เกษตรอินทรีย์ฟอรั่ม พูดคุยแบบพอเพียง

เทคนิคการทำเกษตรแบบต่างๆ => เกษตรอินทรีย์ => ข้อความที่เริ่มโดย: ชอบเกษตร ที่ พฤษภาคม 22, 2015, 03:40:53 PM

หัวข้อ: จากพื้นฐานความคิดในการทำเกษตรอินทรีย์ในยุคนี้
เริ่มหัวข้อโดย: ชอบเกษตร ที่ พฤษภาคม 22, 2015, 03:40:53 PM
จากพื้นฐานความคิดของการทำเกษตรอินทรีย์ เรื่องง่ายที่สุดในการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็คือ การบริหารจัดการตั้งแต่ การผลิต การดูแลเกี่ยวกับธาตุอาหารในดิน น้ำ การป้องกันกำจัดศัตรูพืช หรือสิ่งมีชีวิตอื่นที่อาจมีผลในการทำให้พืชที่ปลูกมีผลผลิตลดลง ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวเพื่อบรรจุและจำหน่าย
ซึ่งแนวคิดที่ดีเช่นนี้เป็นแนวคิดดั้งเดิมที่อยู่บนฐานการมองเห็นในภาพรวม ว่าการเพาะปลูกไม่ได้สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเท่าไหร่ ดังนั้นในการทำเกษตรอินทรีย์ในช่วงนี้ที่ถูกหลัก จะต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกชนิดพืชที่จะเพาะปลูกให้เข้ากับระบบนิเวศน์ของพื้นที่ การประเมินประสิทธิผลต่อพืชหลักที่ปลูก โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรรอบข้าง รวมทั้งนิเวศการเกษตรโดยรวม เพื่อป้องกันปัญหาระบบแวดล้อมเสียสมดุล

และสำหรับเกษตรอินทรีย์ที่แท้จริง จะเป็นการเกษตรแบบองค์รวม ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตั้งแต่ ดิน น้ำ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและอาจมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะระบบนิเวศน์ รวมทั้งการต้องฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน, การรักษาแหล่งน้ำให้สะอาด และการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของฟาร์ม ร่วมด้วย

(http://1.bp.blogspot.com/-vAN0F7gBnmQ/VOxK2anfEtI/AAAAAAAACyA/1YmdU6uxtxc/s320/01.jpg)

ทั้งนี้เพราะพื้นฐานความคิดใน การทำเกษตรอินทรีย์ (https://www.kasetorganic.com/forum/go.php?http://xn--12c4bgh0cdc7bzb8do6j9g.blogspot.com/2015/05/blog-post.html) จะต้องอาศัยกลไกและกระบวนการของระบบนิเวศน์ในการทำ การผลิต ดังนั้นเกษตรอินทรีย์จะประสบความสำเร็จได้ เกษตรกรจำเป็นต้องเรียนรู้กลไกและกระบวนการของระบบนิเวศน์ และจากเหตุผลที่ได้กล่าวมานั้นเกษตรอินทรีย์ จึงปฏิเสธการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมีโดยสิ้นเชิง (แต่ยังมีละเว้นในบางชนิดที่สามารถใช้ร่วมกับการทำเกษตรได้) เนื่องจากสารเคมีการเกษตรเหล่านี้มีผลกระทบต่อกลไกและกระบวนการของระบบนิเวศ นอกเหนือจากการปฏิเสธการใช้สารเคมีการเกษตรแล้วนั้น

โดยแนวคิดที่ดีทางด้าน เกษตรอินทรีย์นี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลของวงจรของธาตุอาหาร, การประหยัดพลังงาน, การอนุรักษ์ระบบนิเวศการเกษตร และการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งถือได้ว่าเกษตรอินทรีย์เป็นการบริหารจัดการฟาร์มเชิงบวก (positive management) และการจัดการเชิงบวกนี้เองที่ทำให้เกษตรอินทรีย์แตกต่างอย่างสำคัญจากการ เกษตรที่ไม่ใช้สารเคมีแบบปล่อยปะละเลย (ที่มักอ้างหลักฐานแนวคิดว่า เป็นการเกษตรตามแบบธรรมชาติ) หรือเกษตรปลอดสารเคมีและเกษตรไร้สารพิษที่เฟื่องฟูในบ้านเรามานานหลายปี

และในตอนนี้ เนื่องจากเกษตรอินทรีย์ เป็นการทำเกษตรที่ให้ความสำคัญกับการทำฟาร์มเชิง สร้างสรรค์ (เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศการเกษตรในไร่นา) ดังนั้นเกษตรกรที่หันมาทำเกษตรด้วยระบบนี้จึงจำเป็นต้องพัฒนาการเรียนรู้เกี่ยว กับธรรมชาติและการบริหารจัดการฟาร์มของตนเพิ่มขึ้นด้วย ผลที่ตามมาก็คือเกษตรอินทรีย์จึงเป็นแนวทางการเกษตรที่ตั้งอยู่บนกระบวนการ แห่งการเรียนรู้และภูมิปัญญา เพราะเกษตรกรต้องสังเกต, ศึกษา, วิเคราะห์-สังเคราะห์ และสรุปบทเรียนเกี่ยวกับการทำการเกษตรของฟาร์มตนเอง ซึ่งจะมีเงื่อนไขทั้งทางกายภาพ (เช่น ลักษณะของดิน ภูมิอากาศ และภูมินิเวศ) รวมถึงเศรษฐกิจ-สังคมที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น เพื่อคัดสรรและพัฒนาแนวทางเกษตรอินทรีย์ที่เฉพาะและเหมาะสมกับฟาร์มของตัวเองอย่างแท้จริง

พบข้อมูลและแนวคิดที่ดีดีๆ ในการทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง ได้ที่ข้อมูลแนะนำ ในการทำเกษตรอินทรีย์ (https://www.kasetorganic.com/forum/go.php?http://xn--12c4bgh0cdc7bzb8do6j9g.blogspot.com/) น่าทำตาม