ข้าวนึ่งไทย ใครขายใครซื้อ

ข้าวนึ่งไทย ใครขายใครซื้อ Parboiled Rice

ใกล้จะปีใหม่แล้ว มีหลายกิจกรรมที่อยากจะลองทำ แต่เนื้อหาและงานที่ทำก็ยังไม่ได้ว่างเว้นให้สละเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่น ปีนี้มีแข่งการทำ seo เล็กๆ เกี่ยวกับเนื้อหาของ กิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ แต่จนแล้วจนรอด ก็คงจะแพ้เขาอีก ก็เลยไม่ได้สมัคร แต่จะ ลองในแบบเงียบๆ เผื่อเทคนิคที่ได้รู้มา มันจะสามารถทำได้จริง..



สำหรับเนื้อหาในวันนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาของ กิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ ใดๆ แต่เป็นเรื่องของ ข้าวนึ่ง หรือ Parboiled Rice ที่หลายคนสงสัยว่า มันเป็นข้าวอะไร แล้วมันขายได้หรืออย่างไร มาทำความรู้จักกันก่อน

ข้าวนึ่ง หรือ Parboiled Rice นั้น เป็นข้าวที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยอีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากเป็นผลของกระบวนการแปรรูปข้าวที่ทำให้เกิดประโยชน์ในด้านการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าข้าวไทย โดยการทำให้เมล็ดข้าวมีความแข็งมากกว่าปกติในกระบวนการสีข้าว จึงทำให้มีข้าวเต็มเมล็ดในปริมาณที่มากกว่า ไม่หักเสียหาย มีเปอร์เซ็นของข้าวเต็มเมล็ดมากกว่า และสามารถเก็บรักษาได้นานกว่า เนื่องจากได้ผ่านการนึ่งมาแล้ว

ในกระบวนการผลิตข้าวนึ่งนั้น เริ่มต้นด้วยการนำข้าวเปลือกมาแช่น้ำจนมีระดับความชื้นอยู่ที่ประมาณร้อยละ 30-40 หลังจากนั้นจึงนำข้าวที่แช่น้ำมานึ่งหรือต้มจนสุกทั้งเปลือกข้าว ต่อด้วยการนำมาทำให้แห้ง แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการสีข้าวในแบบที่รู้จักกันเพื่อเอาเปลือกออกนั่นเอง

ทำให้ได้ข้าวเต็มเมล็ดจำนวนมาก และไม่แตกหักเสียหายได้ง่าย นอกจากการสร้างมูลค่าเพิ่มแล้ว การนำข้าวมาแปรรูปเป็นข้าวนึ่งยังนับได้ว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าทางโภชนาการของข้าว เนื่องจากสารอาหารที่มีประโยชน์ซึ่งมีอยู่สูงมากในบริเวณเปลือกข้าวจะสามารถดูดซึมผ่านเข้าไปในเมล็ดข้าวได้ในช่วงระหว่างที่ข้าวถูกแช่น้ำและในกระบวนการนึ่งข้าว ดังนั้นผลที่ได้หลังจากการนึ่งข้าว จึงได้เมล็ดข้าวที่มีสีเหลืองอ่อน ซึ่งหากเปรียบเทียบในพันธุ์ข้าวชนิดเดียวกัน ข้าวนึ่งจะมีระดับวิตามินบีและวิตามินอีสูงกว่าข้าวธรรมดาประมาณ 1-2 เท่า

ข้าวนึ่งไทย ใครขายใครซื้อ Parboiled Rice

นอกจากนี้แล้วในการบริโภคข้าวนึ่ง สามารถย่อยง่ายกว่าข้าวธรรมดามาก เพราะแป้งในข้าวที่ได้สุกไปครั้งหนึ่งแล้ว ในกระบวนการผลิตตอนนึ่ง ก่อนจะสุกโดยการหุงอีกครั้ง

ในปัจจุบันประเทศไทยเอง ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการผลิตข้าวนึ่งที่มีคุณภาพ โดยในบรรดาโรงสีข้าวทั่วประเทศจำนวนกว่า 2,000 แห่ง มีโรงสีที่สามารถผลิตข้าวนึ่งได้อยู่กว่า 200 แห่งทีเดียว



ต่างประเทศมีความต้องการข้าวนึ่งสูงในแต่ละปี

ข้าวนึ่งที่ผลิตได้ในประเทศไทยนั้น นับเป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูงมากในการส่งออก แต่ละปีๆ จะมีการส่งออกข้าวนึ่งไปยังต่างประเทศสูงพอๆ กับการส่งออกข้าวปกติ ข้าวนึ่งที่ผลิตได้จึงสามารถส่งออกได้แทบทั้งหมด ทว่าหากพิจารณาอีกนัยหนึ่ง ข้าวนึ่งนับเป็นสินค้าที่ไทยมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการส่งออกเกือบ 100% เพราะข้าวนึ่งไม่เป็นที่นิยมสำหรับการบริโภคในประเทศ เนื่องจากมีกลิ่นและรสชาติต่างจากการหุงข้าวแบบธรรมดาที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการนึ่ง ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่จะไม่คุ้นเคย ส่งผลให้แทบไม่มีความต้องการในตลาดในประเทศเลย แต่ในตลาดโลก กลับได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน สูงถึงปีละประมาณ 4-5 ล้านตัน

ซึ่งผู้ที่นิยมบริโภคข้าวนึ่งมักเป็นผู้ที่ชอบข้าวซึ่งเมื่อหุงสุกแล้วจะได้เมล็ดข้าวที่ร่วนซุย และเนื่องจากเป็นข้าวที่สุกมาก่อนแล้วครึ่งหนึ่ง เมื่อนำไปหุงอีกครั้งจะใช้น้ำและเชื้อเพลิงน้อยกว่าปกติ แต่ได้คุณค่าสูงกว่าข้าวปกติ ประเทศที่บริโภคข้าวนึ่งจึงมักเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มพื้นที่แห้งแล้ง เช่น ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกา รวมทั้งประเทศที่ประสบกับภัยธรรมชาติบ่อยครั้งอย่างบังคลาเทศ

ตลาดข้าวนึ่งส่งออกที่สำคัญของโลกจึงเป็นประเทศในแถบนี้เสียส่วนใหญ่ ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม เช่น ซาอุดิอาระเบีย เยเมน แอฟริกาใต้ ไนจีเรีย ซึ่งมีความนิยมบริโภคข้าวนึ่ง แต่มีศักยภาพในการผลิตที่จำกัดและต้องการนำเข้าข้าวในปริมาณที่มาก

ในแต่ละปีชาวมุสลิมมักจะเฉลิมฉลองกิจกรรมและการเดินทางออกไปแสดงบุญอยู่บ่อยๆ แม้จะไม่ตรงกับปีใหม่สากล แต่ก็นับได้ว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ จะหาของขวัญไปฝากญาติ หรือคนใกล้ชิด ข้าวนึ่ง เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง