ปลูกหญ้าหวานอิสราเอล ใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์

หญ้าหวานอิสราเอล หรือ เนเปียร์อิสราเอล เหมาะอย่างยิ่งที่จะปลูกไว้สำหรับการเลี้ยงสัตว์

ตามที่ได้ศึกษามา พบว่าหญ้าหวานอิสราเอลมีโปรตีนสูงถึง 20% เมื่อเทียบกับหญ้าเนเปียร์ทั่วไปที่มีโปรตีนเพียงแค่ 10% เท่านั้น

เมื่อปลูกโตได้ที่แล้วสามารถตัดมาให้สัตว์กินได้เลยโดยไม่ต้องสับ สัตว์เคี้ยวง่าย หวาน กรอบ และติดใจ ด้วยมีรสชาติหวาน จึงเป็นที่มาของคำว่า หญ้าหวาน สำหรับสัตว์

หญ้าเนเปียร์ (Napier Grass) จัดเป็นหญ้าสำหรับอาหารสัตว์ ที่นิยมปลูกกันมาก เนื่องจาก ลำต้นและใบมีขนาดใหญ่ และมีคุณค่างทางอาหารสัตว์สูง เติบโตได้รวดเร็ว ให้ผลผลิตต่อไร่สูง เก็บเกี่ยวต้นได้ตลอดทั้งปี และเก็บเกี่ยวได้นาน 5-7 ปีต่อการปลูก 1 ครั้ง

ความแตกต่างระหว่างหญ้าเนเปียร์ชนิดต่างๆ

บทความนี้จะเปรียบเทียบหญ้าเนเปียร์ 3 ชนิดที่นิยมปลูกกันมาก ว่าชนิดไหนน่าสนใจกว่ากันระหว่าง

  • หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หรือ เนเปียร์ไต้หวัน, หญ้านรก
  • หญ้าเนเปียจักรพรรดิ์ หรือ หญ้าจักรพรรดิ์
  • หญ้าเนเปียร์อิสราเอล หรือ หญ้าหวานอิสราเอล
หญ้าเนเปียร์ปากช่อง1
หญ้าเนเปียร์จักรพรรดิ์
หญ้าเนเปียร์หวานอิสราเอล

เนเปียร์ปากช่อง 1

เนเปียร์จักรพรรดิ์

เนเปียร์อิสราเอล

พันธุ์ลูกผสมระหว่าง หญ้าเนเปียร์ยักษ์+หญ้าไข่มุก

พันธุ์ลูกผสมระหว่าง ระหว่าง Pennisetum purpureum กับ Pennisetum alopecuroides (Chinese Pennisetum – หญ้าเนเปียร์ของจีน เรียกหญ้าหางหมาจิ้งจอก) บ้างก็ว่ามีการผสม Pennisetum americanum hybrid (Bana Grass) เข้าไปด้วย

ต้นกำเนิดไม่แน่ชัด ทราบเพียงว่า เป็นหญ้าเนเปียร์พันธุ์ท้องถิ่นของประเทศอิสราเอล มีการนำเข้ามาเป็นอาหารสัตว์ทดแทนหญ้าเนเปียร์อื่น เพราะต้องการลดต้นทุนในการผลิต

ความสูงต้น มากกว่า 4 เมตร แตกกอได้ดี ลำต้นเล็กเมื่อเทียบกับอีกสองชนิด ข้อสั้น ใบแคบ เส้นใบแข็ง ผิวใบเรียบ ใบตั้งขึ้น

ความสูงต้น สูงได้ 4-5 เมตร แตกกอได้น้อย ลำต้นโต ใบดก ใบกว้าง ใบนุ่มไม่แข็ง ใบห้อยลง แกนใบอ่อน ผิวใบสาก

มากกว่า 4 เมตร แตกกอได้ดี กอเตี้ย ต้นอวบ ไม่แข็ง ลำต้นโตไม่มาก ใบใหญ่ รสชาติหวาน กรอบ

ขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์ปักชำ

ขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์ปักชำ

ขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์ปักชำ

น้ำหนักสด 10 -50 ตัน/ปี

น้ำหนักสด 20 -50 ตัน/ปี

น้ำหนักสด 30 -60 ตัน/ปี

โปรตีน : 7-10 กรัม ใน 100 กรัม
*ขึ้นกับสภาพการเพาะปลูก

โปรตีน : 8-12 กรัม ใน 100 กรัม
*ขึ้นกับสภาพการเพาะปลูก

โปรตีน : 10-23 กรัม ใน 100 กรัม
*ขึ้นกับสภาพการเพาะปลูก

ข้อสังเกตุในการปลูกหญ้าเนเปียร์สายพันธุ์ต่างๆ

สภาพแวดล้อมในการเพาะปลูกและพื้นที่ปลูก มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของสายพันธุ์หญ้าเนเปียร์ทั้ง 3 ชนิด (หรืออาจทุกชนิด) หากเกษตรกรปลูกแบบตามมีตามเกิด ให้ฟ้าฝนเทวดาดูแล

สำหรับในประเทศไทยนั้น สายพันธุ์เดิมคือหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ที่เป็นลูกผสมระหว่างหญ้าเนเปียร์ยักษ์และหญ้าไข่มุก จะสามารถเติบโต ทนแล้ง และให้ผลผลิตได้ดีกว่าอีกสองสายพันธุ์แรก

