การควบคุม กำจัด ด้วงเจาะต้นอ้อย

  • 0 replies
  • 4827 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
การควบคุม กำจัด ด้วงเจาะต้นอ้อย
« เมื่อ: มิถุนายน 09, 2011, 01:42:30 PM »
พื้นฐานจากบทความ การนำเชื้อรามากำจัดแมลง เชื้อราจะเข้าทำลายแมลงได้โดยผ่านผิวหนังของแมลงโดยตรง จะเกิดได้ดีก็ต่อเมื่อแมลงอยู่ในสภาพอ่อนแอ ความรุนแรง และสภาพสิ่งแวดล้อมเหมาะสม โดยเริ่มจากสปอร์ของเชื้อราตกลงบนผนังลำตัวของแมลง เมื่อมีความชื้นที่พอเหมาะ เชื้อราจะงอกสร้างเส้นใยพิเศษทำหน้าที่สร้างเอนไซม์ แทงทะลุผ่านผนังลำตัวแมลงเข้าไป ปกติแล้วส่วนที่สามารถแทงทะลุผ่านได้ดีนั้น น่าจะเป็นปาก ทวาร เยื่อบางๆ ซึ่งอยู่ระหว่างกะโหลกศรีษะ ปล้องต่างๆ ส่วนท้อง ขา หนวด เป็นต้น เมื่อแทงผ่านลำตัวเข้าไปแล้วจะเจริญสร้างเส้นใยแผ่กระจายจนเต็มตัวแมลง แย่งอาหาร เบียดเบียนทำลายอวัยวะ และระบบกลไกลต่างๆในตัวแมลง รวมถึงสร้างสารพิษ (Toxin) ที่ชื่อ destruxin A และ B ทำให้แมลงตายอย่างรวดเร็ว เมื่อสร้างเส้นใยจนเต็มตัวแมลง ทำให้แมลงจะเกิดอาการป่วยนิ่งอยู่กับที่ จากนั้นเชื้อก็จะแทงผ่านผนังลำตัวแมลงออกมาภายนอกอีกครั้ง เพื่อสร้างเส้นใยสืบพันธุ์ ผลิตสปอร์ไว้ขยายพันธุ์ต่อไป แมลงที่ตายเพราะเชื้อรา ตัวมักจะแห้งแข็ง มีเส้นใย สปอร์ปกคลุมตัว สปอร์บนตัวแมลงสามารถแพร่กระจายต่อไปได้




คุณสมบัติที่ดีของเชื้อราเมธาไรเซียมในการควบคุมด้วงเจาะต้นอ้อย

- ใช้ได้ง่าย เพราะเข้าทำลายแมลงโดยตรงผ่านผิวหนังของแมลง
- แพร่กระจายได้โดยอาศัยลม ฝน และลักษณะอากัปกริยาของแมลง
- ทนในสภาพแวดล้อมได้ดี รายงานพบว่าเชื้อรา M.anisopliae มีชีวิตอยู่ในดินเป็นเวลาข้ามปีได้ และสามารถทำให้เกิดโรคแก่แมลงในกลุ่มน้อยจนถึงการระบาดในกลุ่มประชากรแมลงที่หนาแน่นได้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของประชากรแมลงดังกล่าว ความอ่อนแอต่อโรคของแมลงอาศัย (susceptible) สิ่งแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ฝน แสงสว่าง รวมทั้งสภาพแวดล้อมทั้งทางเคมี ฟิสิกส์ของดิน และสิ่งมีชีวิตที่แวดล้อมอื่นๆ
- สามารถมีชีวิตอยู่ในตัวแมลงอาศัย ได้นานในหลายๆ รูปแบบ เช่น conidia, spore, sclerotia, chlamydospore หรือ resting spore รวมทั้งเพิ่มปริมาณ ความรุนแรงทำลายแมลง เอาชนะต่อระบบภูมิคุ้มกันในตัวแมลง

อุปสรรคในการใช้เชื้อเมธาไรเซียมกำจัดแมลง

เชื้อราต้องการความชื้นสูงในการงอกของสปอร์  ฉะนั้นจะใช้ได้ดีในบางท้องที่ บางฤดูกาลเท่านั้น ดังนั้น ปัจจัยต่างๆ ในสภาพแวดล้อมมีผลต่อการงอกของสปอร์  และการเจริญของเชื้อราทั้งภายใน และภายนอกตัวแมลง  ปัจจัยที่ไม่มีชีวิต ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น กระแสลม ฝน แสงสว่าง รวมทั้งสภาพเคมี และฟิสิกส์ของดิน ส่วนปัจจัยที่มีชีวิต ได้แก่ จุลินทรีย์ต่างๆ แมลงตัวห้ำ แมลงเบียน รวมทั้งพืชต่างๆที่อยู่ในสภาพแวดล้อมนั้น ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการนำเอาเชื้อราชนิดนี้ไปใช้ประโยชน์ในการควบคุมศัตรูอ้อย

