ข้าวไทย ในตลาดโลก

เกษตรโซนนิ่ง ให้เกษตรกรปลูก อ้อย แทน ข้าว

จากกลยุทธ์ที่รัฐยุค 2556 นี้มีนโยบายในการรับจำนำข้าว เพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร แต่ไม่ได้มุ่งเน้นไปในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตข้าว อีกทั้งยังมีจุดประสงค์ในเรื่องของอำนาจการต่อรองราคาข้าวจากตลาดโลก แต่ในระยะสองปีมานี้ ดูเหมือนว่า ข้าวไทย จะไร้ซึ่งอำนาจ ที่จะไปกำหนดราคาเหนือตลาดข้าวโลกซะแล้ว



หากจะวัดความสัมพันธ์เชิงสถิติในผลการส่งออกข้าวของไทยให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุด จะเห็นว่า ประเทศไทยไม่ได้มีอำนาจเหนือตลาดในการส่งออกข้าวโดยรวม ทั้งข้าวขาว และข้าวหอมมะลิ เนื่องจากตลาดข้าว ไม่ได้มีเพียงแค่ประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่สามารถผลิตข้าวคุณภาพได้ ยังมีคู่แข่งขันหลายประเทศที่มีข้าวคุณภาพ ทดแทนข้าวส่งออกของไทยได้เป็นอย่างดี และหากประเทศไทยเองยังใช้นโยบายลดปริมาณการส่งออกลง ประเทศผู้นำเข้าข้าวต่างๆ ก็จะหันไปนำเข้าข้าวจากต่างประเทศที่มีศักยภาพเทียบเคียงข้าวไทย อย่าง เวียดนาม อินเดีย หรือพม่า ซึ่งมีลักษณะข้าวที่ใกล้เคียงกับ ข้าวไทย แต่มีราคาที่ต่ำกว่าเพื่อทดแทนได้

ข้าวไทย ไร้อำนาจต่อรอง

ภายหลังมีนโยบายการรับจำนำข้าวของไทยและลดการส่งออกข้าว เพื่อจุดประสงค์ให้สามารถกำหนดราคาข้าวในตลาดโลกได้นั้น จากสถิติการส่งออกข้าวของไทยสู่ตลาดโลกในประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่นั้น นับว่าอำนาจในการต่อรองในตลาดข้าวโลกนั้น สามารถทำได้เพียงแค่ การส่งออกข้าวเหนียว และข้าวนึ่งเท่านั้น

กรณีข้าวเหนียว ประเทศไทยมีอำนาจในการกำหนดราคาข้าวในตลาดการส่งออกได้เฉพาะที่ส่งไปยังประเทศจีน และอินโดนีเซีย แต่ก็พบว่า ข้าวของเวียดนามเองก็สามารถใช้ทดแทนกับข้าวเหนียวของไทยได้ในตลาดของประเทศจีน และเมื่อพิจารณาในตลาดข้าวของสหรัฐอเมริกา ก็พบว่าข้าวจากอินเดียก็สามารถทดแทนข้าวเหนียวจากไทยได้

ข้าว กข 49 เน้นทำข้าวนึ่ง

กรณีข้าวนึ่ง แม้ประเทศไทยจะมีอำนาจเหนือตลาดข้าวนึ่งในการส่งออกไปยังประเทศแอฟริกาใต้ แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก และพบว่า ตลาดข้าวนึ่งนี้ ประเทศอินเดียก็สามารถส่งออกข้าวนึ่งไปทดแทนได้เช่นเดียวกัน

นั่นหมายความว่า การทดแทนสินค้าข้าวจากประเทศต่างๆ ทำให้อำนาจในการต่อรองของประเทศไทยไม่ค่อยมีผลมากนัก แม้ไทยจะมีอำนาจเหนือตลาดในการส่งออกข้าวเหนียวและข้าวนึ่งบ้างแต่ก็ด้วยข้อจำกัดของคู่แข่งขัน ซึ่งต้องระวังอย่างมาก

