วนเกษตร

  • 6 replies
  • 28048 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,877
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
วนเกษตร
« เมื่อ: มิถุนายน 06, 2011, 08:35:29 AM »
วนเกษตร เป็นเกษตรกรรมที่นำเอาหลักการความยั่งยืนถาวรของระบบป่า ธรรมชาติ มาเป็นแนวทางในการทำการเกษตร ให้ความสำคัญเป็นอย่างสูงกับการปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผล และไม้ใช้สอยต่าง ๆ ให้เป็นองค์ประกอบหลักของไร่นา ผสมผสานกับการปลูกพืชชั้นล่างที่ไม่ต้องการแสงแดดมาก หรือได้อาศัยร่มเงา และความชื้นจากการที่มีพืชชั้นบนขึ้นปกคลุม รวมทั้งการจัดองค์ประกอบการผลิตทางการเกษตรให้มีความหลากหลายชนิดของพืชและสัตว์

คำว่า “วนเกษตร” ถูกใช้มาก่อนหน้านี้ โดยนักวิชาการและหน่วยงานด้านป่าไม้ โดยให้ความหมายที่มีนัยของการทำป่าไม้ผสมผสานร่วมกับการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ วนเกษตรเป็นที่รู้จักกว้างขวางในสังคมไทย จากการบุกเบิกของผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม เมื่อปลายทศวรรษที่2520 อันเนื่องมาจากประสบการณ์ชีวิตที่ประสบกับปัญหาความล้มเหลวจากการทำ เกษตรกรรมเชิงเดี่ยวในเชิงพาณิชย์ครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ท่านตัดสินใจขายที่ดินส่วนใหญ่ เพื่อนำไปชำระหนี้สิน แล้วใช้พื้นที่เล็ก ๆ ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ไร่ แปรสภาพไร่มันสำปะหลังเป็นระบบวนเกษตร ปลูกไม้ยืนต้น และพืชสมุนไพรผสมผสานกัน และมีวิถีชีวิตที่พึ่งตนเองได้ปรัชญาและ ประสบการณ์ชีวิตของเกษตรกรท่านนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมให้เกิดแนวความคิดเกษตรกรรมทางเลือก เกษตรกรรมยั่งยืนในสังคมไทยต่อมา



หลักการของ วนเกษตร

ระบบ วนเกษตร หมายถึง การทำการเกษตรในพื้นที่ป่า เช่น การปลูกพืชเกษตรแซมในพื้นที่ป่าธรรมชาติ การนำสัตว์ไปเลี้ยงในป่า การเก็บผลผลิตจากป่ามาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และการใช้พื้นที่ป่าทำการเพาะปลูกในบางช่วงเวลาสลับกับการปล่อยให้ฟื้นคืน สภาพกลับไปเป็นป่า รวมถึงการสร้างระบบเกษตรให้มีลักษณะเลียนแบบระบบนิเวศป่าธรรมชาติ คือ มีไม้ยืนต้นหนาแน่นเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ระบบมีร่มไม้ปกคลุม และมีความชุ่มชื่นสูง บางพื้นที่มีชื่อเรียกเฉพาะ ตามลักษณะความโดดเด่นของระบบนั้นๆ
การเกษตรรูปแบบนี้ส่วนใหญ่พบในชุมชน ที่อยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่ป่าธรรมชาติ เกษตรกรจะทำการผลิตโดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ป่าเดิม เช่น ไม่โค่นไม้ป่า หรือ การนำผลผลิตมาจากป่ามาใช้ประโยชน์โดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ รูปแบบเกษตรที่พบ เช่น การทำสวนเมี่ยง (ชา) สวนมะแขว่น ต๋าว ปอสา ก๋ง ฯลฯ ในภาคเหนือ การทำสวนดูซง สวนทุเรียน มังคุด ลองกอง สะตอ เหรียง ฯลฯ ในภาคใต้

วนเกษตรเป็นแนวคิดและทางเลือกปฏิบัติทางการเกษตรแบบหนึ่งซึ่ง รูปแบบจะแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น และสภาพพื้นที่ โดยสามารถแบ่งเป็นหลายประเภท ดังนี้

1. วนเกษตรแบบบ้านสวน มีต้นไม้และพืชผลหลายชั้นความสูง โดยปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น สมุนไพร และพืชผักสวนครัวในบริเวณบ้าน

2. วนเกษตรที่มีต้นไม้แทรกในไร่นาหรือทุ่งหญ้า เหมาะกับพื้นที่ซึ่งมีลักษณะสูงๆ ต่ำๆ โดยปลูกต้นไม้เสริมในที่ไม่เหมาะสมกับพืชผล เช่น ที่เนินหรือที่ลุ่มน้ำขัง และปลูกพืชในที่ราบหรือที่สม่ำเสมอ

