ส่อง ข้าวพม่า ในอนาคต

ส่อง ข้าวพม่า ข้าวไทย ในอนาคต

จากความสำเร็จในการส่งออกข้าว ของประเทศพม่า หรือ เมียนมาร์ นั้นนับว่ากำลังก้าวกระโดดและเป็นคู่แข่งที่แข็งมากของประเทศไทยในเวลานี้ หากนับย้อนกลับไปดูข้อมูลการส่งออกข้าวเก่าๆ ของ Myanmar แล้วจะเห็นว่าอยู่ในช่วงการปรับฐานการผลิตและการส่งออกข้าว โดยตั้งแต่ปี 2552-2553 Myanmar เริ่มส่งออกข้าวมากขึ้น แม้จะมีบางช่วงที่การส่งออกแกว่งตัวลดลงบ้าง แต่ก็มีเหตุผลหลักเพราะจากปริมาณการผลิตข้าวที่ลดลงในบางปี เนื่องจากเกิดผลกระทบต่ออุทกภัยหลายครั้ง ทำให้พื้นที่ปลูกข้าวหลายพื้นที่ของ Myanmar น้ำท่วม แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีใดมีการผลิตข้าวได้มากก็จะเร่งส่งออกมากเช่นกัน



และประเทศไทยเองก็คงต้องยอมรับแล้วว่า Myanmar มีการปรับโครงสร้างธุรกิจข้าวอย่างเป็นระบบทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ รวมไปถึงการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การควบคุมและการลดต้นทุนในการผลิต รวมทั้งการผลิตข้าวในระบบ GAP ทั้งการเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติในการปรับปรุงโรงสีและสร้างใหม่อยู่ตลอด การพัฒนาตลาดในประเทศและการส่งออกภายใต้ความร่วมมือกับต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่น จีน เกาหลี กลุ่มประเทศ EU และอื่นๆ รวมทั้งการรับซื้อข้าวในราคาตลาดและการประกันราคาข้าว มีการจัดตั้งองค์กรเพื่อดำเนินธุรกิจค้าข้าวแบบครบวงจร มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอย่างดี ทำให้พม่า หรือ Myanmar ในวันนี้ รุดแซงทางโค้งประเทศไทยด้านการส่งออกข้าวไปแล้ว

และหาก Myanmar ยังคงผนึกกำลังทั้งภายในและภายนอกเพื่อส่งเสริมด้านข้าวอย่างจริงจังแบบนี้ไปอีกเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าจะเกิดอะไรที่คาดไม่ถึงขึ้นกับ ข้าวไทย อย่างเราก็เป็นได้ในอีกหลายเรื่อง

ส่อง ข้าวพม่า ข้าวไทย ในอนาคต

แม้ในระยะสั้นๆ เพียงไม่ถึง 5 ปี ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ จะออกมารับรองว่าศักยภาพการผลิตข้าวของพม่ายังไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะประเทศไทย แต่ในระยะเวลาอีก 5-10 ปีให้หลังนี้ ก็ไม่แน่ว่าอาจมีใครกล้าออกมารับประกันอีกว่า ไทยยังคงทำอันดับความเป็นผู้นำด้านข้าวในตลาดเหนือประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะกับ Myanmar ต่อไปหรือไม่ เพราะเมื่อมองแนวรุกข้าว Myanmar ที่เน้นไปในเรื่องการมุ่งตลาดข้าวคุณภาพแล้ว อย่าง ข้าวอินทรีย์ หรือข้าวออแกนิกส์ ซึ่งจะมีบทควาทสำคัญมากขึ้นในเศรษฐกิจสีเขียวของโลกในอนาคต และจะเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญในการบริโภคข้าวของตลาดข้าวพรีเมี่ยมในโลก

อนาคตข้าวไทย ข้าวพม่า

หากมอง Myanmar แล้วกลับมาดูโครงสร้าง ข้าวไทย ที่ยังเน้นไปที่เรื่องของ ราคา มากกว่าคุณภาพ โดยมุ่งที่จะฉุดดึงราคาข้าวในตลาดให้สูงขึ้น เพื่อหวังเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร แต่อาจหลงลืมไปว่าการเพิ่มรายได้นั้นสามารถทำได้อีกทางคือ การลดต้นทุนในการผลิต หากภาครัฐหันมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมุมมอง และหันไปทุ่มเทกับนโยบายและนำงบประมาณไปปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมข้าวไทย โดยเน้นไปที่ต้นทุนและคุณภาพของข้าวแบบเดียวกับข้าว Myanmar ก็จะเป็นทางหนึ่งในการกลับมาแข่งขันในเรื่องการส่งออกข้าวไทยในตลาดโลกได้ไม่ยาก

อ้างอิงจาก นิตยสารข้าวไทย