ข้าวไทย ในอาเซียน

  • 3 replies
  • 3329 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,891
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
ข้าวไทย ในอาเซียน
« เมื่อ: มิถุนายน 01, 2011, 08:08:36 AM »
ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าในด้านพื้นที่เพาะปลูกประเทศไทย มีพื้นที่เพาะปลูกอันดับสองของอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย และอยู่อันดับสามอาเซียน+3 รองจากจีนอินโดนีเซียและเวียดนาม ขณะที่ผลผลิตข้าวเปลือกต่อไร่อยู่อันดับเจ็ดของอาเซียน และอันดับสิบอาเซียน+3

ส่วนผลผลิตข้าวสารอยู่อันดับสามของอาเซียน รองจากอินโดนีเซียและเวียดนาม อันดับสี่ในอาเซียน+3 โดยมีจีนอันดับหนึ่ง การบริโภคข้าวสารกัมพูชาเป็นประเทศที่บริโภคข้าวมากที่สุดในอาเซียนและอาเซียน+3 (ปี 2554 บริโภค 275 กิโลกรัมต่อคนต่อปี) รองลงมาเป็นเวียดนามและอินโดนีเซีย ส่วนการส่งออกข้าวประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่ง เวียดนามอันดับสอง

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,891
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: ข้าวไทย ในอาเซียน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2012, 10:18:22 AM »
เกษตรฯ เห็นชอบในหลักการเลื่อนระยะเวลารับจำนำในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 ให้เร็วขึ้น ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2555-31 กรกฎาคม 2556 หวังรองรับผลผลิตเกษตรกรได้ทันหลังเก็บเกี่ยว

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการแก้ไขปัญหาเกษตรกรในช่วงเปลี่ยนผ่านโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 โดยเห็นชอบในหลักการปรับเลื่อนระยะเวลาการรับจำนำข้าวเปลือกให้เร็วขึ้นจากเดิมระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2556 เป็นวันที่ 1 สิงหาคม2555 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 จำนวน 2 ครั้งต่อปี เพื่อรองรับผลผลิตของเกษตรกรได้ทันหลังการเก็บเกี่ยว เนื่องจากมีเกษตรกรจำนวนมากที่เก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ถึงต้นเดือนสิงหาคม นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบในหลักการให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนการปลูกข้าว ปี 2555/56 ซึ่งจะมีการเก็บเกี่ยวข้าวก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2555 เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 ได้ โดยถือเป็นการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2555/56 ไปแล้ว 1 ครั้ง จึงยังคงเหลือที่จะเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 2555/56ได้เพียงอีก 1 ครั้ง

นายธีระกล่าวต่อไปว่า สำหรับกรอบระยะเวลาและเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2555/56 ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดรับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2555/56 ทั้งปีพร้อมกันทุกภาคทั่วประเทศ โดยให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและได้รับใบรับรองไม่เกิน 2 ครั้งต่อแปลง ต่อราย ต่อปี โดยให้กรมส่งเสริมการเกษตรไปกำหนดระยะเวลาการขึ้นทะเบียนระยะเวลาการประชาคม และการออกใบรับรองหลังจากที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนให้เหมาะสม ทั้งนี้ มติที่ประชุมดังกล่าวจะนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบายข้าว แห่งชาติ พิจารณาต่อไป

http://www.naewna.com

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,891
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: ข้าวไทย ในอาเซียน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2012, 02:41:41 PM »
ชัยนาทชูปลูกข้าวสุขภาพ

นายจำลอง โพธิ์สุข ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวในการเปิดโครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพ ที่ศูนย์การเรียนรู้พันธุ์ข้าวชุมชน บ้านดักคะนน ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท ว่าอยากให้ชาวนาหันมาทดลองปลูกข้าวแบบไร้สารเพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ของเกษตรเพื่อสุขภาพ โดยแบ่งแปลงนามาทดลองทำ อาจเริ่มจากร้อยละ 10 ของพื้นที่ ถ้าได้ผลดีก็นับว่าเป็นโอกาสที่ดีของชาวนา ซึ่งทางจังหวัดยินดีให้การหนุนเสริมอย่างเต็มที่

นายเอนก พนาอภิชน ผู้บริหารบริษัทอินทัช กล่าวว่า ทางบริษัทมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพให้เติบโตมากขึ้น เพื่อพลิกวิถีการทำเกษตรของไทย ให้มองเห็นคุณประโยชน์การทำนาแบบไร้สาร เพราะให้ผลทั้งด้านลดต้นทุน และมีตลาดรองรับที่โตขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันผลผลิตเกษตรไร้สารยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ส่วนโครงการในปีนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมทั้งสิ้น 9 รายเป็นพื้นที่นารวม 60 ไร่ ผลผลิตของแปลงเกษตรตัวอย่างนี้บริษัทอินทัชจะรับซื้อทั้งหมด และในปีหน้าหากมีเกษตรกรเข้าร่วมมากขึ้นก็จะขยายการรับซื้อแบบไม่จำกัด และจะส่งเสริมให้เกษตรกรรวมตัวทำเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อความยั่งยืนถาวรในอนาคตด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดเสวนา "ประโยชน์ของการปลูกข้าวแบบไร้สาร" โดยนางอนิศรา จำเริญวงศ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวชัยนาท กล่าวว่า การปลูกพืชสวนผสมบนแปลงนาจำพวกที่มีดอกสีเหลือง ผลการวิจัยยืนยันว่าช่วยลดปัญหาเพลี้ยกระโดดในนาข้าวได้อย่างมาก และศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวอยากส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและดำเนินการของมาตรฐานการผลิตอาหารสากล เพื่อต่อยอดไปถึงการส่งออกในระดับโลก