3. วนเกษตรที่มีต้นไม้ล้อมไร่นา เหมาะกับพื้นที่ไร่นา ซึ่งมีลมแรงพืชผลได้รับความเสียหายจากลมพายุอยู่เสมอ จึงต้องปลูกต้นไม้เพิ่มความชุ่มชื้น บังแดดบังลมให้กับผลที่ต้องการร่มเงาและความชื้น

4. วนเกษตรที่มีแถบต้นไม้และพืชผลสลับกัน เหมาะกับพื้นที่มีความลาดชันเป็นแนวยาวน้ำไหลเซาะหน้าดินมาก แถบต้นไม้ซึ่งปลูกไว้สองถึงสามแถวสลับกับพืชผลเป็นช่วงๆ ขวางความลาดชันจะช่วยรักษาหน้าดิน และในระยะยาวจะทำให้เกิดขั้นบันไดดินแบบธรรมชาติให้กับพื้นที่สำหรับแถบพืช อาจมีความกว้าง 5-20 เมตร ตามความเหมาะสมของพื้นที่

5. วนเกษตรใช้พื้นที่หมุนเวียนปลูกไม้ยืนต้น พืชผล และเลี้ยงสัตว์ เหมาะกับพื้นที่ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่พอที่จะปลูกพืชผลเป็นแปลงหมุนเวียน โดยมีแปลงไม้ยืนต้นร่วมกับการเลี้ยงสัตว์แบบหมุนเวียนเพื่อฟื้นฟูดิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 24, 2018, 12:53:25 AM โดย ชอบเกษตร »



*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,877
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: วนเกษตร
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2012, 04:59:25 PM »
วนเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

การพัฒนาการเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เดิมนั้นมีระบบต้นไม้ และพืชธรรมชาติ ผสมผสานกันอย่างหลากหลาย จนกระทั่งเมื่อถึงยุคการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่เน้น การปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อการค้า ซึ่งทำให้เกษตรกรละเลยภูมิปัญญาดั้งเดิม และหันมาตัดไม้ทำลายป่า เพื่อการผลิตพืชเชิงเดี่ยว ไม่ว่าจะเป็นการปลูกปอ เพื่อสนับสนุนโรงงานทอกระสอบ เพื่อการส่งข้าวออกสู่ต่างประเทศ และในระยะต่อๆ มา ก็มีการขยายปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งสามารถทนความแห้งแล้งและทนความเสื่อมโทรมของดินได้ดี จนทำให้เกิดความเสื่อมโทรม ขยายกว้างไปเรื่อยๆ จนกระทั่งในปัจจุบันมีการส่งเสริมการปลูกอ้อยและพืชอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ข้าวโพด ยิ่งทำให้ความเสื่อมโทรมของดินเพิ่มขึ้น

เนื่องจากการทำลาย ระบบป่าไม้และนิเวศน์ธรรมชาติ ที่จะทำให้เกิดความสะดวกในการผลิตพืชเชิงเดี่ยวดังกล่าว ถึงแม้ปัจจุบัน จะมีการส่งเสริมให้ปลูกยางพารา ก็ยังเป็นพืชเชิงเดี่ยวอยู่เช่นเดิม ระบบการจัดการเช่นนี้ ส่งผลให้ไม่มีระบบความหลากหลายเพียงพอที่จะพยุงรักษาระบบทรัพยากรพื้นฐานที่เป็นระบบดั้งเดิมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของดิน น้ำ พืช สัตว์ และอาหารธรรมชาติอย่างรุนแรง

ในทางกลับกัน ยังมีเกษตรกรกลุ่มหนึ่งได้พยายามคิดค้นวิธีการฟื้นฟูทรัพยากร โดยอาศัย ระบบธรรมชาติของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ต้องมีต้นไม้เป็นพื้นฐานหลักของระบบนิเวศน์ที่ทำหน้าที่ในการเก็บสำรองธาตุอาหาร เป็นแหล่งอาหารและอินทรียวัตถุให้กับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศน์ จึงทำให้ทรัพยากรดินมีการฟื้นตัวขึ้นมาอย่างเป็นระบบ

