การบริโภคผักปลอดสารพิษ หาดใหญ่ จังหวัด สงขลา

  • 0 replies
  • 3364 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,889
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
ชื่อวิทยานิพนธ์    พฤติกรรมการบริโภคผักปลอดสารพิษ ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ชื่อผู้วิจัย-นามสกุล    นางสาวจันทนี  กิจอนันต์ถาวร
สาขาวิชา    ธุรกิจเกษตร

บทคัดย่อ    

วัตถุประสงค์ของการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคผักปลอดสารพิษ ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คือ เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปของการบริโภคผักปลอดสารพิษ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคผักปลอดสารพิษ ความยืดหยุ่นของปริมาณการบริโภคอันเนื่องมาจากปัจจัยที่สำคัญของผู้บริโภค และเพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการผลิตผักปลอดสารพิษ ให้ตรงตามพฤติกรรมการบริโภค ผลการศึกษา จากกลุ่มตัวอย่าง 150 คน พบว่า มีผู้ไม่บริโภคผักปลอดสารพิษ 20 คน และสาเหตุที่ไม่บริโภค คือ ไม่แน่ใจคุณภาพ และราคาแพงเกินไป และผู้บริโภคผักปลอดสารพิษ 130 คน นิยมบริโภคผักคะน้ามากที่สุด รองลงมาคือ ผักกวางตุ้งและถั่วฝักยาว และไม่นิยมบริโภคถั่วแขกและมะระ ปริมาณการบริโภคผักคะน้า ผักกวางตุ้งและถั่วฝักยาวปลอดสารพิษของผู้บริโภค โดยส่วนมากคือ 500 กรัมต่อครั้ง และผู้บริโภคมักจะซื้อผักปลอดสารพิษในห้างสรรพสินค้า จากการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบกับอุปสงค์ในการบริโภคผักคะน้าปลอดสารพิษ พบว่า ราคาผักคะน้าปลอดสารพิษและราคาผักคะน้าไม่ปลอดสารพิษจะส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภค ส่วนปัจจัยอื่นไม่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภค ในส่วนของผักกวางตุ้งและถั่วฝักยาวปลอดสารพิษ พบว่า ไม่มีปัจจัยใดมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคเลย ซึ่งอาจเนื่องมาจากกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจไม่ค่อยนิยมบริโภคผักกวางตุ้งและถั่วฝักยาวปลอดสารพิษ หรือ ผู้บริโภคมีความจงรักภักดีต่อสินค้าคือผักปลอดสารพิษ ถึงแม้ว่าราคาผักปลอดสารพิษ ราคาผักไม่ปลอดสารพิษ จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ก็จะไม่มีผลต่อปริมาณการบริโภค ปัจจัยอื่นก็เช่นเดียวกัน เมื่อพิจารณาถึงค่าความยึดหยุ่นของผักคะน้า ผักกวางตุ้งและถั่วฝักยาวปลอดสารพิษ พบว่า ค่าความยืดหยุ่นต่อราคาสินค้าปลอดสารพิษมีค่าเป็นลบ ค่าความยืดหยุ่นต่อราคาสินค้าไม่ปลอดสารพิษมีค่าเป็นบวก และค่าความยืดหยุ่นต่อรายได้มีค่าเป็นบวก ซึ่งเป็นไปตามกฎของอุปสงค์ และมีค่าความยืดหยุ่นน้อยกว่า 1 ทั้งสิ้น ซึ่งแสดงว่าราคาสินค้าปลอดสารพิษ ราคาสินค้าไม่ปลอดสารพิษและรายได้ มีผลต่อปริมาณการบริโภคน้อยมาก จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีผลกระทบต่อผู้บริโภค พบว่า ผู้บริโภคผักปลอดสารพิษมีความห่วงใยสุขภาพและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับความสดของสินค้า คุณค่าของสารอาหาร และสินค้านั้นปลอดสารพิษหรือไม่ ดังนั้นผู้ผลิตควรจะต้องมีการควบคุมคุณภาพของสินค้า ทั้งความสดและความปลอดสารพิษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค สำหรับข้อเสนอแนะ ผู้ผลิตควรหาวิธีผลิตผักปลอดสารพิษให้มีความหลากหลายมากขึ้น ผู้จำหน่ายควรร่วมมือกับผู้ผลิตในการลดต้นทุนเพื่อให้ราคาขายลดลงและควรเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้มากขึ้น ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และรัฐบาลควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคเข้าใจและเห็นถึงประโยชน์และคุณค่าของผักปลอดสารพิษมากขึ้น

ที่มา http://www.economics.psu.ac.th/mab/research/detailAbtract.asp?ID=3