ข้าว GI ไทย

Geographical Indications Thailand

หลายคนสงสัยว่า ข้าว GI คือข้าวอะไร จริงๆ แล้ว ข้าว GI นั้นเป็นข้าวธรรมดาๆ นี่เอง แต่มีข้อพิเศษตรงที่ว่าชื่อและลักษณะสามารถบ่งชี้ถึงถิ่นกำเนิดทางภูมิศาสตร์ได้ หรือในภาษาอังกฤษว่าไว้คือ Geographical Indications เป็นข้าวที่มีชื่อ หรือเครื่องหมายใดๆ ที่ใช้กับแหล่งผลิตที่เป็นต้นกำเนิดของสิ้นค้านั้นๆ ซึ่งจะมีความเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาอย่างยาวนาน โดยมี logo ที่สื่อถึงที่มาที่ไปว่ามาจากประเทศอะไรอย่างในรูป

Geographical Indications Logo

ซึ่งด้านล่างนี้เป็น GI logo บางส่วนซึ่งจะระบุเป็น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ของหลายประเทศ คือ ประเทศไทย อียู Chinese และ Cambodia ซึ่งสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ อาจแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ

  • สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์โดยตรง (Direct Geographical Indication) คือ เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นๆ โดยตรง เช่น ไชยา เพชรบูรณ์
  • สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์โดยอ้อม (Indirect Geographical Indication) คือ สัญลักษณ์ หรือสิ่งอื่นใดที่ไม่ใช่ชื่อทางภูมิศาสตร์ ซึ่งใช้เพื่อบ่งบอกแหล่งภูมิศาสตร์อันเป็นแหล่งกำเนิดหรือแหล่งผลิตของสินค้า เช่น สัญลักษณ์ประจำอำเภอ หรือจังหวัด รูปย่าโม รูปหอไอเฟล

Geographical Indications Logo

สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จึงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งของท้องถิ่นนั้นๆ ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติและมนุษย์ รวมถึงทรัพยากรในพื้นที่นั้นๆ แม้จะเป็นข้าวสายพันธุ์เดียวกัน หากมีการนำไปเพาะปลูกและให้ผลผลิต ก็ไม่ได้รับการรับรองและไม่ถือว่าเป็นสินค้า GI สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ข้าว GI ที่ได้มีการขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว จะเกิดความแตกต่าง และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเหล่านั้นได้ การขึ้นทะเบียน GI จึงเป็นเครื่องมือทางการตลาดชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ที่ได้รับเครื่องหมายการรับรอง GI จะต้องได้รับการดูแลควบคุมทุกขั้นตอนในการผลิต การรักษามาตรฐานของสินค้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค

ภายใต้วงจรนี้จะทำให้ อุตสาหกรรมข้าวไทย เกิดการตื่นตัวและก้าวไปสู่การพัฒนามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมพื้นฐานในระดับรากหญ้า ที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งกับชุมชน พร้อมทั้งการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น และยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมอุตสาหกรรมหลายๆ ประเภทในการต่อยอดทางความคิด เช่น ท่องเที่ยวเชิงเกษตร การปลูกพืช Organic และอื่นๆ โดยส่วนใหญ่เน้นในเรื่องของการท่องเที่ยว

สิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งในวันนี้ ประเทศไทยเราเอง มีข้าวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ Geographical Indications : GI แล้วกว่า 8 รายการและกำลังมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกหลายรายการ โดยจะขอลงไว้ในที่นี้เพียง 8 รายการก่อน นั่นคือ

ข้าวไทย GI 8 รายการ

ซึ่งรายการข้าวไทยที่ได้มีการขึ้นทะเบียนแล้วกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย.56) มี 8 รายการดังนี้

