เกษตรกรปรับตัวรับ AEC

  • 1 replies
  • 3833 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,891
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
เกษตรกรปรับตัวรับ AEC
« เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2012, 10:23:09 AM »
การปรับตัวรับ AEC... ของสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก - บอกกล่าวเล่าขาน

ในปี 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ประชาคมอาเซียน (Asean) ซึ่งมี 10 ชาติสมาชิก ประกอบด้วย เวียดนาม มาเลเซีย  พม่า ลาว ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน กัมพูชา และ ไทย จะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economics Community : AEC) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน และสร้างอำนาจต่อรองในเวทีโลกมากขึ้น ซึ่งจะมีการนำเข้า-ส่งออกของชาติในอาเซียนอย่างเสรี ยกเว้นสินค้าบางชนิด ส่งผลให้การแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจของแต่ละประเทศต้องมีการปรับตัวและพัฒนาเพื่อความอยู่รอด

ทั้งนี้ ประเทศไทยในทุกภาคส่วนต่างตื่นตัวรับ AEC เช่นกัน โดยเฉพาะภาคการเกษตร ซึ่งอาชีพเกษตรกรรมถือว่าเป็นอาชีพหลักของคนไทย ได้พยายามปรับตัวเพื่อรับการแข่งขันที่นับวันจะยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

นายพุทธิพงศ์ เจนจิตรศิลป์ ประธานกรรมการ สหกรณ์โคนมมวกเหล็กจำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาสหกรณ์ฯ มีแผนพัฒนาและปรับตัวเพื่อรองรับสถานการณ์การแข่งขันในอุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์นมอย่างต่อเนื่อง โดยภายหลังจากที่สหกรณ์ฯได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2511 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2515 โดยใช้ชื่อว่า “สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมนิคมมวกเหล็ก จำกัด” มีสมาชิกจำนวน 48 คน และทุนดำเนินการประมาณ 46,000 บาท จนกระทั่งปี 2526 ได้จดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับโดยใช้ชื่อว่า “สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด” ได้ดำเนินการ และขยายธุรกิจ ครอบคลุมทั้งเขตพื้นที่ภาคกลาง เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ได้แก่จังหวัดสระบุรี นครราชสีมา ลพบุรี นครนายก ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม และจันทบุรี

จากนั้นเมื่อปี 2544 สหกรณ์ฯ ได้ก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูปชนิดเม็ดและชนิดผงพร้อมแร่ธาตุ โดยได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ งบประมาณการก่อสร้างกว่า 40 ล้านบาท ขนาดกำลังการผลิต 10 ตัน/ชั่วโมง เพื่อผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพบริการแก่สมาชิกและสหกรณ์เชื่อมโยง ต่อมา ได้ก่อสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มระบบพาสเจอร์ไรซ์ ขนาดกำลังการผลิต  2 ตัน/ชั่วโมง โดยได้รับการสนับสนุนการลงทุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์และธนาคารเพื่อการเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 15 ล้านบาท ปัจจุบันสหกรณ์ฯ มีสมาชิกเกือบ 1,000 ราย มีศูนย์รับน้ำนมดิบ 2 ศูนย์ ศูนย์มิตรภาพและศูนย์คลองไทร รวบรวมน้ำนมดิบได้วันละกว่า 100 ตัน ซึ่งทางสหกรณ์ เข้าร่วมโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนของรัฐบาล เน้นผลิตนมที่มีคุณภาพเพื่อเยาวชน

นายพุทธิพงศ์ กล่าวว่า  เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง และครบวงจรธุรกิจ และแก้ปัญหาการแข่งขันด้านการตลาด ปัญหาน้ำนมดิบล้น ประกอบกับต้นทุนอาหารสัตว์ (อาหารข้น-อาหารหยาบ) ซึ่งในปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านการปรับปรุงคุณภาพน้ำนมดิบสูง รายได้จากเงินปันผลลดลง หรือสมาชิกบางรายมีหนี้สินค้างชำระต่อสหกรณ์ฯ อีกไม่น้อย  คณะกรรมการผู้ดำเนินงานจึงเร่งหาทางออกให้กับเหล่าบรรดาสมาชิกสหกรณ์ ในที่สุด คณะ   กรรมการฯ จึงมีมติเอกฉันท์ ขอเงินสนับสนุน จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 90 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มระบบ ยูเอชที (ชนิดกล่อง)

สำหรับผลิตภัณฑ์ยูเอชที (UHT) เป็นวิธีการฆ่าเชื้อสำหรับอาหาร โดยผ่านกระบวนการให้ความร้อนสูงเป็นเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1-2 วินาที ที่อุณหภูมิ 135 องศาเซลเซียส (275 องศาฟาเรนไฮต์) ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่สปอร์ในน้ำนมถูกทำลายจนหมด  ซึ่งสามารถเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นาน 6-9 เดือน

“โครงการก่อสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มระบบยูเอชที (ชนิดกล่อง) ขนาดกำลังผลิต 2.4 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งจะแล้วเสร็จ พร้อมผลิตได้ในช่วงเดือนมีนาคม 2556 ทางสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก ได้ตั้งเป้าเตรียมรองรับตลาดอาเซียน โดยการวางแผนผลิตนมเพื่อการพาณิชย์แบบพรีเมี่ยม ระบบยูเอชทีขนาด 200 ซีซีต่อกล่อง โดยจัดจำหน่ายในประเทศเวียดนาม ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ พม่า มีกำลังการผลิตกว่า 7 ล้าน 2 แสนกล่อง รายได้จะเข้ามายังกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ กว่า 64 ล้านบาท ต่อปี และจะเร่งดำเนินการขยายตลาดในประเทศซึ่งเป็นตลาดหลักให้เติบโตต่อไป” นายพุทธิพงศ์  กล่าว

โครงการก่อสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มระบบ ยูเอชที (ชนิดกล่อง) นอกจากจะเป็นการตอบโจทย์ของสมาชิกเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ต้องประสบข้างต้นแล้ว ยังเป็นการสนองตอบและสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม และการบริโภคนมเป็นอาหารเสริมในโครงการนมโรงเรียน ยังเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่แข่งขันการค้าเสรีอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ ในเร็ววันอีกด้วย

http://www.dailynews.co.th/agriculture/146161

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,891
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: เกษตรกรปรับตัวรับ AEC
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2012, 10:23:37 AM »
นางสาวภัทราภรณ์ โสเจยยะ ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ กรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ในปี 2558 ไทยจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนต้องเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวไปสู่ AEC อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ จึงควรต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมทั้งข้อมูลทั่วไปของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ตลอดจนเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

กรมพัฒนาที่ดินที่มีหน้าที่ในการดูแลปรับปรุงพื้นที่เกษตรให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินในการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อมีการเข้าสู่ AEC ที่การค้าและการลงทุน รวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงานในประเทศสมาชิกอาเซียนจะมีความเสรีนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่มสมรรถนะของข้าราชการของกรมพัฒนาที่ดิน ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการผลิตให้กับเกษตรกร ช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตร และสร้างโอกาสในการแข่งขันให้กับเกษตรกรไทยอีกทางหนึ่ง จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมพัฒนาสมรรถนะข้าราชการกรมพัฒนาที่ดินระดับปฏิบัติการ ภายใต้หลักสูตร “การปฏิบัติงานราชการภาครัฐรุ่นใหม่” และเตรียมพร้อมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนขึ้นมา