การปลูกสับปะรดอินทรีย์

สับปะรดอินทรีย์ คืออะไร? กับหลากหลายคำถาม แต่สับปะรดอินทรีย์ ก็คือสับปะรดธรรมดาๆ นั่นเอง

เพียงแต่วิธีการปลูกจะอยู่ในระบบอินทรีย์ พูดง่ายๆ คือ เป็นการปลูกสับปะรด ระบบอินทรีย์นั่นเอง แล้วการปลูกแบบอินทรีย์คืออะไร… การปลูกสับปะรดแบบอินทรีย์นั้น คือการปลูกพืชที่ไม่ได้ใช้สารเคมีใดๆ ที่มนุษย์ทำขึ้นมาเป็นตัวช่วยเพื่อเพิ่มผลผลิต หรือหวังว่าจะให้เป็นตัวช่วยในกระบวนการผลิตให้ได้ผลผลิตตามต้องการ

แล้วจะใช้อะไร… ก็ใช้วัสดุที่ได้จากธรรมชาติทดแทน ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนและต่างกันในแต่ละแบบ แต่ผลผลิตและกระบวนการที่ได้จะปลอดภัยกว่า ทั้งยังปราศจากพิษที่เกิดจากสารเคมีโดยตรงได้ในดิน น้ำและในอากาศ รวมทั้งที่มีสะสมอยู่ในผลผลิตนั่นเอง

ในเรื่องของการ ทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชชนิดไหน เกษตรกรจะมีปัญหาตรงกันคือ หาตลาดไม่ได้ แต่ในขณะที่ความต้องการในต่างประเทศหาสินค้าที่จะซื้อไม่ได้ โดยเฉลี่ยแล้วทั่วโลกต้องการ สินค้าที่เป็น เกษตรอินทรีย์ มากกว่าปีละ 6 แสนล้าน โดยตลาดใหญ่จะอยู่ในแถบยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น และตลาดต่างประเทศนี้ให้ราคาดีกว่าการขายในประเทศถึง 20-50% เลยทีเดียว..


สับปะรดอินทรีย์ เทคนิคการปลูก

สำหรับเทคนิค การปลูกสับปะรดอินทรีย์ ให้ได้ผลผลิตที่มีความหวาน กรอบ ฉ่ำน้ำ โดยเทคนิคคือการเริ่มต้นด้วย การเตรียมดินปลูก ก่อน โดยครั้งแรกให้ไถปั่นเศษวัชพืช 1 ครั้ง แล้วตากดินทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน ครั้งที่ 2 ให้ไถพรวนประมาณ 1-2 ครั้ง ยกแปลงสูง 15 เซนติเมตร แล้วทำแนวปลูกสับปะรด โดยพื้นที่ที่ทำการปลูกจะต้องระบายน้ำทิ้งได้ดี

การปลูกสับปะรดอินทรีย์

เพื่อป้องกันน้ำที่จะท่วมขังในช่วงฤดูฝน ถ้าพื้นที่ลาดเอียงมากกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ ต้องทำร่องระบายน้ำรองแปลงปลูก เพื่อป้องกันการชะล้างหน้าดิน และควรวิเคราะห์ดินก่อนปลูกและปฏิบัติตามคำแนะนำในแต่ละแหล่งปลูก โดยเฉพาะการจัดการอินทรียวัตถุในดิน

วิธีการปลูกสับปะรดอินทรีย์ ให้ได้ผลดี

การปลูกด้วยหน่อ โดยคัดหน่อให้มีขนาดเดียวกัน สำหรับปลูกในแต่ละแปลง เพื่อสามารถเก็บเกี่ยวได้พร้อมกัน และไม่ควรใช้ หน่อพันธุ์ ที่หักจากต้นแล้วเก็บไว้นานเกินไป สามารถบังคับดอกได้เมื่ออายุปลูก 8 – 12 เดือนขึ้นอยู่กับขนาดของหน่อที่ใช้ปลูก ขุดหลุมปลูกกว้างพอประมาณ และให้ปลูกเป็นลักษณะแถวคู่ โดยมีระยะห่างในการปลูกระหว่างต้นห่างกัน 20-30 ซม. ระหว่างแถวให้ห่างกัน 50-60 ซม. ระหว่างแถวคู่ให้ห่างกัน 80-90 ซม. เสร็จแล้วนำกล้าพันธุ์ลงปลูก กลบดิน ดูแลรดน้ำ ให้ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ

การปลูกด้วยจุก คัดเลือกจุกที่มีขนาดตั้งแต่ 180 กรัม และให้มีขนาดเท่ากัน โดยสามารถบังคับดอกได้เมื่ออายุปลูก 10 – 14 เดือน ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาปลูก เริ่มต้นด้วยการชุบหน่อหรือจุกก่อนปลูก ด้วย ไตรโคเดอร์มา เพื่อป้องกันโรครากเน่าหรือต้นเน่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกช่วงกลางฤดูฝน การปลูกแถวคู่ ให้มีระยะปลูก 30 x 30 x (80-90) เซนติเมตร ปลูกได้ประมาณ 7,500 – 8,500 ตันต่อไร่ แต่ไม่ควรเกิน 12,000 ตันต่อไร่

**จุลินทรีย์หรือราเขียวที่ชื่อว่า ไตรโคเดอร์มา คือจุลิทรีย์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเชื้อราโรคพืช เช่น ฟัยท็อพธอร่า, ฟิวซาเรี่ยม, พิทเธียม, สเคอร์โรเธียม และ ไรซอคโทเนีย เราสามารถสร้างสภาพแวดล้อมให้เชื้อราเขียว ไตรโคเดอร์มา อาศัยอยู่ในดินได้นานๆ โดยการใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกอย่างสม่ำเสมอ

หรือนำเศษซากของหญ้า พืช ผัก ไม้ผล มาคลุมไว้ใต้โคนต้น ก็จะช่วยทำให้ อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมบริเวณนั้น ให้มีความเหมาะสมต่อ จุลินทรีย์ ที่จะเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และยาวนาน เปรียบเสมือนเป็นการเฝ้าระวังรักษา เชื้อรา โรคพืช ที่จะเข้ามาทำลายพืชของเรา

การให้ปุ๋ยสับปะรดอินทรีย์

การปลูกสับปะรดอินทรีย์ นั้น การให้ปุ๋ยรองพื้นด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ่ยหมักตามปกติโดยควรให้ปุ๋ยในครั้งแรกที่ปลูก และหลังปลูกประมาณ 1-3 เดือน ครั้งที่สองให้ห่างกัน 2-3 เดือนหากไม่ได้ให้ปุ๋ยรองพื้น สามารถให้ปุ๋ยทางกาบใบล่างของสับปะรดก็ได้ แต่เพิ่มจำนวนเป็น 3 ครั้ง เมื่อสับปะรดมีใบสีเขียวซีดจาง เนื่องจากได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอให้สารอาหารเพิ่มบ่อยครั้ง

การปลูกสับปะรดอินทรีย์

การให้น้ำ ไม่จำเป็นต้องให้น้ำถ้ามีปริมาณน้ำฝนสม่ำเสมอตลอดฤดูกาล ในฤดูแล้งหรือฝนทิ้งช่วงควรให้น้ำต้นสับปะรดที่กำลังเจริญเติบโต สัปดาห์ละ 1-2 ลิตรต่อต้น หลังใส่ปุ๋ยครั้งสุดท้าย ถ้าไม่มีฝนต้องให้น้ำ เพื่อให้ต้นสับปะรดใช้ปุ๋ยให้หมด ควรให้น้ำก่อนและหลังการออกดอก หยุดให้น้ำก่อนเก็บเกี่ยว 15-30 วัน