โดยธรรมชาติเชื้อเมธาไรเซียม Metarhizium anisopliae มีการสร้างเส้นใย (mycelium)สปอร์ (spore) คอนนิเดีย (conidia) ในการขยายพันธุ์ และเป็นเชื้อที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง สามารถก่อให้เกิดโรคแก่แมลงได้ทั้งประเภทที่อาศัยบนซากพืช ซากสัตว์ อินทรีย์วัตถุ และประเภทที่ต้องอาศัยอยู่บนสิ่งมีชีวิต สำหรับโรคที่เกิดจากเชื้อชนิดนี้ เรียกว่า ไมโคซิส (mycoses) ซึ่งช่วยควบคุมประชากรของแมลงในธรรมชาติได้ การระบาดของเชื้อที่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติอาจเกิดขึ้นบ้างเป็นบางครั้งแต่ไม่รุนแรง ไม่ทันต่อการเพิ่มประชากรของแมลง สำหรับการแพร่กระจายสปอร์ไปในธรรมชาติต้องอาศัยลม ฝน และปัจจัยอื่นๆรวมถึงมนุษย์



การควบคุมป้องกันกำจัดการระบาดของด้วงเจาะต้นอ้อย ซึ่งควรจะป้องกันกำจัดตอนปลูกอ้อยใหม่ๆ คือ

- ขณะไถไร่ ควรเดินเก็บหนอนตามรอยไถ 1-2 ครั้ง
- ก่อนทำการปลูกอ้อย ควรปล่อยไก่ เป็ด ลงเก็บกินหนอนแมลงในดิน
- ในช่วงปลายมีนาคม-ต้นเมษายนของทุกปี หนอนด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นอ้อยเริ่มเป็นตัวเต็มวัย แนะนำให้ขุดหลุมดักจับ เพื่อลดจำนวน ป้องกันการวางไข่และสามารถนำไปขายหรือประกอบอาหารได้
- นำเชื้อราเมธาไรเซียม 500 กรัม ผสมน้ำสะอาด 100 ลิตร ผสมม้อยเจอร์แพล้นท์ (สารจับใบ) ลงไปเล็กน้อย ใช้ไม้คนให้เข้ากัน แล้วนำไปราดรดตามร่องปลูกอ้อย แล้วไถกลบดินทันที หรืออาจจะนำเชื้อเมธาไรเซียม 500 กรัม คลุกผสมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก 10 กิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากันก่อน แล้วนำมาผสมปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกเพิ่มอีก 40 กิโลกรัม จากนั้นนำไปหว่านโรยตามร่องปลูกอ้อย แล้วไถ่กลบดินทันที

การควบคุมป้องกันกำจัดการระบาดของด้วงเจาะต้นอ้อย ซึ่งควรจะป้องกันกำจัดตอนปลูกอ้อยใหม่ๆ คือ

- ขณะไถไร่ ควรเดินเก็บหนอนตามรอยไถ 1-2 ครั้ง
- ก่อนทำการปลูกอ้อย ควรปล่อยไก่ เป็ด ลงเก็บกินหนอนแมลงในดิน
- ในช่วงปลายมีนาคม-ต้นเมษายนของทุกปี หนอนด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นอ้อยเริ่มเป็นตัวเต็มวัย แนะนำให้ขุดหลุมดักจับ เพื่อลดจำนวน ป้องกันการวางไข่และสามารถนำไปขายหรือประกอบอาหารได้
- นำเชื้อราเมธาไรเซียม 500 กรัม ผสมน้ำสะอาด 100 ลิตร ผสมม้อยเจอร์แพล้นท์ (สารจับใบ) ลงไปเล็กน้อย ใช้ไม้คนให้เข้ากัน แล้วนำไปราดรดตามร่องปลูกอ้อย แล้วไถกลบดินทันที หรืออาจจะนำเชื้อเมธาไรเซียม 500 กรัม คลุกผสมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก 10 กิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากันก่อน แล้วนำมาผสมปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกเพิ่มอีก 40 กิโลกรัม จากนั้นนำไปหว่านโรยตามร่องปลูกอ้อย แล้วไถ่กลบดินทันที

ข้อดีของการนำเชื้อเมธาไรเซียม มาควบคุมกำจัดด้วงเจาะต้นอ้อย

- มีความปลอดภัย ไม่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ที่ไม่ต้องการควบคุม (non target organisms)
- ไม่ก่อให้เกิดปัญหาพิษตกค้างในพืชผลการเกษตร และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
- สามารถควบคุมแมลงศัตรูพืชได้ในระยะยาว และแมลงไม่กลับมาระบาดอีก
- มีประสิทธิภาพอยู่ได้นานและสามารถแพร่ขยายพันธุ์ในธรรมชาติได้เมื่อสิ่งแวดล้อมเหมาะสม
- เป็นการสร้างสมดุลของสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ
- ลดต้นทุนในการผลิต

ข้อเสียการนำเชื้อเมธาไรเซียม มาควบคุมกำจัดด้วงเจาะต้นอ้อย

- จะไม่เห็นผลทันที แต่จะเห็นผลในระยะยาว
- การใช้เชื้อเมธาไรเซียมต้องใช้ในพื้นที่ที่มีความชื้นพอสมควร เพราะเชื้อต้องการความชื้นในการเจริญเติบโต
- เวลาใช้เชื้อเมธาไรเซียมควบคุมแมลงศัตรูพืชต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนจัด เพราะจะทำให้เชื้อราเสื่อมประสิทธิภาพ

เกษตรกรท่านใดสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำเชื้อราเมธาไรเซียมไปใช้ในแปลงอ้อยเพื่อควบคมกำจัดด้วงหนวดยาว หนอนกออ้อย ฯลฯ สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ 02-9861680-2 หรือ คุณเอกรินทร์  ช่วยชู (081-3983128)

ที่มา ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ / เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์  ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)