ผักปลัง ก้านแดง ก้านเขียว สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

ผักปลัง โดยเฉพาะพันธุ์สีแดง มีประโยชน์มากมายเกินที่ใครจะคาดคิด น้าข้างบ้านหักมาให้สองสามกิ่ง ทิ้งไว้จนลืมอยู่เกือบอาทิตย์

จนแฟนเห็นว่าไม่มีใครเอาลงดินซักที กลัวจะแห้งเหี่ยวตายเสียก่อน เลยวานให้ผู้เขียนช่วย ผมก็เลยต้องหอบเอา กองผักที่ไม่รู้จักนั้น นำเข้าไปในสวน พอเจอที่เหมาะสม ก็เอานิ้วจิ้มดินที่นิ่ม ๆ ตรงหน้าให้เป็นรู ๆ ประมาณ 4-5 รูใกล้กัน แล้วใส่ต้นผักชนิดหนึ่งลงไป

โดยไม่คิดว่ามันจะงอกออกมาหรอก เพราะหลายวันแล้ว แม้ลำต้นจะยังสด แต่ใบก็เหี่ยวแห้งไปหมดแล้ว อาจเพราะได้น้ำฝน และถูกทิ้งเอาไว้ในที่ร่ม ต้นจึงไม่ได้แห้งหรือเน่าไปทั้งหมด แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่คิดว่าจะงอกอยู่ดี หลุมเล็ก ๆ ที่ถูกนิ้วจิ้มไว้ ไม่ลึกมาก ถูกสอดลงไปด้วยต้นผัก และปิดกลบเอาไว้อย่างดี พร้อมกับดึงเศษหญ้าใกล้ ๆ มาปิดคลุมดินเอาไว้ กันน้ำฝนชะล้าง

จะด้วยเพราะหน้าฝน ปลูกอะไรก็ขึ้นงาม ก็เลยไม่ได้ใส่ใจดูแลอะไรมากมาย และคิดว่า หากรอดก็ดี หากไม่รอดก็แล้วไป

กระทั่งสุดท้าย เมื่อผ่านไปอีกอาทิตย์นึง จึงได้กลับไปดู…

ผักปลัง พันธุ์ก้านแดง

ผักปลัง หรือ ผักปั๋ง

มีทั้งแบบ พันธุ์ก้านเขียว (เรียกผักปลังขาว) และพันธุ์ก้านแดง (เรียกผักปลังแดง)

ถ้าได้น้ำ และดินชุ่มฉ่ำ จะแตกยอด เลื้อยไปได้เต็มสวนเลย ปลูกง่าย ใช้เป็นผักเคียงก็ไม่เลว

ลักษณะทั่วไปของผักปลัง

ผักปลังเป็นไม้เลื้อยที่มีเถายาวหลายเมตร ลำต้นอวบน้ำ ไม่มีขน แตกกิ่งก้านสาขาได้มาก

ลำต้น ลำต้นมีสีเขียวหรือสีม่วงแดง หากก้านมีสีเขียว เรียกว่า ผักปลังขาว หากก้านสีม่วงแดงเรียกว่า ผักปลังแดง แผ่นใบอวบน้ำ มีรูปร่างคล้ายรูปไข่ป้อม หรือรูปหัวใจ หรือกลม ใบกว้าง 2-6 ซม. ยาว 2.5-7 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเป็นมันเกลี้ยง เมื่อขยี้ดูจะเป็นเมือกเหนียว

ดอก ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบ หากเป็นผักปลังขาว ดอกจะเป็นสีขาว ผักปลังแดง ดอกจะมีสีขาวอมชมพู ช่อดอกยาว 2-8 นิ้ว ไม่มีก้านดอก กลีบดอกมีฐานติดกัน ปลายแยกออกเป็น 5 กลีบ

ผล ผลมีรูปร่างกลม ฉ่ำน้ำ ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว ผลแก่สีม่วงอมดำ เนื้อนิ่ม ภายในผลมีน้ำสีม่วงหรือดำ