ความต้องการธาตุอาหารของสับปะรด

สับปะรดอินทรีย์ มีความต้องการธาตุอาหารสำหรับพืช ธาตุหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม โดยในแต่ละฤดูกาลผลิต

สับปะรดต้องการไนโตรเจน 6-9 กรัม N ต่อต้น ฟอสฟอรัส 2-4 กรัม P2O5 ต่อต้น และโพแทสเซียม 8-15 กรัม K2O ต่อต้น การปลูกสับปะรดอินทรีย์ในพื้นที่ 6,160 ต้นต่อไร่ จะให้ผลผลิตเฉลี่ย 8.8 ตันต่อไร่ และมีปริมาณความต้องการธาตุอาหารของสับปะรดดังในตารางด้านล่าง

ก่อนบังคับออกผลประมาณ 1 เดือน ให้ปุ๋ยมูลค้างคาว ผสมกับน้ำ 200 ลิตร นำไปฉีดพ่นได้ประมาณ 2,500 ต้น ฉีดพ่นได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ใบจะเริ่มแบะออกพร้อมที่จะออกผล ก่อนเก็บผล 10-15 วันไม่ต้องให้น้ำ จะช่วยให้สับปะรดมีเนื้อสีเหลืองสดเป็นธรรมชาติ หวาน ฉ่ำน้ำ และกรอบ น่ารับประทาน

สับปะรดเป็นพืชที่ต้องการธาตุไนโตรเจน และโพแทสเซียมในปริมาณค่อนข้างสูง ถ้าขาดไนโตรเจนจะเริ่มแสดงอาการที่ใบอ่อน จะมีสีเขียวจางๆ แต่ใบแก่ยังคงมีสีเขียวเข้ม ต่อมาใบที่งอกใหม่จะมีขอบสีแดง ถ้าใบมีสีเหลืองซีดต้องให้ปุ๋ยทันที ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้ผลผลิตลดลงเป็นอย่างมาก โดยไม่เกิดหน่อและตะเกียง ถ้าสับปะรดขาดโพแทสเซียม ปลายใบจะไหม้ จะมีจุดไหม้ที่ใบแก่ ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และเหี่ยวแห้งไปในที่สุด ผลที่ได้จะมีขนาดเล็ก สุกช้า และมีปริมาณกรดในเนื้อสับปะรดน้อยมาก

การปลูกสับปะรดอินทรีย์

ความต้องการธาตุฟอสฟอรัสในสับปะรดนั้นจะมีน้อยเมื่อเทียบกับธาตุอาหารหลักข้างต้น แต่ถ้าดินขาดธาตุฟอสฟอรัสแล้วจะทำให้ต้นสับปะรดไม่แข็งแรง หน่อและตะเกียงจะมีจำนวนลดลง

นอกจากนี้แล้ว ธาตุเหล็กก็มีความสำคัญกับสับปะรดไม่แพ้ธาตุอาหารอื่น โดยถ้าสับปะรดขาดธาตุเหล็ก เริ่มจากใบอ่อนจะมีสีซีดคล้ายขาดไนโตรเจน และมีรอยแต้มสีแดงขั้นทั่วไปที่ใบ มีสีน้ำตาลที่ปลายรากและมไมีรากแขนงให้เห็น ผลจะแก่เร็วขึ้น แต่มีปริมาณกรดในเนื้อสับปะรดต่ำ ในบริเวณดินที่มีแมงกานีสสูงหรือดินทีระดับค่าความเป้นกรดเป็นด่างสูงกว่า 5.8 จะพบอาการขาดธาตุเหล็กได้

ในสภาพดินทรายที่มีอินทรีย์วัตถุต่ำจะพบกับอาการขาดธาตุทองแดง และสังกะสี โดยปรากฏอาการที่ยอดของใบอ่อนและจะบิดเบี้ยว ใบจะแคบและมีสีเหลืองอ่อน ความทนทานของผลต่อแสงแดดจะลดต่ำลง ทำให้ผิวเปลือกผลไหม้เกรียมเป็นหย่อมๆ สับปะรดเป็นพืชที่มีอายุนานประมาณ 4-5 ปี จะเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกได้หลังจากปลูกไปแล้วประมาณ 15-18 เดือน หลังจากนั้นเก็บเกี่ยวได้อีกสองรุ่น โดยเก็บผลผลิตได้ปีละครั้ง

