เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง

การเลี้ยงหมูหลุม

ทำ เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง ใหม่ๆ แม้ในช่วงแรกจะต้องทนแบกรับภาระหนี้สินอยู่บ้าง กับปัญหาคือมีรายได้ไม่พอรายจ่าย เนื่องจากผลผลิตที่ได้ยังไม่มีคุณภาพ และได้ไม่มากเหมือนกับระบบเดิม เป็นมาประมาณสามปีเต็มๆ

แต่โชคยังดีที่ยังมีแหล่งเงินทุนอื่น คือการทำเกษตรผสมผสาน คือปลูกหลายอย่างในพื้นที่เดียวกัน อย่างที่นา 1 ไร่ หลังเก็บเกี่ยวข้าวที่ให้ผลผลิตเต็มที่จากระบบเคมีเดิมๆ เสร็จสิ้น ก็ปล่อยเป็ดลงทันที ซึ่งกินระยะเวลากว่า 4 เดือนก่อนเป็ดจะโตเพื่อจำหน่าย หลังจากนั้น ที่นาอาจรกไปด้วยหญ้าและข้าวที่ตกหล่นระหว่างเก็บเกี่ยว


โชคยังดีหน่อยที่ดินยังพอมีแร่ธาตุอยู่บ้างด้วยการปล่องน้ำเข้าท่วมตอซัง แทนการเผาตอซังแบบเดิม 4 เดือนแรกจะไม่ได้ผลผลิตในรูปแบบข้าวเปลือกเลย และจะไม่ได้ไปอีกเกือบปี เพราะแปลงนานี้จะถูกทิ้งบ่มเพาะดินให้ดีไปอีกหลายเดือน แต่จะได้ผลผลิตในแบบของเป็ดแทน แม้จะไม่ได้ราคามากนักเนื่องจากการเติบโตเป็นเป็ดไล่ทุ่งจะไม่ได้ขนาดที่เท่ากันทุกตัว มากบ้างน้อยบ้างแต่ก็พอมีรายได้ ดีกว่าดับหายไปกับการเปลี่ยนแปลงระบบเคมีไปเป็น เกษตรอินทรีย์

Organic Farming Modern technique to improve the soil

ด้วยความรู้เดิมๆ อาจไม่เทียบเท่ากับ ปราชญ์ชาวบ้าน อย่างบางท่านที่เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์ แต่ก็ถือว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีอีกหนึ่ง แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในสังคมที่แทรกไปด้วยระบบการทำเกษตรแบบเดิมๆ

การแบ่งสรรปันส่วนนากว่า 10 ไร่ ที่มีบ่อปลา แปลงผัก ไม้ทีให้ผลผลิตตามฤดูกาล และนาข้าว ให้สามารถทำผลผลิตได้เทียบเท่ากับการทำนาข้าวอย่างเดียวที่ให้ผลผลิตเกวียนนึงก็เหยียบหมื่นบาท ให้อยู่ได้อย่างไรนั้น ไม่มีสูตรสำเร็จและคู่มือที่ตายตัว บ้างก็ว่าให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ บ้างก็ว่าให้ลองทำนั่นทำนี่ แต่ระยะเวลาที่ดอกเบี้ยและหนี้สินรุมเร้า เกษตรกรคนไหนบ้าง ที่จะมีเวลาหยุดรอและหยุดคิด ในเมื่อปากต้องกิน ท้องต้องอิ่ม

Organic Farming A recent technology

ระยะเวลากว่า 3 ปี ที่ลองผิดลองถูก บัดนี้ ลุงป้าน้าอา ได้กลายเป็นเกษตรกรอินทรีย์เต็มขั้น แม้จะไม่มีผลผลิตมาเป็นมาตรฐานและวางขายตามท้องตลาดเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันกับใคร แต่ชีวิตก็มีความสุขไม่มีหนี้สิน อยู่กับชีวิตที่เป็น เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง พร้อมหน้าลูกหลาน เท่านี้ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ


ที่มา https://www.kasetorganic.com/organic-farm.html