ผักปลัง ก้านแดง ก้านเขียว สมุนไพรที่ควรมีไว้ติดบ้าน

หากนับ ผักสวนครัวที่ควรปลูกไว้ติดบ้าน หลายชนิด ผักชนิดนี้ ก็ควรที่จะเป็นหนึ่งในนั้น เพราะสืบสาวได้ความว่า
เป็น สมุนไพร ชั้นดี ติดบ้านไว้นะ แม้แต่เพื่อนบ้าน ที่ผ่านไปมา ก็บอกตรงกันว่า สมุนไพรนี้ดี ติดบ้านไว้ไม่เสียหาย แถมยังขอเอาไปปลูกที่บ้านด้วย เมื่อหลายปากหลายเสียงพูดให้ได้ฟัง เลยนึกสนใจหาข้อมูล ก็ได้ชื่อของมันว่า “ผักปลัง” มีทั้งชนิด ก้านเขียว และ ก้านแดง

ส่วนที่มีอยู่นี้เป็น “ผักปลังแดง” ซึ่งจัดเป็นไม้เลื้อยที่มีเถา ยาวหลายเมตร ลำต้นอวบน้ำ ไม่มีขน แตกกิ่งก้านสาขาได้มากไม่จำกัด เรียกว่า หากได้น้ำได้ดินดี ๆ ก็เลื้อยกันเต็มสวน

ผักปลังก้านเขียว

สายพันธุ์ผักปลังก้านแดง เรียกว่า “ปลังแดง”

ผักปลังก้านเขียว

สายพันธุ์ผักปลังก้านเขียว เรียกว่า “ปลังขาว” (ไม่ใช่ปลังเขียว)

ผักปลัง ถิ่นกำเนิดและสรรพคุณ

ต้นกำเนิดผักปลัง ได้ยินว่า มาจาก ทางเหนือ ชาวเหนือเรียกกันว่า ผักปั๋ง โดยเชื่อว่า ผู้ที่มีคาถาอาคม จะไม่รับประทาน ผักปั๋ง (หรือผักปลัง) นี้ เนื่องจากเชื่อว่า จะทำให้ คาถาอาคม เสื่อมสลาย เพราะว่าเป็นผักที่นำไปช่วย ให้สตรีคลอดบุตรง่ายขึ้น ปัจจุบันมีการนำ ผักปลังนี้ มาทำเป็นน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น แต่ชาวบ้าน ใช้ทำเป็นอาหาร แกง ด้วยการโขลกพริกและใส่มะขาม หรือมะนาวลงไป หรือจะผัดเหมือนผักบุ้งไฟแดงก็ได้

หากเอามาแกง ก็ใช้พริกสดปิ้งไฟ ใส่ลงไปในหม้อแกงด้วย มีความเชื่อว่า หากให้ แม่มาน กินแกงผักปั๋งทุกวันเดือนดับ ทุกวันเดือนเต็ม จะทำให้คลอดลูกง่าย ทำให้ลื่นไหลเหมือนกับผักปั๋ง

ความเชื่ออีกอย่างหนึ่งคือ การทำ บ่วงเครือผักปั๋ง โดยใช้ เครือผักปั๋ง มาพันเกี้ยวกัน ทำให้เป็นบ่วง ขนาดที่หญิงแม่มานลอดได้ เอาบ่วงผักปั๋งนี้ แช่น้ำอาบในวันเดือนดับ วันเดือนเต็ม หลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้ว ให้นำบ่วงผักปั๋งนั้น สวมหัวลง (คล้ายกับการลอดผ่าน) ให้ผ่านจนถึงเท้า จะทำให้คลอดบุตรง่ายไม่มีติดขัด

