เกาะติด เกษตรปศุสัตว์ ทั่วไทย

  • 3 replies
  • 5259 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
เกาะติด เกษตรปศุสัตว์ ทั่วไทย
« เมื่อ: มิถุนายน 01, 2012, 11:35:45 AM »
ไก่คอล่วน วันนี้ไม่สูญพันธุ์

นายพลากร  สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วย นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ เลขาธิการ กปร. และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถบ้านครองชีพ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ



การนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เปิดเผยว่า “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้จัดตั้งโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขึ้นที่บ้านครองชีพ เพื่อเป็นแหล่งจ้างแรงงานสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ เป็นแหล่งเรียนรู้ปฏิบัติงานการเกษตร และเป็นแหล่งผลิตอาหารของจังหวัดพัทลุง โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2544 และนับตั้งแต่มีโครงการฯ นี้ขึ้นมา ได้มีกิจกรรมหลายอย่างด้วยกัน อาทิ การปลูกพืชผัก พืชไร่ ไม้ผล นาข้าว การปศุสัตว์ การประมง การปรับปรุงบำรุงดิน การเพาะชำกล้าไม้ และการแปรรูป ฯลฯ ซึ่งในปี 2551 โครงการฯได้ขยายผลกิจกรรมจากฟาร์มตัวอย่าง เพื่อให้เกษตรกรเข้ามาเรียนรู้และศึกษาการทำการเกษตรที่เหมาะสม และถูกต้องและได้นำผลสำเร็จของโครงการขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่ตำบลนาปะขอ และตำบลท่ามะเดื่อ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน เป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร”

และในหลายกิจกรรมก็มีงานด้านการขยายพันธุ์ไก่คอล่อนเพื่อการเลี้ยงเชิงพาณิชย์เป็นสิ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เนื่องจากเป็นไก่สายพันธุ์ดีเหมาะแก่การนำไปเลี้ยงของเกษตรกรโดยทั่วไป

ไก่คอล่อน เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างไก่คอล่อนกับไก่พื้นเมืองของจังหวัดพัทลุง (ไก่ชน) “ไก่คอล่อน” เชื่อว่าเป็นไก่ที่มีสายพันธุ์มาจากไก่ของฝรั่งเศส ที่นำมาเลี้ยงในประเทศเวียดนามและกัมพูชา เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทหารญี่ปุ่นได้นำไก่คอล่อนจากประเทศเวียดนามและกัมพูชามาเป็นอาหารในกองทัพ

ไก่คอล่อนเป็นไก่ประเภทให้เนื้อ มีลักษณะคล้ายไก่ชน โดยบริเวณกระเพาะพักจนถึงปากไม่มีขน หรือมีขน แต่หนาไม่เกิน 1.5 นิ้ว จึงเรียกว่า “คอล่อน” สีขนมีสีเขียวจนถึงดำ หงอนถั่ว แข้งเหลือง ผิวหนังสีเหลืองหรือสีขาว จะมีสีปากและขา สีดวงตาและขนจะมีสีเดียวกัน ส่วนคอไม่มีขนและรูขุมขน แนวสันหลังเปลือย ล่อน ขนน่องในเพศผู้แทบจะไม่มี เพศเมียมีบ้างเล็กน้อย ลักษณะหน้าอกใหญ่ เนื้อหน้าอกเยอะ ไหล่กว้าง มองด้านบนเป็นรูปสามเหลี่ยม สีหน้าจะมีสีชมพู ลำตัวเมื่อกางปีกจะไม่มีขน ขนาดน้ำหนักตัว วัยเจริญพันธุ์ ตัวผู้อายุประมาณ 7 เดือน มีน้ำหนักตัว  2.5–3.0 กก. เพศเมียอายุประมาณ 5.5 เดือน หนัก 1.5–2.0 กก. เมื่อโตเต็มที่ เพศผู้หนัก 3.0–4.5 กก. เพศเมียหนัก 2.0–2.8 กก. ไก่คอล่อนแม่พันธุ์ สามารถผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ 5–5.5 เดือน ส่วนตัวผู้จะใช้ทำพันธุ์ได้เมื่ออายุ 7–8 เดือน พ่อพันธุ์ 1 ตัว สามารถคุมแม่พันธุ์ได้ 7–10 ตัว อัตราการไข่เฉลี่ยปีละ 4–5 ชุด ชุดละ 12–15 ฟอง ฟักเป็นตัว 10–12 ตัว เลี้ยงรอด 8–10 ตัว โดยที่แม่ไก่จะฟักและเลี้ยงลูกเอง

