รับลงโฆษณาสินค้า หรือมีเนื้อหาและแนบลิ้งด้วย รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านต่าง ๆ ใครอยากลงประกาศขายสินค้า หรือโพสประกาศฟรี โปรดติดต่อที่ ติดต่อเรา กฏข้อห้ามเล็กน้อย ไม่อนุญาตเนื้อหาเกี่ยวกับ สถาบัน การเมือง หมิ่นประมาท การพนันและผิดกฏหมาย เนื้อหาเกี่ยวกับเพศ เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ ไม่รับทุกกรณี
อาการตากระตุก อาจไม่ใช่สัญญาณเตือนลางร้าย แต่อาการเหล่านี้อาจกำลังเตือนให้เรารู้เรื่องสุขภาพของตัวคุณเองอยูก็ได้ แม้กระนั้นแม้ว่าหลายคนอาจจะมีความคิดเกี่ยวกับโชคลางมาก่อนหน้านี้ แต่อาการดังกล่าว อาจจะมีอะไรที่มากไปกว่าสิ่งที่เกี่ยวกับโชคลางก็เป็นได้ หนึ่งในนั้นให้มุ่งไปที่เรื่องของสุขภาพคุณนักอ่าน
ตากระตุก เท่ากับว่าอาการที่เปลือกตาที่มีการขับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นั่นหมายความว่าในอาการแต่ละครั้งนั้น อาจไล่ไปตั้งแต่มีอาการเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงเกิดอาการถี่ ๆ จนทำให้เกิดความรำคาญ นั่นหมายความว่าอาการตากระตุกนี้สามารถเกิดขึ้นได้บ่อย ทั้งบริเวณเปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง แต่ส่วนใหญ่จะเกิดในบริเวณเปลือกตาด้านบน
โดยทั่วไปอาการตากระตุกนั้นมักเป็นอาการที่ไม่รุนแรง ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและไม่เป็นอันตราย สามารถเกิดขึ้นและหายได้เองในเวลาอันสั้น แต่ในบางกรณีอาการอาจรุนแรงและไม่สามารถหายเองได้ เช่น อาการตากระตุกเกร็งจนทำให้เปลือกตาด้านบนปิดลงมา หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงบางชนิดได้เช่นกัน เช่น โรคอัมพาตใบหน้า หรือ โรคกล้ามเนื้อบิดเกร็ง
อาการของโรคตากระตุก สาเหตุเกิดจากอะไร
หากจะถามว่า สาเหตุของอาการตากระตุกนั้นมาจากอะไร โดยทั่วไปแล้วผู้เชี่ยวชาญได้เผยว่า ไม่เป็นที่แน่ชัดนักสำหรับสาเหตุ แต่ทางการแพทย์ก็สรุปและสันนิษฐานไว้คร่าวๆ ว่า อาจจะมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติโดยมาจากความเครียด การอดนอน, การบริโภคคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือรวมไปถึงสาเหตุต่าง ๆ หลายอย่าง เป็นต้นว่า
- เกิดการระคายเเท่ากับว่างที่ตาหรือเปลือกตาด้านใน
- ตาล้า หรือ แห้ง
- มีการเวียนศีรษะ
- ออกกำลังกาย
- เผชิญกับแสงสว่างและลม
- การสูบบุหรี่
- มีผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด
การวินิจฉัยได้มากกว่าโชคลาง กับอาการตากระตุก
แม้กระนั้นหากมีอาการตากระตุกต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานเป็นสัปดาห์ หรืออาการแย่ลงจนต้องเครียด และสร้างความรำคาญต่อนักอ่านที่มีอาการเหล่านี้ แนะนำให้ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย โดยทางแพทย์นั้นจะวินิจฉัยด้วยการตรวจดวงตาอย่างละเอียด เพื่อจำแนกโรคตา และภาวะที่มีอาการใกล้เคียงกัน เช่น ตาแห้ง ตาไวต่อแสง หรืออาการกระตุกที่ลามลงมายังส่วนอื่น ๆ ของใบหน้าหรือหากข้องเกี่ยวกับกล้ามส่วนต่าง ๆ ของใบหน้า ควรจะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
นอกจากนี้แล้ว หากทางแพทย์มีการสงสัยว่าอาการตากระตุกมีสาเหตุข้องเกี่ยวกับความผิดปกติของสมองหรือระบบประสาท แพทย์จะตรวจสอบหาสัญญาณหรืออาการอื่น ๆ เพิ่มเติม รวมไปถึงอาจส่งตัวไปให้แพทย์ระบบประสาทหรือผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม แม้กระนั้นมีอาการตากระตุกในระยะที่เพิ่มขึ้น ควรที่จะไปพบแพทย์โดยทันที และอาการที่บ่งบอกด้านล่างนี้ ถือว่าเป็นรายละเอียดสำคัญ นั่นเท่ากับว่า
- มีอาการตากระตุกติดต่อกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น
- มีตำแหน่งที่เกิดตากระตุกเพิ่มขึ้นจากบริเวณเดิม หรือ เป็นเพิ่มไปอีกข้างหนึ่ง เช่น ตาข้างซ้ายกระตุก แล้วตาข้างขวากระตุก หรือเป็นตรงบริเวณอื่นๆ ของใบหน้า
- บริเวณที่เกิดตากระตุกมีอาการอ่อนแรงหรือหดเกร็ง
- มีอาการบวม แดง หรือมีสารคัดหลั่งไหลออกมาจากดวงตา
- เปลือกตาบวม แดง หรือมีขี้ตา
- เกิดการบาดเจ็บที่กระจกตา
หากเกิดอาการตากระตุก ควรทำอย่างไร
- นอนหลับให้เพียงพอ
- ลดการใช้โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลง
- ลดเครื่องดื่มประเภทต่าง ๆ ได้แก่ เครื่องดิ่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา, กาแฟ และ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- งดสูบบุหรี่
- พยายามหาสิ่งที่ผ่อนคลาย ไม่เครียด
- ทำการนวดบริเวณรอบดวงตา หรือ ทำการประคบอุ่นรบดวงตา ซัก 10 นาที
- หากเกิดอาการตาแห้ง หรือ ระคายเเท่ากับว่างตา สามารถหยอดน้ำตาเทียมได้
ข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช


