข้อถัดไป

เทคนิค การเพาะเมล็ด แบบไม่ใช้ดิน

เมื่อเตรียมอุปกรณ์ครบแล้ว มาเริ่มกันเลยครับ ดังที่กล่าวเอาไว้ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เริ่มแรก ให้นำกล่องมาทำความสะอาด แล้วก็ใช้กระดาษชำระ หรือวัสดุเพาะอื่นๆ ได้ เช่น สำลี กระดาษหนังสือพิมพ์ กาบใยมะพร้าวหรือจะเป็น “วัสดุที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี” และไม่มีเชื้อโรค หรือวัสดุที่ย่อยสลายได้ แต่ช้าหน่อยเมื่อถูกแช่น้ำ และก่อนเมล็ดพืชผักจะงอก ก็สามารถนำมาใช้ได้ ให้นำวัสดุเพาะที่ได้นี้ ใส่ลงในกล่อง ให้มีความสูงประมาณ 1-2 เซนติเมตร หรือหากไม่มีเลย ก็อาจใส่พอให้มีการรักษาความชื้นภายในกล่องได้นานๆ

อุปกรณ์ในการ เพาะเมล็ด โดยไม่ใช้ดิน

การใส่วัสดุเพาะหนาๆ ถามว่าจำเป็นไหม ไม่จำเป็นครับ จะน้อยจะมากก็ได้ แต่ที่ต้องเจาะจงก็คือ ในกรณีเกิดรากพืช เจาะเข้าไปในวัสดุปลูก รากจะไม่งอเพราะมีเนื้อที่ให้ลงได้ลึกๆ และก็สะดวกแก่พืชด้วย เพราะเค้าจะแทงรากและโต มีใบอ่อนในกล่องปลูกเลย ทำให้ต้นแข็งแรงด้วย เพื่อเวลานำไปลงกระถางหรือลงดิน ก็เพียงใช้ของมีคมเช่น กรรไกร มีด ตัดแบ่งไปลงหลุมปลูกได้เลยโดยไม่ต้องแกะออกให้รากช้ำ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ทันรากจะแทงลง เพราะเอาลงดินก่อน แค่รากงอกเพียงเล็กน้อยก็ถือว่าอัตราการงอกสมบูรณ์แล้วครับ ที่รอก็เพียงแต่ให้การเติบโตไปได้ดีเท่านั้น

เทคนิค การเพาะเมล็ด โดยไม่ใช้ดิน ของอาจารย์ศักดิ์

เมื่อใส่กระดาษชำระ หรือวัสดุปลูกอื่นๆ จนได้ที่ ก็ใส่น้ำให้ท่วม กรณีมีสเปรย์ฉีดน้ำ หรือหัวฉีดฟ๊อกกี้ ก็ฉีดให้ชุ่มๆ ไปเลย หากกะไม่ได้ว่าต้องฉีดประมาณไหน แนะนำฉีดให้ชุ่มโชกไปเลย แล้วค่อยเทน้ำส่วนเกินทิ้ง ให้คิดว่า คว่ำกล่องแล้วน้ำไม่หยดนั่นแหละ ใช้ได้แล้ว

นำเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ลงเรียงสำหรับเพาะกันเลย เสร็จแล้วตรวจดูสิ่งแปลกปลอม หากไม่มีอะไร ก็ปิดฝาให้สนิด กันการระเหยของน้ำในกล่อง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมต้องเป็นฝาปิดสนิด เพราะป้องกันน้ำระเหย และทำให้เราต้องเสียเวลาใส่น้ำเข้าไปใหม่เพื่อรักษาความชื้นไว้นั่นเอง แต่หากกล่องปิดสนิท ยิ่งเป็นขวด หรือกล่องใสๆ จะสามารถดูการเปลี่ยนแปลงได้จากภายนอกเลย ทิ้งไว้ไม่ต้องเปิดฝา การเปิดฝาอาจทำให้เกิดเชื้อรา หรือทำให้กระทบกับระยะเวลาการงอกได้ ปิดฝาวางไว้ในที่ไม่โดนแสงแดด ก็เรียบร้อย รองอกอย่างเดียว

ครับ ง่ายๆ แค่นั้นเอง สำหรับผู้ที่ทดลองแล้วประสบปัญหาขึ้นรา หรือเน่า หรือคำถามที่ว่า เมล็ดผลไม้กินเสร็จแล้วเอามาเพาะเลยได้หรือไม่ ตอบว่าได้ครับ แต่ควรแกะเนื้อที่หุ้มเมล็ดออกให้หมดก่อน เช่น อินทผลัม กะท้อน ทุเรียน พวกนี้ต้องเอาเนื้อหุ้มเมล็ดออกก่อนให้หมด ไม่อย่างนั้นหากทำการเพาะเมล็ด โดยไม่ใช้ดิน แบบนี้ ก็อาจจะเจอเชื้อราชนิดต่างๆ ได้ภายในกล่องแน่นอน

การเพาะเมล็ดโดยไม่ต้องใช้ดิน อัตรการงอกสูง

แก้ปัญหาการเกิดรา กับการเพาะเมล็ดแบบไม่ใช้ดิน

เมล็ดที่เพาะได้แก่ มะม่วง กะท้อน ทุเรียน อินทผลัม มะเฟือง มะไฟ และพืชผักผลไม้ที่มีเนื้อติดเมล็ด ยากที่จะแกะออกได้

  • แกะเปลือกออกให้เหลือแต่เม็ดภายใน หากเปลือกที่ว่าแกะยาก ให้แช่น้ำทิ้งไว้จนกว่าจะสามารถแกะเปลือกออกได้ แต่อาจเปลี่ยนน้ำที่แช่ทุกวัน เพื่อป้องกันน้ำเน่า
  • แช่ทั้งเมล็ด จนกว่าเปลือกจะหลุดไปเอง หรืออ่อนนุ่มจนปอกออกได้ หรือแช่จนเกิดตุ่มราก จึงนำออกมาเพาะในภาชนะปิดอีกครั้ง

ปัจจัยในการงอกของเมล็ด

  • การมีชีวิตของเมล็ด นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเพาะเมล็ด การที่เมล็ดมีชีวิตอยู่ได้น้อย อาจเนื่องจากการเจริญเติบโตของเมล็ด ไม่เหมาะสมขณะที่ยังอยู่บนต้นแม่ หรือเนื่องจากได้รับอันตราย ขณะทำการเก็บเกี่ยว หรือขบวนการในการผลิตเมล็ดไม่ดีพอ
  • สภาพแวดล้อมในขณะเพาะ เมล็ดต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น น้ำ แสง อุณหภูมิ ออกซิเจน แต่การเพาะเมล็ดแบบไม่ใช้ดิน สามารถควบคุมน้ำ แสง และออกซิเจนได้ ซึ่งในขั้นตอนการเพาะงอกนี้ พืชไม่จำเป็นต้องใช้ออกซิเจน และแสงในการเติบโตมากนัก

การเพาะเมล็ดพันธุ์ แบบไม่ใช้ดินการนำเมล็ดไปแช่น้ำ จะช่วยให้เมล็ดพืชงอกได้เร็วกว่าปกติ ทั้งนี้เพราะน้ำจะทำให้เปลือกหุ้มเมล็ดอ่อนตัว จึงเป็นการช่วยให้เมล็ดงอกได้เร็วขึ้น น้ำที่ใช้แช่อาจจะเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น และช่วงเวลาการแช่ จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิดพืช พืชบางชนิดใช้เวลานานถึง 1 – 2 วัน บางชนิดใช้เวลาประมาณ 6 – 12 ชั่วโมง ทั้งนี้สังเกตจากขนาดของเมล็ดขยายใหญ่และเต่งขึ้น หรือเปลือกหุ้มเมล็ดนิ่มก็นำไปเพาะได้ พืชที่นิยมใช้วิธีนี้ ได้แก่ น้อยหน่า มะขาม มะละกอ หน่อไม้ฝรั่ง ข้าว ผักชี

สำหรับเมล็ดที่มีรากงอกแล้ว ขนาดไหนถึงจะนำออกมาเพาะลงถุงเพาะชำได้ ตอบว่า แล้วแต่ความชอบ แต่หากให้ต้นอ่อนโตในกล่อง จำเป็นต้องมีสารอาหาร และแสงแดด ซึ่งการเติบโตในภาชนะปิดสนิดนั้น ไม่เหมาะต่อการเติบโตของต้นอ่อน จึงจำเป็นต้องมีการย้ายต้นอ่อน ในกรณีที่มีรากยาวเกินขนาดความสูงของกล่อง หรือคิดว่ารากคงไม่แทงทะลุวัสดุปลูกแล้ว หรือต้นอ่อนบิดเบี้ยวและพยายามที่จะชูยอดขึ้นสูงแล้ว จึงนำออกมาปลูกในถุงปลูกได้

ข้อแนะนำกรณีการนำต้นอ่อนลงถุงปลูก หากว่าเป็นต้นอ่อนและมีใบอ่อนแล้ว อาจารย์ศักดิ์แนะนำว่าให้ใช้ไม้หรือตะเกียบ เสียบลงในวัสดุปลูกให้ลึกเท่ากับความยาวของราก แล้วค่อยๆ ใช้ปากคีบ หรือมือจับคีบต้นอ่อน ระวังอย่าให้รากช้ำหรือต้นอ่อนช้ำหรือหัก ค่อยๆ หย่อนลงรูปลูก และถนดินลงรูไม่ต้องกด ใช้น้ำพรมๆ หรือค่อยๆ รดให้ดินไหลลงรูนั้น แล้วนำไปพักไว้ในร่ม เพราะต้นอ่อนไม่ต้องการแดดจัด

กรณีที่นำเมล็ดที่ยังไม่เกิดเป็นต้นอ่อน เพียงแต่มีรากงอก หรือรากแทงและคิดว่ายาวเกินกล่องเพาะแล้ว ให้นำไปฝังให้ส่วนรากแทงลงดิน ระวังอย่าให้รากช้ำหรือหัก แล้วใช้ดินกลบบริเวณรอบๆ บางๆ เท่านั้นพอ อย่าพยายามฝังเมล็ดพันธุ์ เพราะจะทำให้อัตราการตายสูง

การเพาะเมล็ด โดยไม่ใช้ดิน แบบง่าย

ขอบคุณที่มา และเอื้อเฟื้อข้อมูลอ้างอิง เรื่อง การขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร / การเพาะเมล็ดแบบไม่ใช้ดินของ sak1201
ภาพประกอบ อาจารย์ศักดิ์ (sak1201) และท่านอื่นๆ ที่ไม่ได้เอ่ยนามในกลุ่มเกษตรพอเพียง