เทคนิคการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ผักไร้ดิน ที่ใครหลายคน เข้าใจว่าจะต้องลงทุนสูง ยุ่งยากจัดการ แถมต้องปลูกเยอะ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ
หลายครั้งหลายคน ก็เลยล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำ วันนี้อยากจะแนะนำ ผักไฮโดรโปนิกส์ ที่ปลูกง่าย ต้นทุนไม่สูงมาก ลงทุนแค่ ปุ๋ยน้ำ A-B และเมล็ดผักเท่านั้น ก็สามารถ ทำได้เอง ซึ่งวิธีการก็ไม่ยากอย่างที่หลายคนคิด ที่สำคัญ เราไม่ต้องใช้ท่อ PVC ทำรางปลูก หรือต้องตั้งระบบการไหลเวียนของ ปุ๋ยน้ำ แต่เราจะใช้ ขวดพลาสติก มาทำแทน
ซึ่งจะมีขั้นตอนการทำอย่างไร ยากง่ายแค่ไหน ลองมาติดตามกันเลย
ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ปุ๋ยน้ำ AB และการควบคุมแสง คือสิ่งสำคัญ
สำหรับเรื่องของ ปุ๋ยน้ำ AB นั้น เราจะตัดเรื่อง ระบบไหลเวียนของน้ำ ปั๊มน้ำ รางเพาะ รางปลูก รวมไปถึง โรงเรือน ไปทั้งหมด เพราะวิธีนี้ ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายกับเรื่องแบบนั้น
อุปกรณ์ที่ต้องมี สำหรับการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ในขวดพลาสติก หรือ ผักไร้ดิน ในขวดพลาสติก คือ เราจะใช้
- ขวดพลาสติก ที่เป็นวัสดุเหลือทิ้ง ไม่ต้องลงทุนหาซื้อ ไปเก็บเอาตามข้างทางก็ยังได้ เพื่อนำมาเป็น ส่วนประกอบ แทนกระถาง หรือถาดเพาะ สำหรับการปลูกในระบบนี้
- ปุ๋ยน้ำ AB หรือสารละลายสูตร A และสูตร B หาซื้อได้จากร้านค้าใกล้บ้าน หรือหากซื้อไม่เป็น ดูข้อมูล การเลือกซื้อปุ๋ย AB สำหรับปลูกผักไร้ดิน
- เมล็ดผัก แนะนำกลุ่มผักสลัดอายุสั้น เฉลี่ยอยู่ที่ 45 วัน เพราะเติบโตได้เร็ว 2 อาทิตย์ก็ได้ผลผลิตแล้ว
ที่เหลือก็จะมีวัสดุที่หาได้เอง ไม่ต้องลงทุนเช่น ฟองน้ำ ถาดสำหรับวาง และพื้นที่โล่ง ๆ อาจมีแดดส่องถึงบ้าง ริมระเบียง หรือข้างรั้วบ้าน ก็ใช้ได้
ปุ๋ยน้ำ AB ที่ใช้กับผักไฮโดรโปนิกส์ คืออะไร
- ปุ๋ยหรือสารละลาย A คือปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก เช่น ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) เนื่องจากสามธาตุนี้พืชต้องการใช้ในปริมาณมาก แต่มักจะได้รับจากดินไม่ค่อยเพียงพอกับความต้องการ ต้องช่วยเหลือโดยใส่ปุ๋ยอยู่เสมอ
- สารละลาย B คือปุ๋ยที่มีธาตุอาหารรอง เช่น แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) กำมะถัน (S) เป็นกลุ่มที่พืชต้องการใช้ในปริมาณที่น้อยกว่า และไม่มีปัญหาขาดแคลนในดินทั่วไปเหมือนธาตุหลัก
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง : ธาตุอาหารที่พืชต้องการ
วิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ในขวดพลาสติก
หากเราเลือกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่มีอายุสั้น จะเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตเร็ว ไม่ต้องดูแลมาก การปลูกจึงไม่จำเป็นต้องใช้ดิน โดยเฉพาะกลุ่มผักสลัด เพราะเป็นพืชที่เหมาะสมในการปลูกในระบบนี้ เนื่องจากโตเร็ว และไม่ต้องดูแลมาก เพียงธาตุอาหารที่เพียงพอ ก็ทำให้พืชผักเหล่านี้ เติบโต ได้ดีในสภาพแวดล้อมปกติ ที่เหลือก็แค่ ปลูกลงในขวดพลาสติก ตามเทคนิค การปลูกผักในขวด
ตัดขวดให้อยู่ในลักษณะตามรูป
ขวดพลาสติก สำหรับใช้ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
- ขวดพลาสติก นำขวดที่ได้มาทำความสะอาด แล้วตัดครึ่ง เว้นพื้นที่สำหรับใส่น้ำและปุ๋ยน้ำ ให้พอดีกับรากพืช อาจเว้นพื้นที่ให้มากหน่อย วิธีการตัดขวดแบบนี้ สามารถนำมาดัดแปลง ใช้สำหรับการปลูกผักในขวดพลาสติก แบบอื่น ๆ ก็ได้ด้วย ดูเพิ่มเติมที่ วิธีปลูกผักในขวดพลาสติก
- เจาะรูระบายอากาศ วิธีนี้จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรากพืชต้องการอากาศอย่างเพียงพอ ในการเติบโต แต่หากเป็นการเพาะเมล็ด ก็อาจยังไม่จำเป็นต้องเจาะรูระบายอากาศ
- กล้าผัก นำกล้าผัก ที่อยู่ในฟองน้ำ ที่พร้อมปลูก ย้ายลงมาใส่ยังปากขวด โดยพลิกด้านปากขวดให้หงายขึ้น ตามรูป แล้วเติมน้ำที่ผสมปุ๋ยน้ำ AB เรียบร้อยแล้วลง ให้ได้ระดับ ไม่มากจนชิดโคนรากพืชเกินไป เพราะจะทำให้รากพืชเน่าได้ง่าย และหมั่นเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ สัปดาห์ละครั้ง ส่วนการผสมปุ๋ยน้ำสูตร AB ไม่จำเป็นต้องผสมเยอะ (ดูการผสมปุ๋ยน้ำ AB ด้านท้ายบทความนี้)
- แสง และความร้อน การวางไว้กลางแจ้งอาจทำให้เกิดตะไคร่น้ำ ควรหมั่นทำความสะอาดในทุกสัปดาห์ หรือ วางไว้ในที่มีแสงแดดส่องถึงเพียงครึ่งวันก็ได้ หรือวางไว้ในที่โลก ผักสลัดไม่ต้องการแสงมาก แต่ต้องควบคุมเรื่องความร้อน อาจวางผักไว้ชิดกันเพื่อลดความร้อนบริเวณรอบขวด
การเจาะรูขวด เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น แต่ข้อเสียคือ อาจทำให้น้ำระเหยเร็วขึ้น ดังนั้นจึงหมั่นตรวจสอบระดับน้ำให้คงที่ พื้นที่ใส่น้ำ อาจไม่ต้องเหลือพื้นที่มากนัก เพราะเราจะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำในขวด สัปดาห์ละครั้ง ดังนั้นการผสมปุ๋ยน้ำ อาจไม่จำเป็นต้องผสมในปริมาณมาก เนื่องจากผักไม่ได้ต้องการมากมาย การเปลี่ยนถ่ายน้ำและปุ๋ยน้ำ จะทำให้ผักโตเร็ว เพราะจะได้ออกซิเจนในน้ำสะอาด และใหม่ อยู่เสมอ
เมื่อตัดขวดได้รูปแล้ว ปากขวดจะเป็นที่สำหรับใส่ ฟองน้ำ กับต้นกล้าผักที่เพาะไว้และงอกดีแล้ว โดยการเติมน้ำให้พอดีกับรากพืช (ไม่ต้องถึงปากขวด เพราะจะทำให้รากเน่า เหลือไว้เป็นส่วนของอากาศ) แต่หากใครขี้เกียจ ก็สามารถ เพาะเมล็ดผัก ได้ในขั้นตอนนี้ โดยการเติมน้ำสะอาด (ไม่ต้องผสมปุ๋ยลงในน้ำ) ให้มีระดับน้ำถึงครึ่งปากขวด (หรือท่วมครึ่งหนึ่งของฟองน้ำ) เพื่อใช้สำหรับการเพาะให้เมล็ดผัก งอก ก่อนได้ พอพืชงอก และมีรากเพียงพอแล้ว ค่อยปรับระดับน้ำ และผสมปุ๋ยสูตร AB ลงในน้ำ