ตัวอย่างคือ จำนวนประเทศคู่แข่งในการส่งออกข้าวเหนียวของไทยยังมีไม่มาก โดยเฉพาะการส่งออกข้าวของเวียดนามซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นข้าวขาว แม้จะสามารถทดแทนกับข้าวขาวและข้าวหอมมะลิของไทยได้ดี แต่ยังไม่สามารถทดแทนข้าวเหนียวไทยได้มากนัก ในขณะที่ประเทศลาวซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตข้าวเหนียวที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับข้าวเหนียวไทย แต่ส่วนใหญ่จะผลิตเพื่อบริโภคเองภายในประเทศเป็นหลัก ไม่มีการส่งออกมากนัก

ขาวบ้านนา 432 ข้าวพื้นเมือง

ส่วนตลาดข้าวนึ่งก็มีระดับการแข่งขันน้อย เนื่องจากประเทศอินเดียที่เป็นคู่แข่งสำคัญในการผลิตข้าวนึ่งได้มีการประกาศห้ามการส่งออกข้าว non-basmati มาตั้งแต่ปี 2551 กระทั่งปัจจุบันและกำลังจะยกเลิกประกาศการห้ามส่งออกข้าว non-basmati แล้ว ซึ่งนี้อาจทำให้คู่แข่งตลาดข้าวนึ่งของไทยมีมากขึ้น และอาจจะทำให้อำนาจในการต่อรองเหนือตลาดข้าวนึ่งของไทย ไร้ผลในอนาคต

ข้าวชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวขาวรวมทุกชนิด ข้าวหอมมะลิ ประเทศไทยเองไม่มีอำนาจในตลาดสำหรับการส่งออกข้าวทั้งหลายเลย เนื่องจากประเทศผู้นำเข้าข้าวเหล่านั้น มีตัวเลือกมาก และคู่แข่งขันจากหลายๆ ประเทศก็สามารถผลิตข้าวคุณภาพทดแทนข้าวไทยได้ นั่นทำให้มองเห็นได้ว่า ส่วนแบ่งตลาดแต่เดิมที่ข้าวไทยได้มานั้น ไม่ได้มีคุณภาพหรือสูงแต่อย่างใด และไม่ได้บ่งออกเลยว่า ประเทศไทยจะสามารถมีอำนาจในการต่อรองเรื่องราคาการส่งออกในตลาดข้าวทั้งหลายได้ เพราะคู่แข่งขันที่มีศักยภาพที่เท่าเทียมนั่นเอง



อำนาจในการกำหนดราคาสินค้าในตลาด หรือ อำนาจเหนือตลาด ที่แท้จริง ควรจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการทดแทนกันระหว่างสินค้า และอุปสงค์ต่ออุปทานของผู้แข่งขันมากกว่า เมื่อสินค้ามีคุณภาพหาทนแทนได้ยาก แม้จะมีส่วนแบ่งการตลาดน้อยแต่สามารถมีอำนาจในการกำหนดราคาได้ และผู้บริโภคก็พอใจเนื่องจากเชื่อว่ามีคุณภาพดีจริง

แต่ข้าวไทยในปัจจุบันนี้แม้จะมีคุณภาพ แต่สามารถทดแทนได้จากสินค้าของคู่แข่งที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันได้เป็นอย่างดี ประเทศไทยจึงไม่สามารถเพิ่มราคาการส่งออกข้าวในตลาดโลกโดยการจำกัดปริมาณการส่งออกได้ แถมจะมีความเสี่ยงอย่างมาก หากข้าวที่ค้างอยู่ในสต๊อกขายไม่ได้ อย่างไรก็จะต้องระบายออกในราคาตลาด

เกษตรโซนนิ่ง ให้เกษตรกรปลูก อ้อย แทน ข้าว

รัฐจึงควรพัฒนาตลาดข้าวไทย ไม่ว่าจะเป็น ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ข้าวนึ่ง และข้าวอื่นๆ ให้เป็นเอกลักษณ์ มีคุณภาพ และมีความจำเพาะของข้าวมากขึ้น โดยไม่สามารถทดแทนกันได้ หรือทดแทนกันได้ยาก จะดีกว่า ส่วนจุดประสงค์ที่ว่าจะเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรนั้น หากคำนึงถึงการลดรายจ่ายและไปเน้นข้าวที่มีลักษณะจำเพาะมากขึ้น เชื่อแน่ว่า เมื่อนั้นแม้รายได้จะเท่าเดิมแต่รายจ่ายน้อยลง ก็เสมือนมีรายได้เพิ่มขึ้น… นั่นเอง

อ้างอิงข้อมูลการส่งออกข้าว จาก นิตยสารข้าวไทย