ว่าน แก่นตะวัน สมุนไพรไทย

  • 9 replies
  • 5033 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,853
  • +0/-0
ว่าน แก่นตะวัน สมุนไพรไทย
« เมื่อ: สิงหาคม 15, 2013, 10:23:29 AM »
แก่นตะวัน หรือ Jerusalem Artichoke (Helianthus tuberosus) เป็นพืชที่คณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีการทำวิจัยเกี่ยวกับแก่นตะวันอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ การแปรรูปเป็นแป้งแก่นตะวัน ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยร่วมกันของ 4 หน่วยงานย่อยภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการหมัก ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ  คณะอุตสาหกรรมเกษตร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร และ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร



ดูข้อมูล http://www.kasetorganic.com/ปลูกแก่นตะวัน.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 30, 2015, 11:11:17 AM โดย เกษตรอินทรีย์ »



*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,853
  • +0/-0
Re: ว่าน แก่นตะวัน สมุนไพรไทย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2013, 10:24:05 AM »
สำหรับ "แก่นตะวัน" นั้น เรียกได้หลายชื่อทั้ง "ทานตะวันหัว" และ "แห้วบัวตอง" มีชื่อภาษาอังกฤษว่า เยรูซาเล็ม อาร์ติโช้ก (Jerusalem artichoke) บางทีก็เรียกว่า ซันโช้ก (sunchoke) ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์คือ Helianthus tuberosus L. เป็นพืชดอกในตระกูลทานตะวัน ซึ่งมีต้นกำเนิดในตอนใต้ของประเทศแคนาดา และตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น แต่มีความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ จึงสามารถปลูกได้ดีในเขตร้อน และเขตกึ่งหนาวอย่างทวีปยุโรป ทำให้ต้น "แก่นตะวัน" เป็นที่รู้จักในหลาย ๆ ภูมิภาค

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,853
  • +0/-0
Re: ว่าน แก่นตะวัน สมุนไพรไทย
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2013, 10:24:54 AM »
ลักษณะต้นของ "แก่นตะวัน" จะสูงประมาณ 1.5 ถึง 2 เมตร มีขนตามกิ่งและใบ ส่วนดอกของ "แก่นตะวัน" มีสีเหลืองสดใสคล้ายกับดอกบัวตอง และทานตะวัน แต่ขนาดจะเล็กกว่ามาก นอกจากนี้ "แก่นตะวัน" ยังมีหัวใต้ดินคล้ายมันฝรั่งไว้สำหรับเก็บสะสมอาหาร ซึ่งที่หัวของแก่นตะวันนี่เอง ที่จัดว่ามีสรรพคุณดีเยี่ยม



นั่นก็เพราะที่ส่วนหัวของ "แก่นตะวัน" จะมีสารอินนูลิน (Inulin) ที่เต็มไปด้วยน้ำตาลฟรักโตสโมเลกุลยาว จึงเป็นพืชพรีไบโอติกที่มีเส้นใยสูงมาก หากรับประทานเข้าไป สารดังกล่าวจะไปช่วยดักจับยึดไขมันในเส้นเลือด ไม่ว่าจะเป็นคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ หรือ LDL ที่เรารับประทานเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปทิ้งออกทางอุจจาระ จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี

และถ้าใครที่ไม่ค่อยแข็งแรงเพราะมีภูมิคุ้มกันต่ำ "แก่นตะวัน" ก็ถือเป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้ดีขึ้น เพราะอินนูลินจะไปช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น โคลิฟอร์ม (Coliforms) และ อี.โคไล (E.Coli) ในขณะเดียวกัน "แก่นตะวัน" ก็จะไปเพิ่มการทำงานของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายคือ บิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) และแลคโตบาซิลัส (Lactobacillus) ให้เจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2013, 09:59:51 AM โดย เกษตรอินทรีย์ »

