การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

รับลงโฆษณาสินค้า หรือมีเนื้อหาและแนบลิ้งด้วย รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านต่าง ๆ ใครอยากลงประกาศขายสินค้า หรือโพสประกาศฟรี โปรดติดต่อที่ ติดต่อเรา กฏข้อห้ามเล็กน้อย ไม่อนุญาตเนื้อหาเกี่ยวกับ สถาบัน การเมือง หมิ่นประมาท การพนันและผิดกฏหมาย เนื้อหาเกี่ยวกับเพศ เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ ไม่รับทุกกรณี

7 พรรณไม้ ที่ช่วยดักจับฝุ่น PM2.5 ได้ดีที่สุด

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
6,014 เข้าชม
ทำเกษตร
(@admin)
กระทู้: 240
สมาชิก Admin
หัวข้อเริ่มต้น
 

จากรายงานผลการศึกษาของ The Nature Conservancy (2016) ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าอากาศที่มีมลพิษเมื่อไหลผ่านเรือนยอดของต้นไม้แล้ว สามารถลดปริมาณของฝุ่น PM2.5 ได้ 10-50 % และทำให้อุณหภูมิลดลง 0.4-3 องศาเซลเซียส โดยฝุ่น PM2.5 จะเกาะแน่นกับผิวของใบไม้ที่เป็นชั้นของคิวติเคิลและเส้นขนที่ปกคลุมบนผิวใบ รวมทั้งตามเปลือกของกิ่งก้านหรือลำต้น ส่วนฝุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่าจะเกาะตัวได้อย่างหลวม และบางส่วนก็จะฟุ้งกระจายไปตามกระแสลมรอตกสู่ผิวดิน ฝุ่นที่เกาะค้างอยู่ตามต้นไม้เหล่านี้จะถูกน้ำฝนหรือการพ่นน้ำใส่เรือนยอดต้นไม้จะช่วยชะล้างฝุ่นออกแล้วไหลลงสู่พื้นดินหรือท่อระบายน้ำต่อไป

จากคุณสมบัติดังกลล่าว จึงแสดงให้เห็นแล้วว่า ต้นไม่สามารถช่วยดักจับฝุ่นละอองในอากาศได้ โดยพรรณไม้ในประเทศไทย ที่ควรนำมาปลูกเพื่อดักจับฝุ่น มี 7 ประเภทด้วยกัน

1. ไม้พุ่มเหมาะสมต่อการปลูกตามพื้นที่ร่มรำไร

โดยพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับแสงโดยตรงน้อยกว่า 3 ชั่วโมง/วัน เช่น ใต้แนวรถไฟฟ้า ทางยกระดับ ทางเท้าที่อยู่ในเขตร่มเงาแนวทางยกระดับ/รถไฟฟ้า และโถงใต้อาคารที่สูงมากกว่า 6 เมตร ไม้พุ่มที่ทนทานต่อร่มเงาได้ดี ได้แก่ ข่อย แก้ว ไทรย้อยใบทู่หรือไทรเกาหลี ไทรย้อยใบแหลม ไทรย้อยใบยาว สามพันตา ชาข่อย พืชเหล่าสามารถตัดแต่งเป็นไม้พุ่มที่ต้องการได้ และยังทนแล้งได้ดี
สำหรับพืชที่ทนร่มได้ดีแต่ไม่ทนแล้งนัก ได้แก่ จั๋งญี่ปุ่น กะพ้อ โมกบ้าน คริสติน่า เข็มพญาอินทร์ รามใหญ่ และตาเป็ดตาไก่

2. ไม้พุ่มที่เหมาะสมต่อการปลูกตามพื้นที่โล่ง

โดยพื้นที่ดังกล่าวได้รับแสงแดดโดยตรงมากกว่า 3 ชั่วโมง/วัน เช่น ตามทางเท้า ข้างถนน แนวรั้วหรือกำแพงของสถานที่ราชการ บ้านเรือนที่อยู่ติดถนน ได้แก่ ชนิดที่กล่าวไว้ในข้อที่ 1 ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่โล่งอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมี สนทะเล สนแผง ไม้พุ่มประดับหลายชนิด ได้แก่ กรรณิการ์ ทองอุไร ทรงบาดาล หางนกยูงไทย พรวด เข็ม ยี่โถ รำเพย รัก ลำโพงกาสลัก ไผ่ต่าง ๆ ได้แก่ ไผ่รวก ไผ่หวาน ไผ่เพ็ก ไผ่โจด และพรรณไม้พื้นเมือง ได้แก่ เสียว สามพันตา ชาข่อย แดง หงษ์ฟู่ และหอมหมื่นลี้ ที่สามารถปลูกเป็นแนวและตัดแต่งรูปทรงตามที่ต้องการได้