เมื่อมีต้นแบบเช่นนี้ ก็ทำให้เกิดระบบเครือข่ายเกษตรกรเพื่อการพัฒนาระบบวนเกษตรขึ้นมา โดยอาศัยหลักการย้ายป่ามาไว้ที่บ้าน ซึ่งเป็นหลักการของกลุ่มอินแปง แห่งจังหวัดสกลนคร และต่อมาก็มีแนวคิดของการพัฒนาระบบเกษตรผสมผสาน ของเครือข่ายปราชญ์อีสาน และการปลูกสวนป่า ของระบบเกษตรกรทั่วไป ทั้งเพื่อการพัฒนาทรัพยากรของครัวเรือน และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ดินเค็ม เป็นต้น จึงทำให้มีความหลากหลาย ของระบบวนเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างมากมาย ที่ควรนำเสนอเพื่อให้เห็นประเด็นสำคัญของการจัดการ แนวทางออกและแนวทางการพัฒนา ทั้งเชิงวิชาการและการขยายผลในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

สาระสำคัญของระบบวนเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ที่พบอย่างน้อย 25 รูปแบบ เป็นระบบวนเกษตรที่พัฒนามาจากพื้นฐานทรัพยากรที่มีขีดจำกัด และเป็นไปตามความต้องการของเจ้าของพื้นที่และประชากรในแต่ละชุมชน ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนา เริ่มต้นจากภูมิปัญญาดั้งเดิม หรือผสมผสานกับภูมิปัญญาใหม่เพื่อการพัฒนาอย่างสอดคล้องกัน ทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงทรัพยากรที่เหมาะสมกับการพัฒนาระบบวนเกษตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาระบบวนเกษตรที่แท้จริงนั้น จะต้องเป็นระบบที่มีความสอดคล้องกันในทุกด้าน จึงจะเป็นระบบที่เหมาะสมที่สุด ทั้งในเชิงเวลา สถานที่ ขนาด รูปแบบ และความต้องการของเกษตรกร แนวคิดเหล่านี้สามารถนำไปสู่การพัฒนาระบบวนเกษตรในภาพกว้างได้ ทั้งในระดับชุมชน ระดับพื้นที่ ระดับภาค และระดับประเทศ ในหลายๆ กรณี อาจถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวสู่ระดับนานาชาติได้อีกด้วย  ความรู้ดังกล่าวอาจนำไปใช้ทั้งในด้านการพัฒนา  การศึกษา และการวิจัย เพื่อพัฒนาชุมชน วิถีชีวิต และระบบวนเกษตรเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

ที่มา ระบบวนเกษตรในภาคอีสาน

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,877
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: วนเกษตร
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 01, 2012, 04:21:42 PM »
แนวทางในการทำงานวิจัยที่สำคัญ ก็คือ ควรมีการสำรวจเพื่อการสร้างฐานข้อมูล ค้นหาแนวทางพัฒนาการแบบมีส่วนร่วมตามศักยภาพการพัฒนา เพื่อการวิจัย สำหรับการวิจัย นั้นควรเน้นการวิจัยเชิงระบบ โดยเฉพาะการวิจัยเพื่อหาผลลัพธ์ และผลตอบแทนที่ดี และเหมาะสมกับความต้องการของท้องถิ่น โดยการสร้างเทคโนโลยีและแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสม สำหรับการวิจัยเชิงเทคนิคนั้น อาจเน้นการจัดการทรัพยากรในระดับแปลง และระดับครัวเรือน ที่สามารถนำไปสู่การเชื่อมโยงเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบวนเกษตร ทั้งด้านการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาอย่างเชื่อมโยงกันเพื่อการขยายผลและพัฒนาระบบที่เป็นอยู่ ให้มีผลิตภาพและประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งควรทำอย่างเชื่อมโยงกันและเปรียบเทียบกัน ระหว่างพื้นที่ต่างๆ ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและในภาคอื่นๆ อย่างเป็น กระบวนการแบบบูรณาการ

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,877
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: วนเกษตร
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 01, 2012, 04:24:00 PM »
โลกทัศน์ใหม่เพื่อการมีอยู่มีกินตลอดชีวิต เมื่อเกษตรกรหลายรายเริ่มสรุปบทเรียนจากอดีต และต้องการจะหันมายึดวิถีชีวิตแบบวนเกษตร (ถ้าอยู่ในวัยไม่เกิน 30 ปี จะพอเหมาะ) ซึ่งมีรูปแบบสรุปง่าย ๆ ว่า ให้แบ่งชีวิตออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกใช้เวลาประมาณ 10 ปี สร้างชีวิตให้พอกินค่อย ๆ ลดละกิเลส ตัดรายจ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น เอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มเทกับการปลูกพืชหลาย ๆ ชนิด ปลูกไปเรื่อย ๆ

