เอสเอ็มอีไทย มีความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ คือ การยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการรวมถึงแรงงานในสถานประกอบการ จากการสำรวจของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางรวมทั้งขนาดย่อม (สสว.) พบว่า สถานการณ์ภาพรวมเอสเอ็มอีที่ Up skills แรงงานช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 8.3% แบ่งตามขนาดของกิจการกลุ่มรายย่อย Up skillsแรงงานเพียง 7% รายย่อม 12.5% รายกลาง 16.5% ตามลำดับหากแบ่งตามประเภทธุรกิจ ภาคการผลิต มีการ Up skills แรงงาน 9.3% ภาคการบริการ 9.2% ภาคการค้า 6.4% หมายรวมไปถึงภาคธุรกิจเกษตร 5.6% ตามลำดับ
โดย นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวถึงความท้าทายการรองรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเทคโนโลยี การใช้ AI ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจเอสเอ็มอีในแต่ละด้านยังขาดมาตรการเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมเพิ่มความตระหนักรวมไปถึงการเข้าถึงดิจิทัลเทคโนโลยีร่วมด้วย AI โดยมี 5 ส่วนสำคัญ หมายความว่า
1.เอสเอ็มอีที่นำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการติดต่อ Supplier หรือผู้ขายวัตถุดิบ-สินค้า 62% ระดับ 0 ยังใช้รูปแบบการโทรสั่งหรือติดต่อผู้ขายโดยตรงที่ร้าน ส่วนที่เหลือระดับ 1 มี 28.2% ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ระดับ 2 มี 9.7% ใช้ระบบการสั่งซื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ และก็มีส่วนน้อยมากระดับ 3 มี 0.1% ที่ใช้ระบบออนไลน์แบบ Real-time ซึ่งการใช้รูปแบบการสั่งซื้อแบบโทรศัพท์หรือไปหน้าร้าน หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 64.3% ขนาดย่อม 54.2% ประกอบไปด้วยขนาดกลาง 48.9% หากแบ่งตามประเภทกิจการภาคบริการ 69.2% ภาคการค้า 64.6% ภาคธุรกิจเกษตร 60.7% ภาคการผลิต 49.3% ตามลำดับ
2.เอสเอ็มอีที่นำเทคโนโลยีใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกอบไปด้วยออกแบบผลิตภัณฑ์ 64.2% เป็นระดับ 0 ยังซื้อแบบสำเร็จรูปในท้องตลาดทั่วไป ระดับ 1 ออกแบบด้วยตนเองโดยการวาด 2D/3D ด้วยมือ 19.5% ระดับ 2 ออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 15.5% ร่วมกับระดับ 3 ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบรวมถึงการผลิต 0.8% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 75.3% ขนาดย่อม 41.7% ประกอบไปด้วยขนาดกลาง 1.4% (ส่วนใหญ่ 64.7% เป็นระดับ 2 ออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์) หากแบ่งตามประเภทกิจการระดับ 0 ภาคการค้า 82.6% ภาคบริการ 67.7% ภาคการผลิต 57.8% ตามลำดับ ประกอบกับภาคธุรกิจเกษตร 27.1% (ส่วนใหญ่เป็นระดับ 2 มี 61% ออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์)
3.เอสเอ็มอีที่นำเทคโนโลยีใช้ในกระบวนการผลิต 86.7% ระดับ 0 ใช้แรงงานควบคู่เครื่องจักรร่วมกับอุปกรณ์ ระดับ 1 ใช้แรงงานควบคู่เครื่องจักรรวมถึงอุปกรณ์อัตโนมัติพื้นฐานบางขั้นตอน 12.3% ระดับ 2 ใช้แรงงานควบคู่เครื่องจักรบวกกับอุปกรณ์อัตโนมัติพื้นฐานทุกขั้นตอน 1% และระดับ 3 ใช้ระบบ AI 0% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 90.6% ขนาดย่อม 73.7% ร่วมกับขนาดกลาง 61.6% หากแบ่งตามประเภทกิจการระดับ 0 ภาคธุรกิจเกษตร 97.8% ภาคบริการ 94.7% ภาคการค้า 93% แล้วก็ภาคการผลิต 72.4%
4.การนำเทคโนโลยีใช้สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) 56.6% ระดับ 0 ลูกค้าสามารถเสนอแนะความพึงพอใจต่อผู้ประกอบการโดยตรง ระดับ 1 มีแพลตฟอร์มออนไลน์รับเรื่องร้องเรียนหรือเสนอแนะความพึงพอใจ 40.3% ระดับ 2 โปรแกรมระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยใช้กลยุทธ์หรือซอฟต์แวร์เพื่อติดตามงานขายร่วมกับตรวจสอบงานบริการลูกค้า 2.5% ระดับ 3 โปรแกรมระบบวิเคราะห์ข้อมูล Big data ของลูกค้าในเชิงลึก 0.4% และก็ระดับ 4 โปรแกรม AI ในการบริการลูกค้า 0.2% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 60.7% ขนาดย่อม 73.7% รวมถึงขนาดกลาง 61.6% หากแบ่งตามประเภทกิจการระดับ 0 ภาคการค้า 67.7% ภาคธุรกิจเกษตร 57.3% ภาคบริการ 54.9% และภาคการผลิต 50.3%
5.การนำเทคโนโลยีใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ 31.9% ระดับ 0 ไม่มีการใช้ซอฟต์แวร์ใดๆ ใช้การจดบันทึกด้วยมือบนกระดาษ ส่วนใหญ่ระดับ 1 ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 55.4% ระดับ 2 ใช้โปรแกรมเฉพาะ 12.2% ระดับ 3 โปรแกรมรวมทั้งระบบสารสนเทศ 0.4% แล้วก็ระดับ 4 โปรแกรมร่วมด้วยระบบ AI 0.1% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการส่วนใหญ่ในระดับ 1 ขนาดย่อย 49.1% ขนาดย่อม 82.2% และก็ขนาดกลาง 73.6% หากแบ่งตามประเภทกิจการส่วนใหญ่ระดับ 1 ภาคธุรกิจเกษตร 62.9% ภาคการผลิต 59.5% ภาคบริการ 54.6% รวมถึงภาคการค้า 51.6% ตามลำดับ
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติที่สำรวจแรงงานประเทศไทย พบว่า แรงงานไทย 37.5 ล้านคน ทั้งในหมายรวมไปถึงนอกระบบ เป็นแรงงานที่มีระดับการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า 15.6 ล้านคน (42%) แรงงานระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นประกอบไปด้วยตอนปลาย 13.4 ล้านคน (36%) ร่วมกับแรงงานระดับอุดมศึกษา 8.5 ล้านคน (22%) สะท้อนภาพสอดคล้องกับความต้องการประชากรไทยวัยแรงงานที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถปีละ 5.3 ล้านคน
อุปสรรคสำคัญของเอสเอ็มอีในการเข้าถึงแล้วก็นำไปใช้ด้านดิจิทัลเทคโนโลยีรวมไปถึง AI หมายความว่า
1.การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อนำไปปรับปรุงธุรกิจ 29.5%
2.ความรู้ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านดิจิทัลเทคโนโลยี 21.6%
3.การประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน 17.6%
4.ความคุ้มค่าในการลงทุนช้า 9.3%
5.โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลแล้วก็ระบบนิเวศทางดิจิทัล 6.6%
ประโยชน์ที่เอสเอ็มอีจะได้รับจากการเร่ง 3 ด้านใหญ่ เพื่อสร้าง Digital Literacy – Social Literacy – AI Literacy ให้เอสเอ็มอีประกอบไปด้วยแรงงานเติบโตไปพร้อมๆ กัน ด้วยการดำเนินธุรกิจที่สะดวกง่ายดายมากขึ้น การลดเวลาทำงาน ยกระดับทักษะเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ช่องทางการเพิ่มรายได้บวกกับตลาดใหม่ๆ ลดต้นทุนประกอบกับเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน
กรณีศึกษานโยบายการขับเคลื่อนเอสเอ็มอีและแรงงานเพิ่มขีดความสามารถทางด้านดิจิทัลเทคโนโลยีและ AI อาทิ
ประเทศเวียดนาม นายกรัฐมนตรี ฝัน มิน จิน ได้ 1.ผลักดัน “นโยบาย Global AI Technology Supply Chain” เตรียมพร้อมสร้างกองทัพอัจฉริยะ AI จำนวน 100,000 ราย เพื่อเชื่อมการค้า การลงทุน FDI ในกลุ่มนักลงทุนเทคโนโลยีชั้นสูง 2.มุ่งให้ธุรกิจที่มาลงทุนในเวียดนามเติบโตแข็งแกร่ง รายได้มากขึ้นจากการใช้นโยบายปฏิรูปการอำนวยความสะดวก ให้พร้อมรองรับนักลงทุนมากขึ้น 3.อัดฉีดเงินทุนและเงินกู้เพิ่มเติม ให้ผู้ประกอบการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 4.จัดงาน AI Semiconductor Conference ครั้งแรกของเวียดนาม เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติ
ประเทศจีน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาแล้วก็ปฏิรูปแห่งชาติ เจิ้ง ชาน เจี๋ย ได้ 1.จัดตั้งกองทุน Start Up แห่งชาติมุ่งเป้าเทคโนโลยีล้ำยุค อาทิ AI Quantum Technology การจัดเก็บพลังงาน Hydrogen 2.มาตรการอัดฉีดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีรวมไปถึงนวัตกรรม เพื่อการลงทุนขยายธุรกิจและก็เพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ 3.ปี 2568 จัดสรรงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์และก็เทคโนโลยี เพิ่ม 8.3%จากปีก่อนเป็น 1.2 ล้านล้านหยวน 4.Low Altitude Economy เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (ต่ำกว่า 1,000 เมตร) เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้จีน เป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เพิ่มผู้ประกอบการนวัตกรรม การจ้างงานแรงงานทักษะสูง โดยเปิดตัวสำนักงานการบินระดับต่ำของชาติ การพัฒนาระบบขนส่งสินค้ารวมไปถึงมนุษย์ด้วยโดรน การผลิตรถยนต์บินได้เพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรวมถึงป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเบื้องต้นภายในปี 2569
5.Little Giants 2025 สร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจีนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมร่วมด้วยเทคโนโลยี 1,000,000 รายทั่วประเทศ และบ่มเพาะให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมสนับสนุนด้านการเงิน ภาษี งานวิจัยนวัตกรรมเชื่อมต่อ Global Supply chain อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด AI บวกกับ EV ให้เป็น Little Giants จำนวน 10,000 รายภายในปี 2568 แต่จีนสามารถทำเสร็จตั้งแต่ปี 2567 ราว 15,000 ราย
ประเทศอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีโจโก้ วีโดโด โดย 1.เร่งพัฒนาเศรษฐกิจนอกเหนือเกาะชวา ซึ่งเป็นเกาะเมืองหลวงที่ตั้งจาการ์ตา 2.ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล 3.นโยบายการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสู่พลังงานสีเขียว ยกเลิกการใช้ถ่านหินลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
4.การพัฒนากำลังที่มีสมรรถนะรวมถึงทักษะสูง ด้วยมาตรการแพลตฟอร์มยกระดับขีดความสามารถประชาชนในประเทศ “KATU PRAKERJA” ให้สามารถพัฒนาตามความต้องการของตลาดแรงงาน เพิ่มจ้างงาน การผลิตภาพ เพิ่มรายได้ ประกอบไปด้วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้แรงงานตรงตามความต้องการ เป้าหมายปีละ 5 ล้านราย โดย 3 ปีแรกทำได้ถึง 17.5 ล้านคน ด้วย 180 หน่วยงานบ่มเพาะกว่า 1,900 หลักสูตร
ประเทศไทย ถ้าหากว่าถามว่า “มีไหม” จะได้รับคำตอบว่า “มี” แต่สิ่งสำคัญมากกว่าคำว่า “มี” จะเป็นดังเช่น 3 ป เป้าหมาย สามารถเข้าถึงกลุ่มเอสเอ็มอี แรงงาน ประชาชนได้มากน้อยเพียงใด ประสิทธิภาพ ระบบบริหารการจัดการ ตัวชี้วัดผลลัพธ์ การบูรณาการร่วมกันกับภาครัฐและก็เอกชนเป็นอย่างไร ประกอบกับ ประสิทธิผล เกิดความคุ้มค่างบประมาณ “ทำน้อย ได้มาก” ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรวมทั้งสังคมที่เป็นรูปธรรมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ GDP-GDP SME-การกระจายรายได้-การลดเพิ่มคุณภาพหนี้ครัวเรือน ลดหนี้เสีย ลดหนี้นอกระบบ-เพิ่มผลิตภาพแรงงาน เอสเอ็มอี ร่วมกับภาพรวมประเทศที่สามารถแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ
สิ่งสำคัญ คือ การเชื่อมโยงออกแบบนโยบาย กลยุทธ์ของมาตรการ วิธีการขับเคลื่อน งบประมาณความรู้ความเข้าใจของผู้ดำเนินการบวกกับตัวชี้วัดเพื่อเชื่อมโยงเอสเอ็มอีประกอบไปด้วยแรงงานในแต่ละประเภทธุรกิจให้สามารถเข้าถึงดิจิทัลเทคโนโลยีพื้นฐาน การใช้ Social media เพื่อการดำเนินธุรกิจ การใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่น แพลตฟอร์มการค้าต่างๆ ประกอบกับ AI ต้องขยายผลการใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างต่อเนื่องตามความจำเป็นของแต่ละกลุ่มธุรกิจที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ร่วมมือ ร่วมกันคิดทำกันทั้งระบบให้เอสเอ็มอีไทยแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ
เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ ของที่นี่ ที่เดียว ทำเกษตรอินทรีย์ รวมทุกข้อมูลในการทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง ฉบับทำเองเข้าใจง่าย