ส่วนชนิดที่ไม่ทนแล้งมากนัก คือ ง้วนภู โมกบ้าน และรามใหญ่ จากการศึกษาในประเทศจีน (Wang, et al., 2011) พบว่า ง้วนภู มีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นละอองได้สูงมาก โดยเฉพาะตามผิวใบด้านบนที่ขรุขระมีปุ่มและหลุมขนาดเล็กจำนวนมาก ส่วน Li et al. (2019) พบว่า หอมหมื่นลี้ และหงส์ฟู่ มีประสิทธิภาพสูงในการดักจับฝุ่นละอองในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น ซึ่งทั้ง 3 ชนิด นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและเป็นแนวรั้วในหลายประเทศ

3. ไม้ต้นที่เหมาะสมต่อการปลูกบนทางเท้าที่เป็นที่โล่ง

โดยพื้นที่มีขนาดทางกว้าง 2-5 เมตร และได้รับแสงโดยตรงมากกว่า 3 ชั่วโมง/วัน เช่น ทางเท้าที่ไม่มีแนวรถไฟฟ้าหรือทางยกระดับผ่าน ต้นไม้ที่เลือกควรเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 10 เมตร ไม่รบกวนเสาไฟหรืออาคารมากนัก หรือเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ที่ตัดแต่งทรงพุ่มได้ง่าย มีพุ่มใบหนาแน่นและมีระบบรากลึกไม่แผ่ขยาย ไม่เป็นอันตรายต่อทางเท้ามากนัก

พรรณไม้ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ ได้แก่ สนทะเล สนประดิพัทธ์ รวงผึ้ง มะกล่ำต้น ปีบ ตะเคียนหนู แจง ตะลิงปลิง แปรงล้างขวด อโศกเซนคาเบรียล หม่อน หมี่ มะขาม เฉียงพร้านางแอ สั่งทำ มะเกลือกา พิกุล ลำดวน กลาย และมหาพรหม

สำหรับสนทะเล และสนประดิพัทธ์ มีเรือนยอดที่โปร่งบางให้ร่มเงาได้ไม่ดีนัก การปลูกบนทางเท้าควรที่จะปลูกสลับกับต้นไม้ที่ให้ร่มเงาได้ดีชนิดอื่น ๆ หรือปลูกสลับกับซุ้มไม้เลื้อยก็ได้

4. ไม้ต้นที่เหมาะสมต่อการปลูกบนทางเท้าที่ร่มรำไร

ที่มีพื้นที่ขนาดทางกว้าง 2-5 เมตร และได้รับแสงแดดโดยตรง 2-3 ชั่วโมง/วัน เช่น ทางเท้าในเขตใต้แนวรถไฟฟ้าหรือทางยกระดับ และมีตึกสูงมากกว่า 3 ชั้นขนาบข้าง ต้นไม้ที่ขึ้นในที่ร่มรำไรได้ดี และเป็นไม้พื้นเมืองของไทย ได้แก่ สั่งทำ มะเกลือกา พิกุล ลำดวน แจง กลาย มหาพรหม กาสะลองคำ หมักม่อ โสกน้ำ โสกเหลือง และโสกเขา

การดูแลต้นไม้ในพื้นที่ร่มและมีฝุ่นมลพิษมากจำเป็นต้องมีการเอาใจใส่เป็นอย่างดี เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนอกจากมีแสงน้อยแล้วยังมีความชื้นในอากาศน้อยด้วย จึงควรมีการพ่นละอองน้ำเป็นประจำ และป้องกันการเหยียบย่ำโคนต้นไม้จากสัตว์เลี้ยงและคน

