ปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยพืชร่วมเครื่องกลเติมอากาศ

  • 0 replies
  • 3028 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรวิธีบำบัดน้ำเสียด้วยผักตบชวาที่บริเวณหนองสนมตำบลเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนครทรงเห็นว่าสภาพน้ำเสียจากชุมชนที่ไหลลงหนองสนมนับวันยิ่งทวีความรุนแรง ลำพังการใช้ผักตบชวาเพื่อกำจัดน้ำเสียเพียงอย่างเดียวย่อมจะไม่สามารถทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้นเท่าที่ควร

จึงพระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานและเทศบาลเมืองสกลนครออกแบบปรับปรุงแนวคลองระบายน้ำให้ใช้ได้ทั้งระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียโดยใช้รูปแบบง่าย ๆ ด้วยการใช้พืชน้ำผสมผสานกับเครื่องเติมอากาศเพื่อช่วยประหยัดค่าพลังงานในการเติมอากาศลงไปในน้ำเสีย

ต่อมาในปี 2533 กรมชลประทาน ได้นำแนวพระราชดำริที่พระราชทานไว้ดังกล่าว มาศึกษา วิจัยและพัฒนา จนประสบผลสำเร็จได้ "ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

ซึ่งต่อมากรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์ ได้ออกสิทธิบัตรรับรอง และเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯถวายสิทธิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา นับเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องที่ 3 ต่อจาก กังหันน้ำชัยพัฒนา และเครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ

นางสุนันทา เพ็ญสุตผู้อำนวยการ กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทานซึ่งเป็นผู้ดำเนินการศึกษาวิจัยเปิดเผยว่า ในการบำบัดน้ำเสียจากเดิมใช้การเติมอากาศลงไปในน้ำเพียงอย่างเดียวแม้จะทำให้น้ำมีออกซิเจนและคุณภาพน้ำดีขึ้นแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำที่มีสีเขียวจากการเกิดของสาหร่ายชั้นต่ำได้ ทำให้ดูเหมือนว่า น้ำยังเสียเหมือนเดิม

จึงได้มีการพัฒนาระบบการปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้นโดยใช้ระบบรางพืชร่วมกับเครื่องกังหันชัยพัฒนาหรือเครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำสำหรับระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศ ตามแนวพระราชดำริ จะประกอบด้วยอุปกรณ์สำคัญๆ

1. กังหันชัยพัฒนา หรือ เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ แหล่งน้ำที่ต้องการบำบัด จะเลือกให้แบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับสภาพของแหล่งน้ำหากแหล่งน้ำมีขนาดใหญ่และลึกควรจะใช้เครื่องกังหันชัยพัฒนาซึ่งมีราคาค่อนข้างแพงประมาณ 400,000 บาท แต่ถ้าแหล่งน้ำไม่ลึกมากจะใช้เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ ราคาประมาณ
40,000 บาท

2. รางพืช จะสร้างไว้บริเวณขอบสระน้ำ ที่ใกล้กับจุดที่น้ำเสียมากที่สุด จะเป็น รางที่ทำด้วย คอนกรีต หรือไม้ก็ได้ ซึ่งมีอยู่2 ขนาด คือ (กว้าง x ยาว x สูง) ขนาดเล็ก0.5 x 10 x0.5 เมตร ต้นทุนประมาณ 20,000 บาท และขนาดใหญ่ 1.0 x 20 x 0.5 เมตร ต้น ทุนประมาณ 40,000 บาท จะวางในแนวเส้นตรง หรือโค้ง หรือแบ่งเป็นช่วง ๆ ก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะและความเหมาะสมของพื้นที่ ซึ่งราคาดังกล่าวรวมพืชแช่น้ำ ทรายที่จะใช้ปลูก และเครื่องสูบน้ำแล้ว

3. พืชแช่น้ำ เช่น พุทธรักษา ปักษาสวรรค์ ต้นเตย เป็นต้นปลูกไว้ในรางพืชโดยใช้ทรายหยาบเป็นวัสดุสำหรับปลูกพืช ส่วนจะเลือกพืชแช่น้ำชนิดไหนนั้น ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ความเหมาะสม และภูมิทัศน์ ซึ่งเมื่อปลูกแล้วจะต้องดูสวยงามกลมกลืนกับสถานที่

4. เครื่องสูบน้ำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์ กลางไม่เกิน 2 นิ้ว เพื่อสูบน้ำจากแหล่งน้ำให้ไหลผ่านรางพืชอย่างช้า ๆ แล้วไหลกลับลงสู่แหล่งน้ำอีกครั้ง วนเป็นวัฏจักรอย่างนี้ประมาณวันละ 6-12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพแหล่งน้ำนั้นว่ามีน้ำเสียมากน้อยแค่ไหน

5. ตู้ควบคุมไฟฟ้าและสายไฟใต้น้ำ เนื่องจากกังหันชัยพัฒนา หรือ เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำตลอดจนเครื่องสูบน้ำจะต้องใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน "ผลจากการทดลองใช้ พบว่า สามารถลดปริมาณสาหร่ายชั้นต่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของน้ำที่มีสีเขียว ลดจำนวนการใช้เครื่องกลเติมอากาศ ลดพื้นที่ที่ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ ทำให้น้ำใสขึ้น น้ำสีเขียวลดลง กลิ่นเหม็นหายไป สามารถวัดสภาพน้ำได้ง่าย โดยดูการเจริญเติบโตของพืชไม่ต้องใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งหากพืชหยุดเจริญเติบโตแสดงว่า แหล่งน้ำนั้น ๆ มีคุณภาพน้ำดีขึ้น

นอกจากนี้ราคายังถูก ดูแลรักษาง่าย และช่วยทำให้ภูมิทัศน์ของพื้นที่สวยขึ้นอีกด้วยซึ่งเป็นไปตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์กล่าว โครงการดังกล่าวปัจจุบันติดตั้งในแหล่งน้ำอื่น ๆ ไปแล้วกว่า 171 แห่งทั่วประเทศ สำหรับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

ต้องการนำระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศไปใช้แก้ไขปัญหาน้ำเสีย สามารถติดต่อได้ที่ มูลนิธิชัยพัฒนา หากเป็นโรงเรียน หรือ วัด จะพิจารณาช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ใด ๆ ซึ่งกรมชลประทานพร้อมที่จะเข้าไปช่วยติดตั้งทันที