เสร็จแล้วนำขวดไปวางไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก
ผักสลัดยอดฮิตที่ปลูกง่าย นิยมปลูกแบบไร้ดิน
- ผักคอส กรีนคอส (Cos Lettuce) เป็นผักสลัดยอดฮิตที่มีรสชาติอร่อย ไม่ขมจนเกินไป กินคู่กันกับน้ำสลัด หรือจะใช้เป็นผักจิ้มกับน้ำพริกก็ยังได้
- ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก (Frillice Ice Berg Lettuce) เป็นผักสลัดยอดฮิตที่ต่างประเทศนิยมรับประทานกันมานาน
- บัตเตอร์เฮด (Butterhead Lettuce) ผักสลัดใบใหญ่ รูปร่างคล้ายดอกกะหล่ำ
- กรีนโอ๊ค (Green Oak Lettuce) ผักสลัดยอดฮิตที่สายคนรักสุขภาพรู้จักเป็นอย่างดี รสชาติอร่อย ไม่ขม
- เรดโอ๊ค (Red Oak Lettuce) ผักสลัดยอดฮิตที่มีวิตามินสูง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
- ผักกาดแก้ว (Iceberg Lettuce) ผักกาดหอมคริปส์เฮด หรือ ไอซ์เบิร์ก
การผสมปุ๋ยน้ำ AB สำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ในขวดพลาสติก
- ผสมปุ๋ยให้ตรงกับชนิดของผักที่ปลูก เพราะผักแต่ละชนิด ต้องการธาตุอาหารหลัก (A) และธาตุอาหารรอง (B) ไม่เท่ากัน
- ควรเลือกซื้อ สารอาหาร หรือธาตุอาหาร AB ที่เป็น ยี่ห้อเดียวกัน หากเป็นไปได้ ควรซื้อมาผสมเอง จะได้ตรงกับความต้องการ มากที่สุด
- น้ำสะอาด หากเป็นน้ำประปา ควรทิ้งไว้ก่อน 2 วันเป็นอย่างน้อยเพื่อให้คลอรีนระเหยหมด
- ผสมสูตร A ก่อน คือ สารละลาย A ปริมาณ 5ml ต่อน้ำสะอาด 1 ลิตร ผสมให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมง
- ให้ ผสมสูตร B ทีหลัง เมื่อสูตร A ครบกำหนด จึงนำมาผสมกับสูตร B ให้เข้ากัน ในปริมาณที่เท่ากัน คือ สารละลาย B ปริมาณ 5ml ต่อน้ำ 1 ลิตร (น้ำที่ผสมสูตร A แล้ว)
- ปุ๋ยน้ำ AB เขย่าสารละลาย A-B และน้ำสะอาดที่ผสม ให้เข้ากันดี จะได้ปุ๋ยน้ำ A-B ที่พร้อมใช้งานได้ทันที
ข้อควรทราบ น้ำ 1 ลิตร ใช้สารละลายสูตร A จำนวน 5ml ผสมให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ 4-5 ชม. เสร็จแล้วนำสารละลาย B อีก 5ml มาผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปใช้ได้เลย
ในน้ำ 1 ลิตร สามารถใช้ปลูกผักไฮโดรฯ ในขวดพลาสติก เฉลี่ยได้จำนวน 3-5 ขวด โดยการวางไว้ในที่ร่ม และผสมใหม่ทุกครั้งในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ
น้ำปุ๋ยที่ได้จากการเปลี่ยนถ่าย หากเหลือมากพอ (ปกติจะไม่เหลือ เพราะเวลา 1 สัปดาห์ พืชสามารถดูดซับไปจนหมด บวกกับการระเหยออกในแต่ละวัน) แต่หากเหลือ ก็สามารถนำมาใช้ซ้ำได้โดยการเติมสารละลาย A-B ในปริมาณที่ลดหลั่นกันไป
เช่น ผสมครั้งที่ 2 หากใช้น้ำปุ๋ยเดิม อาจลดปริมาณสารละลาย A-B เหลือ 4ml ต่อน้ำ 1 ลิตร