การที่ให้ทำเช่นนี้ ก็เป็นเพราะ ต้องการให้กำลังใจแก่หญิงแม่มาน ทำให้จิตใจสบาย ไม่กังวลกลัวเจ็บ ในเวลาที่จะคลอดบุตร และนอกจากนี้ ชาวเหนือยังใช้ผักปั๋ง ในพิธีสะเดาะเคราะห์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันผีตายโหง และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย

ผักปลัง พันธุ์ก้านแดง

แม่มาน [แม่ – มาน] แปลว่า สตรีที่กำลังตั้งครรภ์, หญิงตั้งครรถ์

ผักปลัง การปลูกขยายพันธุ์

ผักปลัง เป็นพืชเขตร้อนแถบทวีปเอเซีย และแอฟริกา ในเมืองไทยมีอยู่ด้วยกัน 2 พันธุ์ คือ ผักปลังขาว กับ ผักปลังแดง ชาวเหนือและชาวอีสาน นิยมปลูกไว้ริมบ้าน หรือตามริมรั้ว เป็นพรรณไม้ที่ปลูกง่าย ชอบดินชื้นแฉะ ขยายพันธุ์ได้ 2 วิธี คือ การเพาะเมล็ด และการปักชำกิ่ง เจริญเติบโตได้ดี ในฤดูฝน เป็นพืชที่ต้องการน้ำ แต่หากเป็นพื้นที่แห้งแล้ง จะไม่ค่อยเลื้อย แต่หากขาดน้ำนาน ก็มักจะตายง่าย ๆ

ประโยชน์ทางยา

ถือเป็นสมุนไพรข้างบ้าน รักษาโรคเกี่ยวกับเลือดลม แผลสด

ต้น ใบ ดอก ราก ผลของผักปลังใช้เป็นยาได้ ต้นแก้ขัดเบา แก้ท้องผูก ลดไข้ ใบแก้อักเสบ กลาก ผื่นคัน ฝีและขับปัสสาวะ ดอกแก้เกลื้อน รากแก้มือเท้าด่าง แก้รังแค แก้พิษพรรดึก ใช้ทาถูนวดให้ร้อนเพราะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ผลสีม่วงใช้แต่งสีอาหาร

ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อน ของผักปลัง รสเย็น จืด รับประทานเป็นผักได้โดยนำไปต้ม ลวก หรือนึ่งให้สุก ใช้แกล้มกับน้ำพริก หรือนำไปแกงแค แกงส้ม แกงปลา ผักกับแหนม หรือใส่แกงอ่อมหอยก็ได้

นอกจากนี้ ยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกอ่อน ใช้เป็นยาระบายอย่างอ่อน

  • แก้อาการปัสสาวะขัด ใช้ใบสด 60 กรัม ต้มกับน้ำดื่มแบบชาต่อหนึ่งครั้ง
  • แก้อาการท้องผูก นำใบสด หรือยอดอ่อน มาต้มกินเป็นอาหาร
  • รักษาไส้ติ่งอักเสบ ใช้ต้มสด 60-120 กรัม ต้มกับน้ำดื่ม
  • แก้ฝี หรือแผลสด ใช้ใบสดดำพอกตรงบริเวณที่เป็น หรือขยี้ทาก็ได้
  • แก้อาการอึดอัดแน่นท้อง ใช้ต้นสน 60 กรัม เคี่ยวกับน้ำให้ข้นแล้วดื่ม
  • รักษาฝีเนื้อร้าย นำใบสดมาตำแล้วพอกบริเวณนั้น เปลี่ยนวันละ 1-2 ครั้ง

ผักปลังขึ้นได้เองตามที่ชุ่มชื้นทั่วไป ออกดอกเกือบตลอดปี ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดปลูกตามริมรั้ว หรือสร้างค้างให้เลื้อย

ขอบคุณข้อมูล learn.wattano.ac.th / web.ku.ac.th / lumtal.com

ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้

You need to login to contact with the Listing Owner. Click Here to log in.

error: อนุญาตแบบมีที่มา