คุณลักษณะที่ดีของไก่คอล่อนคือ การเจริญเติบโตเร็ว เนื้อแน่น น้ำหนักตัวดี  ทนทานต่อโรค ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีอากาศร้อน ให้เนื้อมากและนุ่มกว่าไก่พื้นเมืองทั่วไป  เนื้อล่อนไม่ติดกระดูก เหมาะที่นำไปบริโภค  ตลาดมีความต้องการ นิยมบริโภค  เลี้ยงลูกเก่ง อารมณ์ดี ไม่ดุร้าย  เหมาะที่จะเลี้ยงรวมเป็นฝูง ในที่โล่งกว้าง  ผสมกับไก่พันธุ์อื่นจะได้ลักษณะเด่นลูกออกมาเป็นคอล่อน

หากนำไปเลี้ยงแบบปล่อยลาน จะต้องมีเนื้อที่กว้าง และมีอาหารจำพวกหญ้าและธัญพืชอย่างสมบูรณ์ เพราะไก่คอล่อนชอบอยู่อย่างอิสระ สภาพพื้นแห้ง มีเนินดินน้ำไม่ท่วม มีไม้พุ่ม ไม้อาศัยนอน ให้อาหารที่มีโปรตีนต่างกัน 3 ระยะ ระยะแรก อายุ 0–4 สัปดาห์ ให้อาหารไก่เนื้อเล็ก ระยะสอง อายุ 4–12 สัปดาห์ ให้รำผสมปลายข้าวและอาหารไก่รุ่น อัตรา 55:35:10 กก. ระยะสาม อายุ 12–16 สัปดาห์ ให้รำละเอียดผสมปลายข้าวและอาหารไก่ใหญ่ อัตรา 50:40:10 กก. ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 3–4 เดือน สามารถให้น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 1.5–1.8 กก.

หรือเลี้ยงแบบขังคอก จะต้องจัดกลุ่มหรือฝูงไก่ให้มีขนาดใกล้เคียงกัน และฝูงหนึ่ง ๆ ไม่ควรเกิน 50 ตัว เพราะถ้ามีพื้นที่เลี้ยงน้อยไก่จะจิกตีกัน และจะต้องให้อาหารที่มีคุณภาพดี โปรตีนสูง เพราะเลี้ยงขังคอกไม่สามารถหาอาหารโปรตีนจากแหล่งอื่นได้  ใช้อาหารสำเร็จรูปเช่นเดียวกับการเลี้ยงไก่เนื้อทุกประการ ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 2.5–3 เดือน สามารถให้น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 1.4–1.6 กก. การเตรียมคอก เริ่มต้นโดยโรยปูนขาวให้ทั่ว ใช้วัสดุรองพื้น เช่น แกลบ ขี้เลื่อย รองพื้นคอกหนา 1 นิ้ว พร้อมพ่นยาฆ่าเชื้อให้ทั่วก่อนนำไก่เข้าเลี้ยง ที่ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถบ้านครองชีพ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้วจังหวัดพัทลุง มีการเลี้ยงเพื่อศึกษาและขยายผลสู่การเลี้ยงของราษฎรในพื้นที่ สนใจผ่านไปเข้าไปชมศึกษาความเป็นไปได้เพื่อนำมาเลี้ยงในพื้นที่ของตนเองได้.