สารทดแทนเคมี กับการทำเกษตรอินทรีย์

สารอนุญาตให้ใช้ควบคุมโรคพืช ในการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งสารที่อนุญาตให้ใช้ควบคุมโรคพืช ได้แก่ กำมะถัน บอร์โดมิกซเจอคร์ พืชที่สมุนไพรและสารสกัดจากสมุนไพร คอปเปอร์ซับเฟต คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ คอปเปอร์ออกซี คลอไรด์ ในการควบคุมแมลง การสำรวจแมลงศัตรูพืชในแปลงปลูก หากพบแมลงศัตรูพืชดูโดยละเอียดที่ สารทดแทนเคมีในการทำเกษตรอินทรีย์

ปุ๋ยอินทรีย์น้ำสับปะรด

ปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ผลิตจากสับปะรด เพื่อเสริมวิตามินให้กับปลากะพง โดยใช้สัดส่วน 4 : 1 : 1 คือสับปะรด 40 กก. กากน้ำตาล 10 กก. น้ำ 10 ลิตร และสารเร่ง พด.2 จำนวน 1 ซอง (25 กรัม)


วิธีทำเริ่มจากนำสับปะรดสุกมาสับให้ละเอียด แล้วนำส่วนประกอบต่างๆ มาผสมคนให้เข้ากันในถัง ใช้เวลาหมักประมาณ 7 วัน ก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากสับปะรดที่มีคุณภาพดี สามารถนำมาผสมอาหารเลี้ยงปลากะพง และโปรยในบ่อเลี้ยงได้

ส่วนการผสมในอาหารปลาใช้อาหารปลาหรือปลาเหยื่อ 30 กก. ต่อปุ๋ยอินทรีย์น้ำ 1 ลิตร หมักทิ้งไว้ 1 ชม. ก่อนโปรยให้กิน วันละ 2 ครั้ง (เช้า/เย็น) ตลอดช่วง 2 เดือนแรก หลังจากนั้นจะลดเหลือแค่มื้อเดียว ส่วนการใช้รักษาคุณภาพน้ำ ใช้อัตราส่วน 3-5 ลิตร ต่อ 1 ไร่ โปรยทุก 5 วัน เกษตรกรที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรปราการ โทร.0-2313-4395-6 หรือฝ่ายเผยแพร่ฯ กรมพัฒนาที่ดิน โทร. 0-2579-8515.

หมู่บ้านสับปะรด ลำปาง

จังหวัดลำปาง ถือเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย และจัดเป็นศูนย์กลางในการคมนาคมที่มุ่งสู่จังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือ ด้วยเส้นทางคมนาคมที่สะดวกเหล่านี้ มีเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ซึ่งจัดเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดลำปาง

ในสภาพพื้นที่ปลูกสับปะรดของลำปาง อาศัยสภาพธรรมชาติบริเวณพื้นที่เนินเขา มีแหล่งน้ำฝนเป็นหลัก และมีพื้นที่ปลูกทั้งหมดประมาณ 20,000 ไร่ ผลผลิตที่จำหน่ายตลอดปีนั้นจะมีมากในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ผลผลิตร้อยละ 80 ส่งโรงงานอุตสาหกรรม ร้อยละ 20 ผลิตเพื่อบริโภคสด ในตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีพื้นที่ปลูกสับปะรดมากที่สุด และทำรายได้เข้าสู่จังหวัดประมาณปีละ 100 ล้านบาท

ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ล่าสุดในตอนนี้

error: อนุญาตแบบมีที่มา