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,853
  • +0/-0
Re: ว่าน แก่นตะวัน สมุนไพรไทย
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2013, 10:28:30 AM »
ใครที่อยากลดความอ้วน "แก่นตะวัน" ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้เป็นอย่างดี โดยก่อนหน้านี้มีผู้ทดลองวิจัยให้หนูทานอาหารผสมอินนูลินนาน 3 สัปดาห์ และพบว่า น้ำหนักตัวของหนูลดลงจากเดิมถึง 30% เลยทีเดียว ซึ่งหากคนรับประทานแก่นตะวันซึ่งมีอินนูลินสูงเข้าไป ก็จะช่วยเรื่องการลดน้ำหนักตัวได้เช่นกัน เพราะร่างกายเราไม่สามารถย่อยสารเส้นใยอินนูลินได้ ทำให้สารดังกล่าวตกค้างอยู่ในระบบทางเดินอาหารหลายชั่วโมง จึงทำให้ผู้รับประทาน "แก่นตะวัน" เข้าไป ไม่รู้สึกหิว และทานอาหารได้น้อยลงนั่นเอง



ส่วนผู้ที่ไม่อยากเป็นโรคเบาหวาน การรับประทาน "แก่นตะวัน" ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้ เพราะ "แก่นตะวัน" มีแคลอรีต่ำ และไม่ไปเพิ่มน้ำตาลในเลือด โดยมีงานวิจัยระบุว่า คนที่ทานอินนูลินจะมีโอกาสเป็นเบาหวานน้อยกว่าคนที่ทานน้ำตาลถึง 40% เลยทีเดียว

สำหรับสรรพคุณอื่น ๆ ของ "แก่นตะวัน" ก็มีอย่างเช่น

- ช่วยการทำงานของระบบขับถ่าย
- ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง
- แก้อาการท้องเสีย ท้องผูก
- ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้
- ลดกลิ่นปากจากเชื้อแบคทีเรีย
- ป้องกันพิษของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว
- ป้องกันอาการภูมิแพ้ และการแพ้อาหาร โดยเฉพาะในเด็ก
- กระตุ้นการดูดซึมแร่ธาตุหลายชนิด โดยเฉพาะแคลเซียม และธาตุเหล็ก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2013, 10:37:51 AM โดย เกษตรอินทรีย์ »

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,853
  • +0/-0
Re: ว่าน แก่นตะวัน สมุนไพรไทย
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2013, 10:31:59 AM »
เห็นสรรพคุณของ "แก่นตะวัน" มากมายขนาดนี้แล้ว ก็คงอยากจะลองรับประทานกันบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ โดยเราสามารถทาน "แก่นตะวัน" ได้ทั้งแบบสด ๆ เหมือนกับผักสลัดทั่ว ๆ ไป รสชาติจะออกคล้าย ๆ แห้วและมันแกว หรือจะนำไปปรุงสุกเป็นอาหารหลากหลายเมนูก็ย่อมได้ หรือหากใครจะลองนำหัวแก่นตะวันไปตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตากแดดให้แห้งแล้วนำไปอบ ป่นเป็นผงเล็ก ๆ ไปผสมกับแป้งทำขนม คุ้กกี้ ก็จะได้ขนมรสอร่อย แถมยังมีกลิ่นหอม และมีปริมาณอินนูลินจำนวนมากซึ่งดีต่อสุขภาพด้วย



และนอกจาก "แก่นตะวัน" จะเป็นพืชที่ให้คุณค่าทางอาหารสูงแล้วแล้ว ยังเป็นพืชที่มีประโยชน์ในด้านพลังงานทางเลือกอีก โดยหากนำหัวสดแก่นตะวัน 1 ตัน ไปหมักด้วยเชื้อยีสต์ จะได้แอลกอฮอล์ไปกลั่นเป็นเอทานอลที่บริสุทธิ์ 99.5% ได้ถึง 100 ลิตร ซึ่งมากกว่าอ้อย 1 ตัน ที่จะให้ปริมาณเอทานอลเพียง 75 ลิตร ดังนั้นแล้ว หากมีการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพการหมัก และกรรมวิธีต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เชื่อได้เลยว่า "แก่นตะวัน" จะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่งในไม่ช้า

แหม...ประโยชน์ครบเซ็ตอย่างนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมคนทั่วโลกถึงยกให้ "แก่นตะวัน" เป็นสมุนไพรมหัศจรรย์จริง ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2013, 10:00:19 AM โดย เกษตรอินทรีย์ »

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,853
  • +0/-0
Re: ว่าน แก่นตะวัน สมุนไพรไทย
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2013, 10:33:28 AM »


อินนูลิน ประกอบด้วยน้ำตาลฟรักโตสมีโมเลกุลยาว จับยึดไขมันในเส้นเลือดที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น ไขมัน Cholesterol Triglyceride และ LDL จึงลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ขณะที่แก่นตะวัน ให้แคลอรีต่ำ ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือด จึงลดความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวาน

ที่สำคัญ อินนูลิน เป็นสารเยื่อใยอาหาร จะไม่ถูกย่อยในกระเพาะ และลำไส้เล็ก อยู่ในระบบทางเดินอาหารเป็นเวลานาน ทำให้ไม่รู้สึกหิว กินอาหารได้น้อย จึงช่วยลดความอ้วน นอกจากนี้ อินนูลิน จะช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น Coliforms และ E.Coli แต่จะเสริมการทำงานของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายคือ Bifidobacteria และ Lactobacillus จึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้ดีขึ้น

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,853
  • +0/-0
Re: ว่าน แก่นตะวัน สมุนไพรไทย
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2013, 10:34:39 AM »
“ข้อมูลเบื้องต้น ที่ได้จากการสอบถามผู้ที่บริโภค หัวแก่นตะวันสด เป็นประจำ พบว่าดอกแก่นตะวันเมื่อรับประทานหัวแก่นตะวัน จะรู้สึกอิ่ม กินอาหารน้อยลง ระบบขับถ่ายดี ไม่มีปัญหาท้องผูก และช่วยลดอาการจุกเสียดแน่น และแก้อาการท้องเสียได้ ส่วนผลทางอ้อม ทำให้สุขภาพในช่องปากดี ลดกลิ่นปากจากเชื้อแบคทีเรียในช่องปากและในระบบลำไส้ได้ผลก็ คือ อุจจาระมีกากมากขึ้น ทำให้ถ่ายสะดวก แก้อาการท้องผูก ทำให้กลิ่นเหม็นของอุจจาระไม่มี หากใช้แก่นตะวันเลี้ยงสัตว์ อุจจาระจะไม่มีกลิ่นด้วย และจะช่วยป้องกันมะเร็งของลำไส้ใหญ่



เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยแก่นตะวันไปใช้ได้ แก่นตะวันจึงเป็นสารเส้นใยอย่างเดียว ไม่ให้แคลอรี กินแล้วไม่อ้วน สารเส้นใยทำให้อยู่ท้อง กินได้น้อย จึงช่วยลดน้ำหนักตัวได้ มีงานวิจัยในหนูพบว่า หากให้หนูกินอาหารผสมอินนูลินนาน 3 สัปดาห์ น้ำหนักตัวจะน้อยกว่าหนูปกติถึง 30 %

เพราะความเป็นสารเส้นใยของแก่นตะวัน มันจะช่วยซับน้ำมันและน้ำตาลที่เราอาจจะกินล้นเกินออกทิ้งทางอุจจาระ จึงสามารถป้องกันไขมันในเลือดสูง

มี งานวิจัยของคอเซ ในปี 2000 พบว่าคนที่มีระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอด์ไรด์สูง หากกินอินนูลินเป็นประจำจะทำให้ไขมันในเลือดลดลง

ใน ปี 1983 ฮาตะรายงานว่าคนที่กินอินนูลินจะมีโอกาสเป็นเบาหวานน้อยกว่าคนที่กินน้ำตาล สูงถึง 40 % แสดงว่า หากกินแก่นตะวันเป็นประจำจะช่วยป้องกันเบาหวานได้

แก่นตะวัน เป็นผักหัวที่มีสารเส้นใยสูง มีสารกลุ่มที่เรียกว่าพรีไบโอติก จึงช่วยควบคุมน้ำหนักตัว แก้อาการท้องผูก ทำให้สุขภาพลำไส้ใหญ่ดีขึ้น ป้องกันไขมันและน้ำตาลในเลือดสูง รวมทั้งป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2013, 10:37:11 AM โดย เกษตรอินทรีย์ »

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,853
  • +0/-0

*

Seed Of Best

  • *
  • 1
  • +0/-0
Re: ว่าน แก่นตะวัน สมุนไพรไทย
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 30, 2013, 10:15:17 PM »
ว้าววววววววววว ได้ความรู้
Post By Sexy Best Omg SBO
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 01, 2013, 11:12:31 AM โดย เกษตรอินทรีย์ »

*

weaomsi1

  • *
  • 1
  • +0/-0
Re: ว่าน แก่นตะวัน สมุนไพรไทย
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2013, 07:30:54 PM »
ดีจัยที่ได้เข้ามาอ่านรู้อะไรขึ้นอีกเยอะ