การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

รับลงโฆษณาสินค้า หรือมีเนื้อหาและแนบลิ้งด้วย รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านต่าง ๆ ใครอยากลงประกาศขายสินค้า หรือโพสประกาศฟรี โปรดติดต่อที่ ติดต่อเรา กฏข้อห้ามเล็กน้อย ไม่อนุญาตเนื้อหาเกี่ยวกับ สถาบัน การเมือง หมิ่นประมาท การพนันและผิดกฏหมาย เนื้อหาเกี่ยวกับเพศ เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ ไม่รับทุกกรณี

เปิด 4 แผน แก้ราคาปาล์ม

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
2,302 เข้าชม
ทำเกษตร
กระทู้: 240
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@admin)
สมาชิก
เข้าร่วม: 6 ปี ที่ผ่านมา

พณ.โชว์ 4 แผน แก้ราคาปาล์ม สหกรณ์กว่า 1 พันคน ประท้วงค่านมดิบ รบ.ค้างจ่าย อสค.ยันจ่ายแน่ 300 ล.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กลุ่มชมรมสหกรณ์ นำโดยนายสำรวย นิลกิ่ง ประธานชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค พร้อมด้วยสมาชิกสหกรณ์กว่า 1,000 คน จัดชุมนุมเพื่อเรียกร้องค่าน้ำนมดิบกว่า 300 ล้านบาทที่รัฐบาลค้างจ่าย ทำให้เกษตรกรทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อน จึงมาชุมนุมเพื่อเทนมประท้วงรัฐบาล ทั้งนี้ อ.ส.ค.เลื่อนชำระหนี้ค่าน้ำนม

ให้เกษตรกรมาหลายครั้ง ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเป็นภาระดอกเบี้ย จนบางฟาร์มต้องขายวัว จึงได้นัดรวมตัวกันทวงถามค่าน้ำนมดิบจาก อ.ส.ค.

นายสำรวยกล่าวว่า แถลงการณ์ชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด คือขอให้ อ.ส.ค.ชำระค่าน้ำนมดิบที่ค้างจ่าย และดอกเบี้ยเงินกู้ตามที่สหกรณ์สมาชิกได้ตกลงทำ MOU ซื้อขายน้ำนมดิบกับ อ.ส.ค.และตามสัญญา คือ อ.ส.ค.จะต้องจ่ายเงินค่าน้ำนมดิบให้สหกรณ์ภายใน 45 วัน แต่ ณ ปัจจุบัน อ.ส.ค.ไม่จ่ายค่าน้ำนมดิบให้สหกรณ์เป็นเวลาล่วงเลยเข้า 3 เดือนแล้ว ทำให้สหกรณ์ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อมาจ่ายค่าน้ำนมให้เกษตรกรสมาชิก จึงต้องไปกู้เงินเพื่อมาจ่ายค่าน้ำนมดิบ

ทำให้มีภาระค่าดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้นสหกรณ์ประสบปัญหาเดือดร้อนขาดสภาพคล่องทางการเงินเป็นอย่างมาก จึงได้รวมตัวกันชุมนุมเพื่อเรียกร้องดังนี้ 1.ขอให้ อ.ส.ค.จ่ายเงินค่าน้ำนมดิบที่รับซื้อจากสหกรณ์ทั้งหมดตามข้อตกลง ไม่เกิน 45 วัน หลังจากรับซื้อน้ำนมดิบ 2.กรณีที่สหกรณ์ต้องไปกู้เงินเพื่อมาจ่ายค่าน้ำนมดิบให้กับสมาชิก และมีดอกเบี้ย ขอให้ อ.ส.ค.จ่ายค่าดอกเบี้ยให้กับสหกรณ์ด้วย โดยข้อเรียกร้องทั้งหมด ให้ อ.ส.ค.เร่งดำเนินการจ่ายเงินตามข้อเรียกร้องโดยด่วน

โดย นายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการ อ.ส.ค.ได้รับปากพี่น้องชาวสหกรณ์จะเร่งชำระเงินให้ภายในวันที่ 10 มิถุนายน และจะประชุมทำข้อบันทึกข้อตกลงกับตัวแทนประธานชมรมฯ โดยสรุปตามข้อตกลงใน MOU ที่คุยกันเอาไว้ว่าจะจ่ายเป็น 2 งวด วันที่ 10 พฤษภาคม และวันที่ 10 มิถุนายน รวมกว่า 300 ล้านบาท