แต่หากน้ำถึง ปุ๋ยถึง ดินดี สายพันธุ์จักรพรรด์ และหญ้าหวานอิสราเอล จะสามารถสร้างลำต้นให้โตกว่า อัตราการแตกกอดีกว่า ทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นด้วย โดยพันธุ์หญ้าเนเปียร์อิสราเอล หรือหญ้าหวานอิสราเอล จะให้โปรตีนและความหวานเพิ่มขึ้นมากกว่าอีกสองชนิดแรกเกือบเท่าตัว

ท่อนพันธุ์หญ้าหวานอิสราเอล

ท่อนพันธุ์หญ้าหวานอิสราเอล

นำไปปลูก เพื่อใช้เลี้ยงสัตว์ นิยมนำมาเป็นอาหารให้สัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะวัว ควาย แพะ แกะ เนื่องจากเคี้ยวง่าย หวาน กรอบ

ใช้เลี้ยงสัตว์กินพืชได้ทุกชนิด

บรรจุ 100 ท่อน

ท่อนพันธุ์หญ้าหวานอิสราเอล

หญ้าหวานอิสราเอล ดีสำหรับเลี้ยงสัตว์อย่างไร

จากเหตุผลด้านบนที่กล่าวมานี่เอง จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่ จึงกล้าเลือกปลูกหญ้าหวานอิสราเอลกันมาก มากกว่าสายพันธุ์เนเปียร์ชนิดอื่น นั่นก็เพราะว่า เมื่อการปลูกแบบเดียวกัน มีการดูแลดินและน้ำดีเท่ากัน หญ้าหวานอิสราเอลจะให้ผลผลิตที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน รวมไปถึงคุณสมบัติเฉพาะของพืช ที่มีรสชาติหวาน ลำต้นกรอบ เป็นลักษณะเด่นที่สัตว์กินพืชส่วนใหญ่ต้องการ ประกอบกับสารอาหารที่อยู่มากมาย ดูจะคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์อีกหลายชนิด

อีกทั้งการใช้เป็นอาหารสัตว์ ก็ไม่จำเป็นต้องหั่นหรือสับเป็นชิ้นเล็ก แต่สามารถให้สัตว์กินทั้งต้นได้เลยโดยไม่มีผลเสียให้เหลือทิ้งเป็นเศษ ต่างจากหญ้าเลี้ยงสัตว์อีกหลายสายพันธุ์ที่สัตว์อาจกินเฉพาะใบและลำต้นที่เป็นยอดอ่อนเท่านั้น จึงต้องมีการสับการหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก จึงเป็นการลดต้นทุนของเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง

วิธีปลูกหญ้าหวานอิสราเอล สำหรับใช้เลี้ยงสัตว์

วิธีปลูกก็ไม่ยากนัก ปลูกเหมือนกับการปลูกหญ้าเนเปียร์พันธุ์ท้องถิ่นได้เลย (ลักษณะเหมือนการปลูกอ้อย) คือการใช้ท่อนพันธุ์ดี อาจนำมาชุบน้ำยาเร่งรากก่อนปลูก หรือไม่ต้องก็ได้ และควรเตรียมดินให้พร้อม น้ำปุ๋ยต้องพร้อมในช่วงแรก

สายพันธุ์ของหญ้าเนเปียร์ทุกชนิดมักชอบน้ำในช่วงแรก หากทำให้ดินแฉะชุ่มน้ำในระหว่างการปลูกอัตราการงอกจะเพิ่มขึ้น

ใช้วิธีปลูกโดยการนำท่อนพันธุ์มาวางไว้ในหลุม ไม่ต้องขุดหลุมลึกมากเกินไป ในหลุมสามารถใส่ท่อนพันธุ์หญ้าเนเปียร์ได้ประมาณ 3-5 ท่อน แล้วแต่ขนาดหลุม (แต่ละกอควรให้ห่างกันประมาณ 1 เมตร) แล้วกลบดินบางๆ และใช้เศษหญ้าแห้งหรือฟางข้าวปิดทับปกคลุมหน้าดินเพื่อรักษาความชื้นไว้

ประมาณ 1-2 อาทิตย์ก็เริ่มแตกหน่อต้นอ่อน ไม่นานหญ้าเนเปียร์ก็งอกและแตกกอออก ระหว่างนี้ให้รดน้ำ 1-2 วันต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับความชื้นของดิน

โดยปกติจะชอบอากาศเย็น และความชื้นสูงจะงอกและเจริญเติบโตได้ดี

อ้างอิง
คุณค่าทางโภชนะของหญ้า cv. Mahasarakham ภายใต้ระบบชลประทานในช่วงฤดูหนาว : https://ag2.kku.ac.th

คุณค่าทางโภชนะของหญ้าเนเปียร์หวาน

(คัดมาบางส่วน) หญ้า Pennisetum purpureum cv. Mahasarakham มีความชื้นเฉลี่ยสูงถึง 89.93 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่ารายงานของ เชาวฤทธิ์ และเมธา (2560) เท่ากับ 85 ถึง 87 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่โปรตีนหยาบหญ้าลดลง เมื่อช่วงห่างการตัดมากขึ้น และตัดที่ 4 สัปดาห์ มีโปรตีนหยาบสูงถึง 23.79 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ เชาวฤทธิ์และเมธา (2560) รายงานว่า โปรตีนหยาบหญ้าหวานเท่ากับ 12.5 และ 15.2 เปอร์เซ็นต์

ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้

You need to login to contact with the Listing Owner. Click Here to log in.

error: อนุญาตแบบมีที่มา