Geographical Indications Thailand

  • ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง Sangyod Maung Phatthalung Rice โดยพื้นที่เพาะปลูกต้องอยู่ในเขตพื้นที่พัทลุง โดยเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรและโรงสีที่ผลิตข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงต้องมาขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกลุ่มกันก่อนจะเริ่มต้นทำการผลิต เมล็ดพันธุ์ข้าวต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่บริสุทธิ์ คุณภาพดี ไม่มีสิ่งเจือปน โดยแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน ปลูกในเดือนสิงหาคม-ตุลาคม เก็บเกี่ยวระยะพลับพลึงระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ และความชื้นเมื่อเก็บเกี่ยวต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 14 และไม่เกินร้อยละ 15 โดยลักษณะทางกายภาพที่สำคัญคือ ข้าวกล้องมีสีแดงจนถึงแดงเข้มในเมล็ดเดียวกัน ส่วนข้าวสารเป็นข้าวที่มีเมล็ดสีขาวปนแดง หรือชมพู รูปร่างเรียวเล็ก เมื่อขัดสีจะมีสีชมพู มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
  • ข้าวเจ็กเชยเสาไห้ Khao Jek Chuey Sao Hai พื้นที่เพาะปลูกต้องอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเสาไห้ อำเภอเมือง อำเภอหนองแซง อำเภอวิหารแดง อำเภอหนองแค อำเภอหนองโดน และกิ่งอำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี โดยเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร โรงสี และผู้ประกอบการต้องขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกก่อนเริ่มทำการเพาะปลูก ซึ่งเมล็ดพันธุ์ต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่บริสุทธิ์ มีคุณภาพดี ไม่มีสิ่งเจือปน ได้ตามมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ข้าวของกรมการข้าว ทำการปลูกในระหว่างเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม เก็บเกี่ยวระยะพลับพลึงในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม การเก็บรักษาผลผลิตข้าวต้องมีความชื้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 14 และไม่เกินกว่าร้อยละ 15 ลักษณะทางกายภาพของเมล็ดข้าว จะมีขนาดเล็ก ข้าวกล้องยาวประมาณ 7.12 มิลลิเมตร ขนาดเมล็ดข้าวเปลือกยาวประมาณ 9.90 มิลลิเมตร สีข้าวเปลือกสีฟาง มีน้ำหนัก 100 เมล็ดตั้งแต่ 2.67-3.02 กรัม เป็นข้าวพื้นแข็ง เมื่อหุงสุกข้าวจะร่วนเป็นตัว ไม่เกาะเป็นก้อน หุงขึ้นหม้อ ข้าวสุกจะนุ่มไม่แฉะ ไม่แข็งกระด้าง ไม่เหนียวเละ ไม่ยุบตัวเมื่อเป็นข้าวราดแกง ไม่บูดง่ายเมื่อทิ้งไว้ข้ามวัน ข้าวเก่าเมื่อนำมาหุงไม่มีกลิ่นสาบ มีคุณภาพไม่เปลี่ยนแปลง
  • ข้าวก่ำล้านนา Khao Kum Lanna พื้นที่เพาะปลูกต้องอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน เมล็ดพันธุ์ต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวก่ำดอยสะเก็ด ข้าวก่ำอมก๋อย ข้าวก่ำพะเยา หรือข้าวก่ำพื้นเมืองที่มีคุณภาพดี ไม่มีสิ่งเจือปน ได้จากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์หน่วยวิจัยข้าวก่ำ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ หรือเมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรผลิตเองที่สามารถตรวจสอบคุณภาพได้ โดยทำการปลูกในฤดูนาปีระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เก็บเกี่ยวระยะพลับพลึงระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม การเก็บเกี่ยวต้องเก็บรักษาผลผลิตข้าวให้มีความชื้นที่เหมาะสมไม่เกินร้อยละ 15 ลักษณะทางกายภาพของข้าวก่ำล้านนา ต้องเป็นข้าวที่เมล็ดข้าวมีสีม่วงหรือสีดำ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสารแกมมาโอรีซานอล สารแอนโทไซยานิน และวิตามินอีสูง ซึ่งแตกต่างกันไปตามลักษณะแต่ละสายพันธุ์ของข้าวก่ำ
  • ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ Kaowong Kalasin Sticky Rice พื้นที่เพาะปลูกต้องอยู่ในเขตพื้นที่ปลูกข้าวอำเภอเขาวง อำเภอกุฉินารายณ์ (เฉพาะตำบลนาโก และตำบลหนองห้าง) กิ่งอำเภอนาคู (เฉพาะตำบลนาคู และตำบลบ่อแก้ว) จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร โรงสี หรือผู้ประกอบการ ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิตข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ก่อนเริ่มทำการผลิต เมล็ดพันธุ์ข้าว ต้องเป็นเมล็ดพันธุ์กอเดียว และพันธุ์ กข 6 บริสุทธิ์ มีคุณภาพดี ไม่มีสิ่งเจือปน ได้จากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน โดยทำการปลูกในช่วงฤดูนาปี เดือนมิถุนายน-สิงหาคม เก็บเกี่ยวระยะพลับพลึงระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน การเก็บรักษาผลผลิตข้าวต้องมีความชื้นที่เหมาะสมประมาณร้อยละ 14 ไม่เกินร้อยละ 15 โดยมีลักษณะทางกายภาพคือ ข้าวเปลือกเป็นข้าวมีเปลือกสีน้ำตาล ข้าวสารมีสีขาวนวลเป็นข้าวเหนียว เมื่อนึ่งสุกจะหอมและนุ่ม ไม่แฉะติดมือ ข้าวที่นึ่งเมื่อเก็บในภาชนะที่ปิดหลายชั่วโมงจนข้าวเย็น ยังคงรักษาความอ่อนนุ่มไว้ได้นาน ไม่แข็ง
  • ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ Thung Kula Rong-Hai Thai Hom Mali Rice โดยพื้นที่เพาะปลูกต้องอยู่ในเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ 5 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ มหาสารคามและร้อยเอ็ด เกษตรกรผู้ปลูกต้องขึ้นทะเบียนก่อนการเริ่มเพาะปลูกทุกปี และต้องมีการจดทะเบียนข้อมูลการใช้ปัจจัยการผลิต มีระบบการตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการขนย้ายเข้าโรงสี ด้านเมล็ดพันธุ์ต้องเป็นพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และพันธุ์ กข 15 ที่มาจากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เชื่อถือได้และเป็นไปตามมาตรฐานในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ต้องทำการปลูกในระหว่างเดือนเมษายน-สิงหาคม และเก็บเกี่ยวระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม และต้องตากข้าว 2-3 วันเพื่อลดความชื้น ลักษณะทางกายภาพของเมล็ดพันธุ์ ต้องมีเมล็ดที่ยาวเรียว และไม่มีหางข้าว เมล็ดที่ผ่านการสีแล้ว จะมีความเลื่อมมัน จมูกข้าวเล็ก เมื่อหุงแล้วจะมีกลิ่นหอมและมีความยาวกว่า 7 มิลลิเมตร สัดส่วนความยาวต่อความกว้างต้องมากกว่า 3.2 มีท้องไข่น้อยกว่าร้อยละ 6
  • ข้าวเหลืองประทิวชุมพร Khao Leuang Patew Chumphon พื้นที่เพาะปลูกต้องอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดชุมพร เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร โรงสี ผู้ประกอบการ ต้องขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกก่อนทำการผลิต เมล็ดพันธุ์ข้าวต้องเป็นเมล็ดพันธุ์เหลืองประทิว 123 บริสุทธิ์ มีคุณภาพดี ไม่มีสิ่งเจือปน ได้จากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน โดยเริ่มปลูกในฤดูนาปีช่วงเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม เก็บเกี่ยวระยะพลับพลึงระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม โดยปลูกในระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ การใช้ปุ๋ยหรือวัสดุปรับปรุงดิน ต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์เท่านั้น และต้องมีการเก็บรักษาผลผลิตข้าวให้มีความชื้นที่เหมาะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 14 และไม่เกินร้อยละ 15 เมล็ดข้าวมีลักษณะทางกายภาพคือ ข้าวเปลือกมีเปลือกสีเหลือง ข้าวกล้องมีสีเหลืองอ่อน ยาวเรียว โดยความยาวประมาณ 3.3 มิลลิเมตร ข้าวสารมีสีขาว เป็นข้าวที่มีไนอะซินสูงประมาณ 9.3 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ข้าวกล้องไม่เกาะกันเป็นก้อนและหุงขึ้นหม้อ เมื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเส้น จะได้เส้นที่เหนียว นุ่ม ไม่ยุ่ยหรือขาดง่าย
  • ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ Surin Hom Mali Rice โดยพื้นที่เพาะปลูกต้องอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เมล็ดพันธุ์ข้าวต้องเป็นข้าวดอกมะลิ 105 หรือพันธุ์ กข. ที่มีคุณภาพดีของตนเอง หรือมาจากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เชื่อถือและตรวจสอบคุณภาพได้ ต้องปลูกระหว่างเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม เก็บเกี่ยวระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม และต้องมีความชื้นของเมล็ดข้าวอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องมีลักษณะทางกายภาพคือ มีความหอมตั้งแต่เริ่มแทงดอกจนกระทั่งหุงสุกเป็นข้าวสวย ข้าวเปลือกและข้าวกล้องยาวไม่ต่ำกว่า 7 มิลลิเมตรและมีความหอมยาวนาน มีลักษณะความขาวใส เลื่อมมันสวยของเมล็ดข้าว เมื่อหุงสุกจะเป็นข้าวสวยที่มีสีขาวและมีเนื้ออ่อนนุ่ม ชุ่มลิ้น กินอร่อย ดังคำที่ว่า ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ หอม ยาว ขาว นุ่ม
  • ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี Sakon Dhavapi Haang Golden Aromatic Rice พื้นที่เพาะปลูกต้องอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอวารัชภูมิ อำเภอพังโคน และอำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ต้องปลูกระหว่างเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน เก็บเกี่ยวในระยะที่ข้าวเปลือกเป็นน้ำนมยังไม่แก่จัด โดยขนาดพัฒนาเมล็ดประมาณร้อยละ 8.5 ขึ้นไป เมล็ดมีคุณภาพดี ไม่มีสิ่งเจือปน สามารถตรวจสอบคุณภาพได้ และต้องมีความชื้นที่เหมาะสมไม่เกินร้อยละ 10 โดยลักษณะทางกายภาพ คือ ข้าวกล้องมีสีน้ำตาลอ่อนจนถึงน้ำตาลคล้ำ หรือเหลืองทอง เมล็ดจะมีกลิ่นหอม เรียว แกร่ง ใส มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 10 โดยเมล็ดพันธุ์ได้จากการแปรรูปข้าวเปลือกเหนียวพันธ์ กข 6 หรือข้าวเปลือกเจ้าพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ในระยะเวลาเป็นน้ำนมยังไม่แก่จัด และต้องผ่านกรรมวิธีเฉพาะตามหลักประเพณีการทำข้าวฮางที่สืบต่อกันมาในพื้นที่นั้น

ข้าวก่ำดอยสะเก็ด ข้าวสุขภาพของไทย

การขึ้นทะเบียนสำหรับผู้ปลูกหรือผู้ที่ทำการผลิต ต้องขึ้นตรงกับกรมการข้าวในจังหวัดนั้นๆ และมีเมล็ดพันธุ์ที่สามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งต้องอยู่ในพื้นที่หรือในเขตเพาะปลูกตามแต่ละสายพันธุ์นั้นๆ ด้วย เห็นได้ชัดเจนว่า ข้าวที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ Geographical Indications : GI นั้น มีประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูก พื้นที่เพาะปลูก และภูมิปัญญาท้องถิ่น ในอนาคตเองประเทศไทยก็จะสามารถรักษาสายพันธุ์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองได้อย่างถาวร หากมีความเหนียวแน่นในอุดมการณ์

คำนิยาม กระบวนการผลิต และลักษณะทางกายภาพโดยละเอียด ดูที่ www.farmerlanding.com/rice-gi-thailand.html

อ้างอิง บทความข้าว GI หน้า 42 วารสารข้าวไทย ฉบับที่ 37

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