ที่ จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ปัญหาผลผลิตปาล์มน้ำมันยังวิกฤต แม้ทางจังหวัดจะแจ้งให้เจ้าของสวนยืดเวลาการเก็บเกี่ยวออกไปให้ยาวขึ้น เช่น จากปกติตัดทุกๆ 15 วัน เป็น 20-25 วัน เพื่อให้โรงงานสกัดเดินเครื่องสกัดปาล์มที่ล้นภายในโรงงาน แต่เมื่อผลผลิตเริ่มร่วง เจ้าของสวนก็ต้องเร่งตัดผลผลิตส่งขาย ทำให้ทั้ง 4 โรง ยังมีปาล์มล้นโรงงานจำนวนมาก โดยที่ลานเทได้พร้อมใจแจ้งลูกค้าประกาศหยุดรับซื้อผลผลิตชั่วคราว บางลานเปิดอีกครั้งในวันที่ 2 พฤษภาคม เนื่องจากทนสภาพขาดทุนไม่ไหว

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ได้ประชุมติดตามสถานการณ์การรับซื้อและแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี นายวันสาด ศรีสุวรรณ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัด นายไกรวุฒิ ศิริอนันตภัทร์ สมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม และคณะ จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง รวม 12 ราย โดยรัฐมนตรีว่าการ พณ.สั่งการให้กรมลงพื้นที่แก้ปัญหาราคาปาล์มที่ปัจจุบันประสบปัญหาราคารับซื้อลดลงจากช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดมากขึ้น ประกอบกับเกษตรกรเร่งตัดปาล์มน้ำมัน เกิดการกระจุกตัวหน้าโรงงานสกัด

นายวิทยากรกล่าวอีกว่า ที่ประชุมมี 4 มาตรการแก้ปัญหา ได้แก่

1.การบริหารการจัดคิว โรงงานสกัด จัดช่องพิเศษให้เกษตรกรรายย่อยนำผลปาล์มมาจำหน่ายโดยตรงทุกวัน ส่วนลานเทต้องบริหารจัดการปริมาณให้สอดคล้องกำลังการผลิตของโรงสกัดแต่ละวัน เช่น กำหนดจำนวนรับซื้อต่อลานต่อวัน ต้องรายงานปริมาณที่จะเข้าโรงสกัดแต่ละวันให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทราบ

2.ขอความร่วมมือโรงสกัดรับซื้อผลปาล์มให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เริ่มรับซื้อตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน เป็นเวลา 2 เดือน ในราคา 5 บาท/กก. ที่ 18% ประกาศราคาทุก 10 วัน สร้างความมั่นใจให้เกษตรกร ไม่ต้องเร่งตัดปาล์มที่ยังไม่สุก โดยให้มีคณะทำงานติดตามการรับซื้อ โดยประชุมติดตามสถานการณ์และราคาร่วมกับจังหวัดทุก 7 วัน ร่วมกับโรงสกัด เพื่อกำกับ ติดตาม และปรับราคาให้เหมาะสมกับช่วงเวลา

นายวิทยากล่าวต่อว่า 3.การรับซื้อตามเงื่อนไขต่างๆ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรับทราบข้อมูลที่ตรงกัน เพื่อให้เกษตรกรวางแผนตัดปาล์ม ชะลอไม่ให้เร่งตัดปาล์มไม่สุกมาจำหน่าย จะส่งผลให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น และเกษตรกรจะได้รับราคาที่สูงขึ้น 4.ใช้มาตรการติดตามคุมเข้มการขนย้ายและกำกับการรับซื้อ โดยบังคับใช้กฎหมายของกรมการค้าภายในร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ลงพื้นที่ตรวจสอบการซื้อขายผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และตรัง

“พณ.จะเร่งผลักดันส่งออกน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์ ลดผลผลิตส่วนเกิน ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาผลปาล์ม และผลักดันการใช้พลังงานทดแทน โดยการใช้ B7 ซึ่งจะนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาโดยด่วนต่อไป” นายวิทยากรกล่าว

ที่มาข่าว : มติชนออนไลน์