การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

รับลงโฆษณาสินค้า หรือมีเนื้อหาและแนบลิ้งด้วย รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านต่าง ๆ ใครอยากลงประกาศขายสินค้า หรือโพสประกาศฟรี โปรดติดต่อที่ ติดต่อเรา กฏข้อห้ามเล็กน้อย ไม่อนุญาตเนื้อหาเกี่ยวกับ สถาบัน การเมือง หมิ่นประมาท การพนันและผิดกฏหมาย เนื้อหาเกี่ยวกับเพศ เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ ไม่รับทุกกรณี

สมาคมกุ้งไทย และผู้เลี้ยงกุ้ง วอนรัฐช่วยแก้วิกฤตโรคกุ้ง พร้อมดันการส่งออก

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
ทำเกษตร
กระทู้: 246
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@admin)
สมาชิก
เข้าร่วม: 6 ปี ที่ผ่านมา

สมาคมกุ้งไทย-ผู้เลี้ยงกุ้ง เดินสายพบ 4 หน่วยงาน วอนช่วยเกษตรกรแก้วิกฤตโรค ดันส่งออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วย นายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และคณะ ได้นำหนังสือเข้าพบ 4 หน่วยงาน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 เพื่อขอความอนุเคราะห์พิจารณาผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างเร่งด่วนพร้อมทั้งผลักดัน แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ.2569-2573

โดยจุดแรกเข้าพบ นางฐิติมา ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย รวมทั้งนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร นายเอกพจน์กล่าวว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยเคยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเกษตรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อเนื่องกว่า 10 ปี เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในการผลิตหมายรวมไปถึงการส่งออกกุ้งของโลก โดยในช่วงสูงสุดของประเทศไทยมีผลผลิตมากกว่า 640,000 ตัน ในปี 2553 ประกอบไปด้วยมีมูลค่าส่งออกสูงกว่า 110,000 ล้านบาท ในปี 2554 ช่วยจ้างงานรวมไปถึงสร้างรายได้ให้กับผู้เกี่ยวโยงตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมกว่า 2 ล้านคน และก็เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในประเทศกว่า 90% เป็นโปรดักส์แชมเปี้ยนที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพรวมไปถึงมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร

แต่หลังจากเกิดวิกฤตโรคตายด่วนตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมกุ้งไทยได้รับผลกระทบอย่าง รุนแรง ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งไทยลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ปริมาณ 270,000-280,000 ตัน มูลค่าการส่งออกคงเหลือประมาณ 40,000 ล้านบาท สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากการส่งออกกุ้งตลอด 13 ปี รวมกว่า 750,000 ล้านบาท อยู่ในภาวะถดถอย ในขณะ ที่ประเทศคู่แข่งอื่น เช่น เอกวาดอร์ อินเดีย สามารถเพิ่มกำลังการผลิตบวกกับขยายส่วนแบ่งตลาดในตลาดนำเข้าแทบทุกตลาด อย่างต่อเนื่อง

“ปัญหาใหญ่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง คือเรื่องโรค ได้แก่ ตัวแดงดวงขาว โรคตายด่วน ขี้ขาว ประกอบไปด้วยหัวเหลือง ทำให้การ เลี้ยงไม่ประสบความสำเร็จ ร่วมด้วยเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้ต้นทุนสูงกว่าคู่แข่ง ไม่สามารถแข่งขันได้ ปริมาณผลผลิตกุ้งที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูป ไม่สามารถผลิตรวมทั้งรับคำสั่งซื้อได้เต็มศักยภาพ การซื้อวัตถุดิบของห้องเย็นเฉพาะขนาดที่ต้องการ เกษตรกรต้องเลี้ยงได้ขนาด ในขณะที่ราคากุ้งในประเทศต่ำลง”

ที่ผ่านมากลุ่มเกษตรกรได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม รวมถึงการรวมตัว 19 องค์กร ประกอบไปด้วยดำเนินการในนาม “พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย” ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้มีการดำเนินมาตรการขจัดปัญหาอุตสาหกรรม กุ้งไทยอย่างเร่งด่วน เสนอต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรร่วมด้วยสหกรณ์ (นายอัครา พรหมเผ่า) ในฐานะประธานคณะ กรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลประกอบกับผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ในขณะนั้น ซึ่งได้สั่งการให้กรมประมงจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ.2569-2573 จัดทำโครงการ/กิจกรรมภายใต้แผนปฏิบัติการฯ ซึ่งประกอบด้วย 11 มาตรการ 38 กิจกรรม วงเงินงบประมาณประมาณ 5,537 ล้านบาท

ซึ่งมั่นใจว่า (ร่าง) แผนปฏิบัติการฉบับดังกล่าวสามารถไขปัญหาที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยเผชิญอยู่ได้อย่างครอบคลุมรวมทั้งมีประสิทธิภาพ บวกกับจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการใน อุตสาหกรรมกุ้งทุกภาคส่วนได้ทันที

สมาคมกุ้งไทยสนับสนุนการดำเนินโครงการศูนย์กลางองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งของประเทศไทย (Hub of Knowledge) ซึ่งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์รวมไปถึงเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนินการโดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งจะเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับกิจกรรมตาม (ร่าง) แผนปฏิบัติการตามที่กรมประมงได้มีการนำเสนอมาก่อนหน้า เพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยสามารถฟื้นตัวและก็เพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพเพื่อเป็นวัตถุดิบเข้าโรงงาน 400,000 ตันตามเป้า ร่วมกับลดต้นทุนการผลิตให้สามารถกลับมาแข่งขันในตลาดโลกได้อีกครั้ง

จากนั้นจุดที่ 2 ทางกลุ่มได้เเดินทางเข้าพบนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ระนอง
เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือประกอบไปด้วยเร่งเจรจาแก้ไขปัญหา มาตรการระงับการนำเข้ากุ้งของประเทศมาเลเซีย จากนั้นเดินทางต่อไปพบกับ น.ส.กานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สุราษฎร์ธานี

หลังจากทางการประเทศมาเลเซียได้มีการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย โดยเฉพาะการระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการ ชั่วคราว ได้แก่ กุ้งกุลาดำ, กุ้งขาว, กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล รวมทั้งกุ้งฟ้า ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นมาส่งผลกระทบต่อการส่งออก ประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของการส่งออกของไทย

“ทางสมาคมกุ้งไทยรวมถึงพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย จึงเรียกร้องขอรัฐบาลนายกอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 แก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยให้มีการเจรจาผ่อนปรน หรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปก่อน ร่วมกับให้กระทรวงเกษตร เร่งกำหนดวิธีการตรวจสอบ บวกกับการออกใบรับรองความปลอดภัยอาหาร สำหรับการนำเข้าปลากระพงมาเลเซียอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ถูกกล่าวหา ว่าเป็นการใช้มาตรการนี้เป็นการกีดกันการค้า”

พร้อมกันนี้ในช่วงเย็น เวลา 15.00 น.ของวันเดียวกันทางสมาคมรวมถึงพันธมิตรกุ้งไทย ได้เดินทางเข้าพบนายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้แทนในการพบสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยผู้แทนกระทรวงเกษตรร่วมกับสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ รวมไปถึงกรมประมง เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ซึ่งทางรองปลัดรับจะสรุปผลการหารือ เสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการทั้งเรื่องการผลักดันวาระแห่งชาติ การส่งเสริมการตลาดทั้งในประกอบไปด้วยต่างประเทศ และประเด็นอื่นๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบต่อไป


เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ ของที่นี่ ที่เดียว ทำเกษตรอินทรีย์ รวมทุกข้อมูลในการทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง ฉบับทำเองเข้าใจง่าย