การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

รับลงโฆษณาสินค้า หรือมีเนื้อหาและแนบลิ้งด้วย รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านต่าง ๆ ใครอยากลงประกาศขายสินค้า หรือโพสประกาศฟรี โปรดติดต่อที่ ติดต่อเรา กฏข้อห้ามเล็กน้อย ไม่อนุญาตเนื้อหาเกี่ยวกับ สถาบัน การเมือง หมิ่นประมาท การพนันและผิดกฏหมาย เนื้อหาเกี่ยวกับเพศ เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ ไม่รับทุกกรณี

น้ำมันโลกปรับขึ้น 1.1% หุ้นร่วง

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
2 เข้าชม
ทำเกษตร
กระทู้: 245
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@admin)
สมาชิก
เข้าร่วม: 6 ปี ที่ผ่านมา

น้ำมันโลกปรับขึ้น 1.1% หุ้นร่วง หลังทรัมป์ขู่ พร้อมถล่มอิหร่านซ้ำ

ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชียปรับตัวลดลงในเช้าวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นการปรับลดตามตลาดหลักๆ ในตะวันตก หลังจากที่เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลว่ากระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลางว่าอาจไม่ราบรื่นเท่าใดนัก โดยอิหร่านได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ด้วยเหตุผลว่าสหรัฐและก็อิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์ข้อความว่าขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ในเวลาเดียวกับที่รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ พบกับเจ้าหน้าที่อิหร่านเพื่อเจรจาครั้งแรกภายใต้ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่สวิตเซอร์แลนด์ ทรัมป์ยังสร้างความปั่นป่วนให้กับค่าเงินปอนด์เมื่อโพสต์อีกว่า เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมที่จะลาออก

บรรยากาศของการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงสุดท้ายระหว่างสหรัฐร่วมด้วยอิหร่าน ถูกบดบังด้วยการที่รัฐบาลเตหะรานประกาศว่าได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยข้อมูลจากเวิลไวด์เว็บติดตามการเดินเรือแสดงให้เห็นว่า จำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบลดลงอย่างชัดเจน หลังจากมีเรือผ่าน 32 ลำในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน และ 26 ลำในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน

การประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวขึ้น 1.1% มาอยู่ที่ 81.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่ายังต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคมที่ 126.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอยู่มากก็ตาม

ด้านน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ ปรับตัวขึ้น 2.7% ขึ้นไปอยู่ที่ 78.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังคงสูงกว่าระดับประมาณ 67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลที่ซื้อขายกันก่อนสงครามจะเริ่มต้น

ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบสนองเชิงลบต่อความไม่แน่นอนดังกล่าว โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ของสหรัฐ ลดลง 0.5% ขณะที่สัญญาล่วงหน้าดัชนี Nasdaq ลดลง 0.7%

ในยุโรป สัญญาล่วงหน้าดัชนี EURO STOXX 50 ลดลง 0.5% ดัชนี DAX ของเยอรมนีลดลง 0.3% และดัชนี FTSE ของอังกฤษอ่อนตัวลง 0.1%

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง โดยดัชนี Nikkei 225 ปรับขึ้น 0.7% หลังจากทะยานขึ้นเกือบ 8% ในสัปดาห์ก่อนบวกกับทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล ตรงกันข้าม ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซึ่งปรับขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้า ลดลง 0.9% หลังจากพุ่งขึ้นมากกว่า 11% ในสัปดาห์ที่แล้วจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ส่วนดัชนี MSCI Asia-Pacific ไม่รวมญี่ปุ่น ลดลง 0.4%

ขณะเดียวกัน เงินปอนด์สเตอร์ลิงอ่อนค่าลง 0.2% มาอยู่ที่ 1.3210 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในอังกฤษหลังมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีอังกฤษกำลังพิจารณาอนาคตทางการเมืองของตนเอง ภายหลังจากที่คู่แข่งทางการเมืองอย่างในพรรคแรงงานอย่าง แอนดี เบิร์นแฮม ชนะการเลือกตั้งเข้าสู่รัฐสภาอย่างถล่มทลาย จนทำให้รัฐมนตรีในพรรคแรงงานจำนวนมากขึ้นเริ่มเรียกร้องให้สตาร์เมอร์ลาออกจากตำแหน่ง

ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้กดดันราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทำให้ราคาทองคำลดลง 0.1% มาอยู่ที่ 4,154 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทั้งนี้ นักลงทุนทั่วโลกกำลังประเมินความเสี่ยงจากสองต้นสายปลายเหตุสำคัญพร้อมกัน เท่ากับ ความไม่แน่นอนของกระบวนการสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่ออุปทานน้ำมันโลก บวกกับแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐอาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง หรือแม้กระทั่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้


เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากทางเรา ที่เดียว ทำเกษตรอินทรีย์ รวมทุกข้อมูลในการทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง ฉบับทำเองเข้าใจง่าย