เกษตรอินทรีย์ เพิ่มผลผลิต มันสัมปะหลัง

  • 3 replies
  • 3185 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
อำเภอพนมทวน จ.กาญจนบุรี มีพืชเศรษฐกิจสำคัญสองชนิดคืออ้อยและมันสำปะหลัง อ้อยนั้นนิยมปลูกในเขตชลประทานเพราะต้องการน้ำมากกว่า มันสำปะหลังปลูกในเขตที่แห้งแล้งกว่าแถบตำบลหนองโรงและตำบลอื่นๆ สำนักงานเกษตรอำเภอระบุว่าพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังมีมากกว่า ๓๐,๐๐๐ ไร่ ในตำบลหนองโรงมีพื้นปลูกมันมากกว่า ๑๓,๐๐๐ ไร่

ช่วงนี้ราคามันสำปะหลังไม่ค่อยดีนัก ประมาณ กก.ละ ๑.๙๐ บาทเท่านั้น ในขณะที่ราคาจำนำเป้าหมายอยู่ที่ประมาณ ๒.๗๕ บาท แต่ชาวไร่ไม่มีคนรับซื้อในท้องถิ่น ต้องขนไปขายที่ไกลๆ ออกไปไม่ค่อยคุ้มกับค่าขนส่ง ราคาที่ชาวไร่อยู่ได้บอกว่าต้องไม่น้อยกว่ากก.ละ ๒.๕๐ บาทจึงจะคุ้มกับต้นทุนการผลิต

มันสำปะหลังที่นี่ปลูกกันมาสามสิบสี่สิบปี “ตั้งแต่รุนพ่อรุ่นแม่ “ ตามคำกล่าวของชาวไร่ พอๆ กับการเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติโน่นเทียว แต่ละรายทำไร่กันไม่น้อยกว่า ๒๐ ไร่ แต่เดิมผลผลิตมันที่นี่ประมาณเพียงไร่ละ ๒-๓ ตัน (๒,๐๐๐-๓,๐๐๐กก.) เท่านั้น เพราะการปลูกมันที่ใช้ทั้งปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงต่างๆ มาอย่างยาวนานทำให้ดินเสื่อมและดินแข็ง ยากแก่การไถพรวนและเก็บเกี่ยวผลผลิต ชาวไร่ที่นี่บอกว่าไร่มันแบบใช้สารเคมีเต็มที่ ตอนเก็บผลผลิต ซึ่งต้องถอนต้นมันเอาหัวมันขึ้นมานั้น แรงงานสองคนสามีภรรยา ทำได้เต็มที่ก็วันละ ๒ ตัน เพราะดินแข็งมาก

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: เกษตรอินทรีย์ เพิ่มผลผลิต มันสัมปะหลัง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 07, 2012, 03:57:12 PM »


สิ่งเหล่านี่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หลังจากการเปลี่ยนแปลงมาทำไร่มันแบบอินทรีย์

ประมาณปี ๒๕๔๙ กลุ่มชาวไร่ที่นี่โดยการส่งเสริมของสำนักงานการเกษตรอำเภอและสำนักงานพัฒนาที่ดิน เริ่มไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์และการพัฒนาที่ดินตามที่ต่างๆ ละกลับมาทดลองทำหลายกิจกรรม เริ่มจากการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ การผลิตสารสมุนไพรไล่แมลงและการปรับเปลี่ยนระบบการปลูกมันสำปะหลังโดยหันมาใช้วิธีธรรมชาติในเกือบทุกขั้นตอน



จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๑ ซี่งเกิดเพลี้ยแป้งระบาดอย่างหนักในตำบล ทำความเสียหายให้ไร่มันมากมายมหาศาล ชาวไร่บางรายทำไร่มัน ๔๐ ไร่ เสียหายไปถึง ๒๐ ไร่ จึงเริ่มต้นศึกษาค้นคว้ากันว่าจะหาทางออกอย่างไร จนจบลงที่การเพาะเลี้ยงแตนเบียนและแมลงช้างปีกใส ซึ่งเป็นศัตรูตามธรรมชาติของเพลี้ยแป้ง ให้แมลงสองชนิดนี้ไปจัดการควบคุมเพลี้ยแป้งเอง โดยใช้แมลงสามสี่ตัวก็สามารถคุมพื้นได้ถึง๑ ไร่ (มีการขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติ) เพลี้ยแป้งเป็นศัตรูมันสำปะหลังซึ่งจัดการด้วยสารเคมีไม่ได้ผลเพราะมีสารเคมีฉีดพ่นเข้าไม่ถึง เนื่องจากมีแป้งปกป้องอยู่ แมลงช้างปีกใสจึงเป็นทางออกที่ลงตัว และหนองโรงจึงกลายเป็นศูนย์ควบคุมศัตรูพืชชุมชนในปี ๒๕๕๓ ซึ่งแต่ละปีมีคนมาศึกษาดูงานหลายร้อยคน สามารถจัดการแมลงศัตรูพืชโดยวิธีธรรมชาติแบบนี้ในพื้นที่ ๓,๕๐๐ ไร่ของตำบล