สารละลายที่ผสมแล้ว ควรใช้ให้หมดในคราวเดียว ไม่ควรเก็บไว้ เพราะจะทำให้เกิดตะไคร่หรือพืชชนิดอื่น ทำให้แร่ธาตุไม่เพียงพอ หากนำไปใช้กับพืช พืชผักอาจได้แร่ธาตุไม่พอ และเติบโตได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ผักสลัด ปกติจะโตเร็ว เพียง 2 สัปดาห์ก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว ดังนั้น การผสมปุ๋ยน้ำเพียง 1 ลิตร สามารถปลูกผักสลัดได้มากถึง 3-5 ขวด/ต้น หรือบางคนอาจทำได้ถึง 7-8 ขวด สิ่งสำคัญคือ ความร้อน และแสงแดด หากควบคุมได้ดี ผักจะเก็บเกี่ยวได้ในสัปดาห์แรกหลังการปลูก
เรียบเรียง : www.kasetorganic.com / https://www.swenth.com/agriculture/1841/
ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้
การใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับการทำเกษตรอินทรีย์
ตามปกติการทำเกษตรอินทรีย์ จะงดเว้นการใช้ปุ๋ยเคมีโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นระบบเกษตรที่เน้นการผลิตแบบยั่งย
อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมปลูกกล้วยแบบผ่าหน่อ ทำง่าย ได้ต้นเยอะ
การปลูกกล้วยแบบผ่าหน่อ เริ่มแนวคิดนี้จากบทความของ คุณคม จากฟอรั่ม เกษตรพอเพียง เมื่อหลายปีก่อน ได้แน
อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมเลี้ยงไก่ไข่ พันธุ์ไหนดีที่ได้ไข่ทุกวัน
การเลี้ยงไก่ไข่นั้นไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย อาจต้องลงทุนเรื่องอาหารเป็นหลัก หากอยากเลี้ยงไก่ไข่ หลายคนมีค
อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมไผ่กิมซุง ไผ่ตงลืมแล้ง ปลูกไม่ยากอย่างที่คิด
ไผ่กิมซุง ไผ่ตงลืมแล้ง ไผ่บีเซย์ เป็นพืชทนแล้งชนิดเดียวกัน แต่มีหลายชื่อเรียก โดยมีชื่อสามัญเรียกว่า
อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมวิธีการปลูกต้นไม้และเลี้ยงยังไงให้รอดตาย สำหรับมือใหม่
หลายคนต้อง Work From Home เพราะเจอกับพิษร้ายของ covid-19 การอยู่บ้านทำงานเพียงอย่างเดียวคงจะเป็นเรื่
อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมข้าวสังข์หยด การปลูกและเพิ่มมูลค่า
เป็นข้าวเจ้าไวแสง แบบนาปี เก็บเกี่ยวในเดือนสิงหาคมถึงกุมภาพันธ์ เพื่อให้ได้พันธุ์ไทยแท้พื้นเมืองดีที
อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมแนะนำสินค้าจัดโปรโมชั่นพิเศษ
สถิติการรีวิวล่าสุด
คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚




บทความเกษตรน่าสนใจ
แนะนำบทความเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ และน่าติดตาม บทความยอดนิยม
แนะนำบทความยอดนิยม ในหมวดต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกที่ต้องการเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง และยั่งยืน เนื้อหาเข้าใจง่าย ทำได้จริง จากผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรโดยตรง
จุลินทรีย์ที่ใช้ทำเกษตรอินทรีย์
สินค้าลดกระหน่ำจากช๊อปปี้ เมษายน 66
ปลูกถั่วฝักยาวแบบอินทรีย์