ที่มา http://www.dailynews.co.th
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2012, 10:01:13 AM โดย เกษตรอินทรีย์ »



*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: เกษตร ปศุสัตว์ ทั่วไทย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2012, 10:00:07 AM »
การค้าภายในช่วยเกษตรเลี้ยงหมูหลังราคาตก

นายกิตติวงศ์ สมบุญธรรม เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร และสหกรณ์เลี้ยงสุกร จ.นครปฐม และ จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงสุกร กว่าร้อยละ 40 ของประเทศ ได้ทำหนังสือและเข้าหารือกับทางกรมการค้าภายใน ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอให้ช่วยเหลือผู้เลี้ยงสุกร เพราะกำลังประสบปัญหาขาดทุนจากราคารับซื้อสุกรตกต่ำและต่ำกว่าต้นทุนการผลิต โดยแนวโน้มราคาหมูหน้าฟาร์ม ราคาต่ำกว่ากิโลกรัมละ 55 บาท ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงอยู่ที่กิโลกรัมละ 58-60 ทั้งนี้หลังจากหารือทางกรมการค้าภายใน จะมีการออกประกาศราคาแนะนำขายหมูในแต่ละช่วง และจะมีการทบทวนราคาทุกวันพระ หรือ ทุกๆ 7 วัน เริ่มตั้งแต่วันพระ ที่ 4 มิถุนายน-11 มิถุนายน นี้ ราคาหมูหน้าฟาร์มรับซื้อไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 55 บาท ราคาขายส่งไม่เกินกิโลกรัมละ 92 บาท และราคาขายปลีกไม่เกินกิโลกรัมละ 110 บาท ส่วนในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นอีกกิโลกรัมละ 3-8 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง

money.sanook.com

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: เกาะติด เกษตรปศุสัตว์ ทั่วไทย
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2012, 10:01:44 AM »
ปศุสัตว์เฝ้าระวังโรคระบาดในเนื้อสัตว์

นายสัตวแพทย์ ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ประกาศเตือนให้เกษตรกรดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด ทั้งสุกร โค กระบือ พร้อมดูแลการเข้าออกฟาร์ม หรือสถานที่เลี้ยงสัตว์ ที่สำคัญขอให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามคำแนะนำของ
ปศุสัตว์จังหวัดอย่างเคร่งครัด

ส่วนกรณีมีข่าวว่าได้ตรวจพบเนื้อไก่สดที่แพ็กขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตมีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย อี โคไล และเชื้อแซลโมเนลลา ซึ่งเชื้อที่ปนเปื้อนทั้งสองชนิดบางส่วนพบว่าดื้อยานั้น ได้สั่งการเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบหาข้อเท็จจริง และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัยของการบริโภคเนื้อสัตว์

สำหรับการบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด ต้องทำให้สุกก่อนบริโภคเพื่อความปลอดภัยจากเชื้อโรคและเชื้อดื้อยาต่าง ๆ การตรวจเชื้อแบคทีเรีย อี โคไล และเชื้อแซลโมเนลลาในเนื้อสัตว์ แต่ละปีกรมปศุสัตว์มีการตรวจมากกว่า 10,000 ตัวอย่าง พบการปนเปื้อนน้อยมากทั้งนี้ การปนเปื้อนเชื้อดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการขนส่ง การบรรจุและการวางจำหน่ายที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ขณะนี้กรมปศุสัตว์กำลังเสนอขอแก้ไขพ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2535 ให้ครอบคลุมถึงการขนส่งและการจำหน่าย เพื่อความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่การผลิตจากฟาร์มถึงสถานที่จำหน่าย โดยขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างการนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณากรม

http://www.ch7.com

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: เกาะติด เกษตรปศุสัตว์ ทั่วไทย
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2012, 01:53:13 PM »
เกษตรกรบ้านดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เพาะเลี้ยงจิ้งหรีดให้กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจ จากการเริ่มต้นเลี้ยงแค่ 10 บ่อ เป็นอาชีพเสริม ตอนนี้ขยายถึง 30 บ่อ กลายเป็นอาชีพหลักสร้างฐานะจนอยู่สบายอย่างไม่เดือดร้อน มีรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท วิธีการเลี้ยงแสนง่าย เพียงแค่ทำบ่อขนาดกว้าง  1 เมตร ยาว 2 เมตรครึ่ง สูง 70  เซนติเมตร ลงทุนบ่อละประมาณ 700 บาท แค่นี้ก็สามารถเลี้ยงจิ้งหรีดได้แล้ว จากนั้นให้อาหารไก่เล็กผสมกับหยวกกล้วย ใส่น้ำลงไปเล็กน้อย เท่านี้ก็เป็นอาหารชั้นดี ทำให้จิ้งหรีดโตเร็วและลดต้นทุน เพียง 30 วัน ก็สามารถจับขายในราคากิโลกรัมละ 100 บาท นอกจากนี้ยังสามารถเพาะพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ขายสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วย

ขณะที่นายสิทธิ์ อาจภักดี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ต.หน่อม อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ตัดสินใจเปลี่ยนที่นา 6 ไร่ ซึ่งเป็นมรดกจากพ่อแม่ ขุดบ่อเลี้ยงปลาขนาด  1  ไร่ จำนวน 6 บ่อ เลี้ยงปลานิลแปลงเพศ จับขายเดือนละ 1 บ่อ และปลูกผักสวนครัวตามขอบบ่อ ทำให้มีรายได้สูงถึงปีละ 960,000 บาท แต่หักค่าใช้จ่ายแล้วจะมีเงินเหลือเก็บปีละประมาณ 500,000 บาท ทำให้ชีวิตดีขึ้น และสร้างเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านอาชีพเศรษฐกิจพอเพียงชุมชน หากใครสนใจเข้าดูงาน สามารถติดต่อได้ตลอด 24  ชั่วโมง

การทำเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้สองตายาย ต.ตาดทอง อ.เมือง จ.ยโสธร มีความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย โดยการเลี้ยงกบพื้นบ้านในบ่อซีเมนต์ และปลูกผักปลอดสารพิษในพื้นที่ 3 ไร่

ทำอาหารรับประทานเอง และแบ่งปันให้เพื่อนบ้าน ส่วนที่เหลือจะแบ่งขาย  โดยกบพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ขายตัวละ 150 บาท กบอายุ  1 เดือน ขายตัวละ 1 บาท ขายดิบขายดี มีลูกค้ามารับซื้อถึงบ้าน ส่วนผักปลอดสารพิษ จะขายกำละ 10  บาท สร้างรายได้เฉลี่ยวันละ 300-400  บาท เลยทีเดียว

เกษตรกร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประดิษฐ์ที่ห่อผลไม้จากวัสดุในครัวเรือน สำหรับห่อผลไม้นานาชนิด ป้องกันแมลงศรัตรูพืช ทำให้ผลไม้มีคุณภาพ ขายได้ราคาดี การทำก็แสนง่าย เพียงใช้ไม้ความยาวขนาดเท่ากับต้นไม้ เชือก กระป๋องน้ำพลาสติก หรือท่อพีวีซี โดยใช้เชือกร้อยปากวัสดุให้สามารถดึง เพื่อรวบถุงและหนังยางเข้าด้วยกัน สามารถห่อผลไม้ได้ถึงปลายกิ่ง ใช้ง่ายปลอดภัย จากเดิมต้องใช้วิธีปีนขึ้นไปบนต้นไม้ หรือใช้บันไดขึ้นไปห่อผลไม้บนต้นไม้ เบาแรงและประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่สงวนสิทธิ์.

สำนักข่าวไทย