ที่มา ข่าวสด http://www.khaosod.co.th

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,891
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: ข้าวไทย ในอาเซียน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 29, 2013, 04:24:04 PM »
พาณิชย์หวั่นบาทแข็งแผนขายข้าวสะดุด

รายงานจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีความกังวลเป็นอย่างมากว่า ปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จากก่อนหน้านี้ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ระดับ 28-29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้แผนการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาล และการคืนเงินจากการขายข้าวในสต๊อกให้กับกระทรวงการคลังไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จะทำให้ราคาข้าวไทยแพงกว่าราคาข้าวของคู่แข่งสำคัญ ทั้งเวียดนาม และอินเดียจนผู้ซื้อไม่กล้าซื้อ

“หากค่าบาทยังแข็งค่าแบบนี้ แนวโน้มต่อไปประเทศผู้ซื้ออาจหันไปซื้อข้าวจากทั้ง 2 ประเทศแทน แม้ข้าวไทยจะมีคุณภาพดีกว่าก็ตาม ซึ่งจะกระทบกับการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) สัญญาใหม่ที่อยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลอีกหลายประเทศในขณะนี้ ทั้งเกาหลีใต้ ไนจีเรีย และอีกหลายประเทศในทวีปแอฟริกา ส่วนสัญญาเก่า 7.3 ล้านตันที่ทำไว้ตั้งแต่ปีก่อน ก็คงต้องปล่อยไป จะมาขอขึ้นราคาขายกับประเทศผู้นำเข้าไม่ได้แล้ว”

นอกจากนี้แม้ไทยจะสามารถเจรจาขายข้าวจีทูจี และทำสัญญาใหม่ๆ ได้ แต่เมื่อคิดมูลค่าที่ขายได้จากเงินดอลลาร์สหรัฐฯมาเป็นเงินบาท น่าจะทำให้รายได้ลดลงไปมาก และหากค่าเงินยังแข็งค่าอยู่ที่ระดับ 28-29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐต่อเนื่องไปอีกหลายเดือน ก็น่าจะทำให้เงินจากการขายของรัฐในปีนี้ไม่ถึง 180,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย รวมถึงจะกระทบต่องบประมาณโครงการจำนำข้าวในปี 56/57 เนื่องจากรัฐบาลจะไม่ให้งบประมาณสำหรับจำนำข้าวรอบใหม่แล้ว และแต่ละปีจะใช้เงินจำนำไม่ต่ำกว่าปีละ 3 แสนล้านบาท

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า  รัฐบาลจะมีเงินเพียงพอใช้รับจำนำข้าวเปลือกปี 55/56 รอบ 2 หรือโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 56 เพราะตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีก่อนจนถึงขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ขายข้าวในสต๊อกและมีเงินส่งคืนคลังแล้วเกือบ 80,000 ล้านบาท โดยไตรมาสแรกปีนี้ส่งคืนแล้วราว 40,000 ล้านบาท แต่ค่าเงินบาทที่แข็งค่า อาจทำให้รายได้จากการขายข้าวไทยลดลงไปบ้าง แต่หากมีการแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าโดยเร็ว แผนการคืนเงินให้กระทรวงการคลังก็ไม่น่าจะได้รับกระทบ

“การขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลนั้น กระทรวงพาณิชย์ ยังรอจังหวะที่เปิดประมูลเป็นการทั่วไป เพราะต้องรอดูสภาพตลาดก่อนว่าจะระบายในช่วงเวลาใด และปริมาณเท่าไร เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาในประเทศ”

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดแผนการคืนเงินจากการขายข้าวในสต๊อกรัฐที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวปี 54/55 ดังนี้ ไตรมาส 4 ปี 55 ถึงเดือนก.พ.56 มีเงินจากการระบายข้าวสะสมคืนให้คลัง 61,888 ล้านบาท ส่วนเดือนมี.ค.-ก.ย.56 จะมีเงินคืนทั้งสิ้น 149,083 ล้านบาท แบ่งเป็น เดือนมี.ค. 14,113 ล้านบาท เดือนเม.ย. 12,623 ล้านบาท เดือนพ.ค. 13,460 ล้านบาท เดือนมิ.ย. 13,061 ล้านบาท เดือนก.ค. 11,610 ล้านบาท เดือนส.ค. 10,901 ล้านบาท และเดือนก.ย. 11,427 ล้านบาท

http://www.dailynews.co.th/businesss/200522