เริ่มจากการปลูกไม้โตเร็วและไม้ผล ไม้ผลนี้ระยะแรกให้ผลน้อย พอขึ้นปีที่ 6-7 อาจให้ผลเพิ่มเป็น 150-300 กิโลกรัม/ตัน ถ้าออกผลพร้อมกันหลาย ๆ ต้น ก็สามารถขายเอาเงินดีกว่าปลูกพืชไร่ ซึ่งใช้ต้นทุนสูงและต้องลงทุนทุกรุน่ ปลูกไมผ้ ลและไม้โตเร็วไม่ต้องลงทุนมากลงแรงอย่างเดียว นอกจากนั้น ปลูกสมุนไพร เพื่อลดรายจ่ายด้านยารักษาโรค ปลูกพืชคลุมดิน พืชกินดอกกินใบ การปลูกพืชทุกอย่างไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงหรือยากำ จัดวัชพืช อาจมีการเพิ่มอาหารเนื้อสัตว์โดยเลี้ยงไก่และขุดบ่อปลาเล็ก ๆ

พอย่างเข้าสู่ช่วงที่ 2 คืออายุ 40-60 ปี มีหน้าที่ทะนุบำรุงและปลูกแซมพืชต่าง ๆ ที่ปลูกไว้เต็มพื้นที่ ซึ่งก็มิใช่งานหนัก เมื่อปลูกไม้โตเร็วไปแล้วราว 20-30 ปี บ้านหลังเก่าอาจจะพังไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาปลูกบ้านหลังใหม่ เอาไม้โตเร็วที่ปลูกเอง 200-300 ต้น มาสร้างบ้านหลังใหม่ ลำต้นกระท้อนจะสูงราว 3 วา เอามาแปรรูปเป็นไม้หนา 1 นิ้ว หน้า 8 ได้ประมาณ 15 แผ่น ต่อ 1 ต้น ต้นหนึ่งคิดเป็นเงินอย่างตํ่า 1,000 บาท ถ้าปลูก 300 ต้น ก็จะคิดเป็นมูลค่าอย่างตํ่า 300,000 บาท ถือเป็นบำ เหน็จบำ นาญ พออายุ 60 ปี ก็เกษียณพักผ่อนได้อย่างสงบ

กล่าวโดยสรุป วนเกษตรทำ ให้เกษตรกรรายย่อยเป็นอิสระพ้นจากการเป็นเบี้ยล่างของระบบสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง วนเกษตรเป็นคำตอบหนึ่งที่ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิมได้ทดลองพิสูจน์จนเห็นผลด้วยตัวท่านเอง และท่านได้ชี้ชวนให้เกษตรกรอื่น ๆ ที่กำลังแสวงหาเข้ามาทดลองพิสูจน์เหมือนอย่างท่าน เพื่อที่จะพบคำตอบว่า

วนเกษตรจะเป็นเขตแดนที่เกษตรกรไทยจะสามารถแสวงหาอำนาจและความเป็นอิสระของตนเองได้อย่างแท้จริง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 01, 2012, 04:26:03 PM โดย เกษตรอินทรีย์ »

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,877
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: วนเกษตร
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 01, 2012, 04:25:31 PM »
วนเกษตรธรรมชาติพอเพียง.....คำตอบสุดท้าย

เราหลงเดินตามชาวตะวันตกมานาน ทำลายป่าไม้ เปลี่ยนวิธีทำการเกษตร ใช้ปุ๋ยเคมี ยาเคมีปราบศัตรูพืช ไถพรวนทำลายพรรณพืชที่ดี ๆ มุ่งแต่จะปลูกพืชเศรษฐกิจเพียงบางชนิดเพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายตามกระแสทุนนิยม กระแสวัตถุนิยม ในอดีตบรรพบุรุษของเราเคยอยู่อย่างพอเพียง ไม่มีหนี้สินหรือมีก็ไม่มาก ปลูกผัก สมุนไพร มีป่าไว้ใช้เป็นแหล่งของปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพ เราได้พลังงาน อาหาร ที่อยู่อาศัย และยาจากป่า

ปัจจุบัน เริ่มมีบางคนคิดได้ เริ่มมีปราชญ์ชาวบ้าน เริ่มมีแหล่งเรียนรู้ เริ่มมีการส่งเสริมการทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ปลูกพืชอย่างเดียว หรือปลูกทีละอย่าง โดยหวังว่าจะได้เงินมาก ๆ มาจับจ่ายใช้สอยตามที่ต้องการหรือตามความจำเป็นในสังคมทุนนิยมและวัตถุนิยม ซึ่งก็อาจได้เพียงบางครั้ง แต่ก็มักจะมีปัญหาราคาผลผลิต อย่างที่เห็นกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย นมโค ลำไย ฯลฯ เพราะเกษตรกรไม่อาจควบคุมปริมาณผลผลิตทั้งหมดของตลาดโลกได้ จึงควบคุมราคาผลผลิตไม่ได้



