เปิดศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์เกษตรพอเพียง ตามรอยพ่อ

  • 6 replies
  • 9284 views

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,891
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
เปิดศูนย์การเรียนรู้ “พอเพียงเยี่ยงพ่อ”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลย ขอเชิญเข้าร่วมงาน เปิดศูนย์การเรียนรู้ “พอเพียงเยี่ยงพ่อ” ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555  ณ  ภูเรือบุษบารีสอร์ท แอนด์ สปา  อำเภอภูเรือ  จังหวัดเลย

นางอัจฉพรรณ  บุญเจริญ  ผู้อำนวยการ  ททท.สำนักงานเลย  กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมจะได้ร่วมงานเปิดศูนย์ “พอเพียงเยี่ยงพ่อ”  ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ทฤษฎีใหม่  ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ซึ่งในงานจะมีปราชญ์ชาวบ้าน เกษตรกร ผู้ที่สนใจในเกษตรทฤษฎีใหม่มาร่วมงานอย่างมากมาย  นอกจากนี้ยังจะได้ชมนิทรรศการและการสาธิตทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย  ฟังการบรรยายการทำเกษตรอินทรีย์ ถาม - ตอบปัญหาจาก อาจารย์อธิศพัตน์  วรรณสุทธิ   คุณปภัส  พันธีร์  และปราชญ์ชาวบ้านท่านอื่นๆ  จากทั่วประเทศ  ซึ่งภูเรือบุษบารีสอร์ทฯ  เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูงหลังจากเข้าร่วมโครงการ “ชุมชนรู้รักษ์แหล่งท่องเที่ยว”  ของ ททท.สำนักงานเลย ปี ๒๕๕๔  และได้นำความรู้มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับรีสอร์ทและชุมชน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ภูเรือบุษบารีสอร์ท โทร. 0-4289-9299 /0-4289-9330 หรือ 081-871-3007 E-mail: khingkharn_t@yahoo.com




*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,891
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
รางวัลแห่งความภูมิใจ "งานวิจัยหญ้าแฝกดีเด่น" - เกษตรทั่วไทย

กรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินงานด้านการพัฒนาเรื่องหญ้าแฝกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสนองพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้พัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา โดยกรมฯ มีความมุ่งมั่นในการศึกษา วิจัยเพื่อให้ได้หญ้าแฝกพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ต่าง ๆ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้กรมฯ มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับหญ้าแฝกจำนวนมากที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดสู่การปฏิบัติได้เป็นอย่างดี

นายสุรเดช เตียวตระกูล รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า และล่าสุดผลงานวิจัยจาก นักวิชาการของกรมพัฒนาที่ดิน ที่ ได้รับรางวัลด้านงานวิจัยหญ้าแฝกดีเด่น (Outstanding Vetiver Research) ในประเภทผลงานวิจัยในภาคเกษตรกรรม งานวิจัยที่เสนอได้แก่ “Carbon Sequestration and Carbon Dioxide Emission in Vetiver Grass Cultivation Areas” ในการประชุมหญ้าแฝกนานาชาติ ครั้งที่ 5 (The Fifth International Conference on Vetiver) โดยมีสถาบันสมุนไพรและพืชหอม (Central Institute of Medicinal and Aromatic Plants : CIMAP) เป็นเจ้าภาพ ภายใต้หัวข้อเรื่อง “หญ้าแฝกกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ” (Vetiver and Climate Change) ณ เมืองลัคเนา ประเทศอินเดีย เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา

โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสนับสนุนการจัดการประชุมดังกล่าว พร้อมทั้งเสด็จฯ ทรงเป็นประธานเปิดการประชุม และพระราชทานรางวัล “The King of Thailand Vetiver Awards 2011” แก่ผู้ชนะเลิศผลงานวิจัยด้านหญ้าแฝกจากประเทศไทย อินเดีย ออสเตรเลีย มาดากัสการ์ เวเนซุเอลา และจีน ซึ่งจำแนกรางวัลออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านงานวิจัยหญ้าแฝกดีเด่น และด้านการส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบหญ้าแฝกดีเด่น

สำหรับรางวัล “The King of Thailand Vetiver Awards 2011”  ด้านงานวิจัยหญ้าแฝกดีเด่นของนักวิชาการกรมพัฒนาที่ดินในครั้งนี้มี นางสาวประภา ธารเนตร นักวิชาการเกษตรชำนาญการ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยที่มีการศึกษาวิจัยเรื่องดังกล่าวมากว่า 3 ปี ดังนั้นการได้รับรางวัลดังกล่าวจึงนับว่าเป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งของคณะผู้วิจัย ตลอดจนหน่วยงานกรมพัฒนาที่ดิน เนื่องจากเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติและมีคุณค่าสูงสุดของการทำงาน รวมถึงเป็นโอกาสอันดีในการเผยแพร่ผลงานการดำเนินงานวิจัยของนักวิชาการเองและเป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่กรมพัฒนาที่ดินในฐานะหน่วยงานหลักในการดำเนินงานหญ้าแฝกตามพระราชดำริให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