5. ไม้ต้นที่เหมาะสมต่อการปลูกในพื้นที่กว้าง

โดยพื้นที่ตามข้างถนนที่เป็นผิวดิน ริมคลอง และทางเท้าที่กว้างมากกว่า 5 เมตร เกาะกลางถนนที่กว้างมากกว่า 3 เมตร หรือสวนสาธารณะ ไม่มีสิ่งก่อสร้างหรือสายไฟฟ้ากีดขวาง ได้แก่ สนทะเล สนประดิพัทธ์ ทองกวาว สะเดา นนทรี มะขาม มะกล่ำต้น มะเดื่อปล้อง มะยมป่า โมกมัน ปีบ รวงผึ้ง ปอกระสา พิกุล แปลงล้างขวด หูกระจง กัลปพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ สะตือ สะเดา ตะขบฝรั่ง ตะเคียนทอง ตะเคียนหนู ตะแบก เสลา อินทนิล หมี่ เฉียงพร้านางแอ นิโครธ ศรีมหาโพธิ์ ไทรย้อยใบมน ไทรย้อยใบแหลม ไทรย้อยใบยาว และอโศกเซนคาเบรียล

เนื่องจากตามธรรมชาติต้นไม้เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 20-30 เมตร มีพุ่มใบหนาแน่นและกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สนทะเล และสนประดิพัทธ์ ที่มีใบเรียวยาวลู่ไปตามลมได้ดี มีกิ่งก้านที่เหนียว มีประสิทธิภาพในการดักจับไอเกลือจากทะเลที่มีขนาดเล็ก 0.05-10 ไมครอน ใกล้เคียงกับฝุ่นขนาดเล็กในเมือง อีกทั้งยังสามารถตัดแต่งเป็นไม้พุ่มเตี้ยได้

จากการศึกษาในประเทศอินเดีย (Rahul & Jan, 2016; Singh & Pal, 2017) พบว่า มะเดื่อปล้อง ทองกวาว ศรีมหาโพธิ์ นิโครธ ประดู่ลาย สมอเทศ และสะเดา ที่ปลูกตามสองข้างถนน มีประสิทธิภาพในการจับฝุ่นละอองได้ดี บางชนิดอาจมีระบบรากที่ใหญ่เป็นอันตรายต่อทางเท้า หรือมีกิ่งก้านที่แผ่กว้าง เช่น ไทรต่าง ๆ หูกระจง ยางนา และจามจุรี เหมาะสำหรับปลูกในสวนที่มีพื้นที่กว้างมากกว่า 50 เมตรขึ้นไป

6. ไม้เลื้อยชนิดต่างๆ ดักจับฝุ่นได้ดีมาก

เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ได้รับแสงแดดโดยตรงมากกว่า 3 ชั่วโมง/วัน ทำเป็นซุ้มหรือวัสดุให้เลื้อยเกาะได้ตามแนวรั้วหรือผนังอาคาร ในพื้นที่มากกว่า 6 ตารางเมตร ขึ้นไป หรือปลูกให้เลื้อยพันต้นไม้ขนาดใหญ่ ชนิดหาได้ง่าย ทนทานต่อโรคแมลงและทนแล้งได้ดี ได้แก่ เล็บมือนาง เครือออน พวงคราม ติ่งตั่ง งวงชุ่ม การเวก นมแมว กะทกรก อรพิม ใบสีทอง กุมาริกา สร้อยอินทนิล และกันภัย

7. ไม้เลื้อยที่มีรากยึดผนัง

สามารถยึดเกาะผนังปูนเปลือย ผนังอิฐ หรือเปลือกต้นไม้ ลำต้นแนบไปกับผนัง ไม่มีกิ่งก้านระเกะระกะ ขึ้นได้ดีตามที่ร่มรำไร เช่น เสาทางยกระดับ/เสารถไฟฟ้า ผนังอาคารที่ได้รับแสงแดดช่วงเวลาเช้าหรือไม่ได้รับแสงโดยตรง ได้แก่ ตีนตุ๊กแก พลูแฉก เงินไหลมา และพลูด่าง

ไม้เลื้อยปกติเป็นไม้โตเร็ว จึงจำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดน้ำหนักของกิ่งก้านลง สำหรับต้นที่ปลูกใต้ทางยกระดับที่ไม่ได้รับน้ำฝน การพ่นน้ำใส่ใบและการรดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง/สัปดาห์ในฤดูฝน และ 2 ครั้ง/สัปดาห์ในฤดูแล้งเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ทั้งยังช่วยล้างฝุ่นที่สะสมบนใบจำนวนมาก เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงและการดักจับฝุ่นที่ดี

ที่มา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (portal.dnp.go.th)


 
โพสต์ : 06/11/2021 3:38 pm