เมื่อไรละ เกษตรกรไทยจึงจะคิดได้ เมื่อไรละเกษตรกรไทยจะเรียนรู้เสียทีว่า การทำเกษตรเชิงเดี่ยวนั้นไม่เหมาะกับเกษตรกรไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ยังด้อยในหลาย ๆ เรื่อง  ทั้งการตลาด การผลิต (ความรู้ ความสามารถ ปัจจัยการผลิต ฯลฯ) เกษตรกรไทยส่วนใหญ่โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเหมาะที่จะทำการเกษตรแบบพอเพียง แต่อาจจะด้วยเพราะความไม่เข้าใจในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงไม่คิดที่จะเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบพอเพียง ยังมีสาเหตุอื่น ๆ อาทิ ความเคยชินในการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์แบบเชิงเดี่ยว ซึ่งสบายกว่าการทำพร้อมกันหลาย ๆ อย่าง ความโลภที่อยากจะได้เงินมาก ๆ ความเข้าใจผิดว่าการทำเกษตรแบบพอเพียงนั้นไม่สามารถจะทำให้รวยได้ ความจำเป็นที่ต้องเร่งหาเงินมาใช้จ่ายและใช้หนี้สินที่มีอยู่

ทำอย่างไรละ เกษตรกรไทยจะได้พ้นวังวนของการทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว วังวนของหนี้สิน หันมาปลูกพืช เลี้ยงสัตว์หลาย ๆ อย่างพร้อม ๆ กันไป เน้นการผลิตเพื่อใช้ เพื่อกินเหลือขาย แลกเปลี่ยน แจกญาติมิตร อย่างที่ปราชญ์ชาวบ้านหลาย ๆ ท่าน เกษตรกรดีเด่นหลาย ๆ ท่าน ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้จริง ๆ การทำการเกษตรแบบประณีตในพื้นที่เพียงหนึ่งไร่ทีกำลังส่งเสริมอยู่ในปัจจุบันสามารถเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย วนเกษตรที่ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิมทำให้เห็นเป็นรูปธรรม เกษตรอินทรีย์ เกษตรธรรมชาติ เกษตรผสมผสาน ฯลฯ

หากเกษตรกรไทยหันมาทำดังที่กล่าวข้างต้น เกษตรกรไทยจะไม่ยากจน ประเทศไทยจะมีพรรณไม้ นานาชนิด มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม การเมืองจะดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจดี การซื้อสิทธิ์ ขายเสียงจะหมดไปหรือเหลือน้อยมาก นักการเมืองที่ดีจะได้รับการเลือกตั้งเข้าสภาฯ

สำหรับผู้เขียน...วนเกษตรธรรมชาติพอเพียงเป็นคำตอบสุดท้าย

http://www.oknation.net/blog/natureagro/2009/05/06/entry-1

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,877
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: วนเกษตร
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2012, 03:31:47 PM »
มูลนิธิวนเกษตรเพื่อสังคมเตรียมจัดงาน "3 ทศวรรษ วนเกษตร ในสังคมไทย" เพื่อสรุปบทเรียนการทำเกษตรแบบวนเกษตรในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภาคตะวันออก และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับเคลื่อนวิถีวนเกษตรร่วมกับชุมชนและเครือข่ายอื่นๆ โดยจะจัดงานในช่วงระหว่างวันที่ 14 - 15 ธันวาคม 2555 นี้ ที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาวนเกษตร บ้านห้วยหิน  (ม.1 ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา) ซึ่งผู้จัดคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 400 คน ทั้งชาวบ้านจากพื้นที่เครือข่ายวนเกษตร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรพัฒนาเอกชน รวมทั้งประชาชนผู้สนใจทั่วไป และนักเรียนนักศึกษา

กิจกรรมที่น่าสนใจเช่น ปาฐกถา "คน ธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล" โดย ดร.สมศักดิ์ สุขวงศ์ ผู้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแก้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (RECOFTC) หรือการเสวนา "คนสร้างป่า กับความมั่นคงของชีวิต" และ "วนเกษตรกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในสังคมไทย"

สนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากคุณฉวีวรรณ พิมพัฒน์ wee24160 @ gmail.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 10, 2012, 03:37:07 PM โดย เกษตรอินทรีย์ »

*

Cibiti97

Re: วนเกษตร
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 09, 2013, 10:17:57 AM »
รับทราบครับผม