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: เกษตรอินทรีย์ เพิ่มผลผลิต มันสัมปะหลัง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 07, 2012, 03:57:39 PM »


ทางด้านกระบวนการผลิตมันก็ปรับเปลี่ยนจากไร่มันเคมีเป็นไร่มันอินทรีย์ โดยไม่ใช้สารเคมีเลย ใช้แต่ปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยพืชสดซึ่งไถกลบลงไปตอนปรับพื้นที่ก่อนปลูกมัน ปกติไร่มันจะใช้ปุ๋ยเคมีประมาณไร่ละ ๕๐ กก.(ปลูกมันใช้เวลาประมาณ ๑๐-๑๒เดือนจึงเก็บผลผลิตได้) ลงทุนค่าปุ๋ยประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ บาท เมื่อเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ต้องใช้ประมาณ ๑๕๐ กก.ต่อไร่ ปุ๋ยอินทรีย์กลุ่มผลิตเองต้นทุนประมาณกก.ละ ๕ บาท ต้นทุนประมาณ ๗๕๐ บาท ใกล้เคียงกัน แต่ผลดีมีมากกว่าหลายขุม

ไร่มันสำปะหลังจะมีผลผลิตดีมากน้อยแค่ไหนจะขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นสำคัญ การทำไร่แบบเคมีมายาวนานทำให้ดินเสื่อมจนผลผลิตลดลงเหลือแต่ประมาณสองตันดังกล่าวแล้ว การใช้ปุ๋ยพืชสดและปุ๋ยอินทรีย์ทำให้ผลผลิตของสมาชิกในกลุ่ม (ปัจจุบันมี ๖๘ ราย จากเดิมเริ่มต้นแค่ ๓๐ กว่าราย) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันไร่ของประธานกลุ่มคือคุณประทิน อ่อนน้อย ได้ผลผลิตมากที่สุดถึงไร่ละ ๘ ตัน เพิ่มจากไร่แบบเคมีถึงสี่เท่าตัว ไร่ของคนอื่นๆ ก็ลดหลั่นกันลงไปตามสภาพดินและความยาวนานของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ แต่เฉลี่ยแล้วไม่น้อยกว่าสี่ห้าตัน เพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองสามเท่าตัว ในขณะที่ต้นทุนการผลิตมันก็ลดลงประมาณไร่ละ ๕๐๐ บาท จากการใช้สารอินทรีย์และควบคุมศัตรูพืชแบบธรรมชาติดังกล่าวแล้ว

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: เกษตรอินทรีย์ เพิ่มผลผลิต มันสัมปะหลัง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 07, 2012, 03:58:18 PM »
การเปลี่ยนแปลงจากเกษตรเคมีมาเป็นเกษตรอินทรีย์นั้น ชาวไร่ที่นี่บอกว่ายากเย็นนักเพราะชาวไร่ส่วนใหญ่คุ้นเคยกับสารเคมีมายาวนาน แต่เมื่อเห็นผลดีชัดเจนในทุกทาง การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นได้ พื้นที่ประมาณ ๓,๕๐๐ ไร่ที่ทำไร่มันอินทรีย์ ใช้แมลงกำจัดศัตรูพืชแบบธรรมชาติของที่นี่ชาวบ้านบอกว่า”เอาอยู่”ไม่มีใครกลับไปทำไร่มันเคมีอีกแน่นอน เพราะนอกจากผลผลิตจะมากขึ้นหลายเท่าตัว ไม่มีสารเคมีตกค้างในดิน ในผลผลิตแล้ว คุณภาพดินก็ดีขึ้นชัดเจน ดินร่วนซุยมีคุณภาพ การถอนต้นมันง่ายดายเพราะดินไม่แข็ง แรงงานสามีภรรยาสองคนเก็บได้วันละ ๖ ตันแบบสบายๆ มากกว่าปริมาณการเก็บเกี่ยวในไร่สารเคมีแบบเดิมสามเท่าตัว ระยะต่อไปกลุ่มกำลังจะทดลองว่าลดการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ลงให้น้อยกว่าไร่ละ ๑๕๐ กก. เพราะดินคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ดูว่าจะได้ผลิตเท่าเดิมหรือไม่



ที่มา http://www.codi.or.th/index.php?option=com_flexicontent&view=item&cid=2009&id=1857