นางสาวประภา กล่าวว่า การวิจัยที่ได้รับรางวัลเป็นการศึกษาการกักเก็บคาร์บอนในดินเพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ พร้อมทั้งเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน เพื่อประเมินการสะสมคาร์บอนและการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่ปลูกหญ้าแฝก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของคาร์บอนในดิน ในพื้นที่โครงการมูลนิธิชัยพัฒนา-แม่ฟ้าหลวง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งดำเนินการระหว่างปี 2551-2553 โดยศึกษาในแปลงควบคุมซึ่งไม่มีการปลูกหญ้าแฝก เปรียบเทียบกับแปลงปลูกหญ้าแฝกจำนวน 4 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ศรีลังกา สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ และร้อยเอ็ด

จากการศึกษาในครั้งนี้สรุปได้ในเบื้องต้นว่าหญ้าแฝกทำให้ปริมาณคาร์บอนในดินเพิ่มสูงกว่าพื้นที่ที่ไม่ได้ปลูกพืชมาก และน่าจะสูงกว่าพื้นที่ที่ปลูกพืชชนิดอื่นหลายชนิด ดังนั้น หญ้าแฝกจึงเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ที่สำคัญยังช่วยฟื้นคืนสมดุลธรรมชาติได้ สามารถช่วยปรับปรุงบำรุงดินและช่วยลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนได้ส่วนหนึ่งด้วย.

เดลินิวส์ออนไลน์

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,891
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไหมไทย เพิ่มโอกาสขยายตลาดสู่สากล - หลากเรื่องราว

กรมหม่อนไหม ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการ พัฒนาผ้าไหม และ แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งภายใน เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของกรมหม่อนไหมในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ไหมไทยในปี  2553 พบว่า เกษตรกรผู้ผลิตผ้าไหมสามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ของตนมีศักยภาพทางการตลาดเพิ่มขึ้นได้อีกมาก หากได้เรียนรู้วิธีการสร้างสรรค์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ไหมไทยอย่างเป็นระบบ ดังนั้นกรมหม่อนไหมจึงได้ริเริ่ม โครงการสร้างสรรค์เอกลักษณ์ผลิตภัณฑ์ไหมไทย โดยผลักดันให้ชุมชนทอผ้าไหมไทยซึ่งเป็นรากฐานการผลิตที่สำคัญได้เรียนรู้การวางแผนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และแนวโน้มของการออกแบบระดับสากล โดยที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ผ้าไหมไทย และแนวทางที่แต่ละกลุ่มถนัด เพื่อสร้างสรรค์ลายผ้า ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้า รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่มีความพิเศษของตนเอง

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า   การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหม กรมหม่อนไหมได้พัฒนาแบบร่างผ้าไหม และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหมตามแนวทางที่ได้สรุปไว้ และผลิตต้นแบบผลิตภัณฑ์ โดยนักวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ของกรมหม่อนไหมร่วมกับนักออกแบบเอกชน  แล้วจึงนำมาเพิ่มมูลค่าด้วยบรรจุภัณฑ์ โดยพัฒนาแบบร่างบรรจุภัณฑ์ และกราฟิกตามแนวทางที่ได้สรุปไว้ และผลิตต้นแบบบรรจุภัณฑ์ ผลงานที่ได้จากโครงการมีทั้งผลิตภัณฑ์ตกแต่งภายใน ของใช้ และเครื่องแต่งกาย
 
ผลที่ได้จากโครงการนี้ ทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตผ้าไหมได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนารูปแบบผ้าและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมให้เหมาะสมกับวิธีการผลิตและวัสดุในท้องที่ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหม และบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมสร้างเอกลักษณ์ เช่น ผลิตภัณฑ์ตกแต่งภายในบ้าน เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เป็นต้น กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตผ้าไหมสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ของตนเองได้จริง เข้าใจกระบวนการพัฒนาเทคนิคให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยสามารถวิเคราะห์ความต้องการของตลาดได้ด้วยตนเอง ทำให้คนรุ่นใหม่สนใจไหมไทยมากยิ่งขึ้น และผ้าไหมไทยได้รับการพัฒนาและได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับสากล โดยที่ยังคงรักษาภูมิปัญญาผ้าไหมไทยไว้ และคงอยู่ได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก

จากการติดตามผลการดำเนินงานโครงการพบว่ากลุ่มเกษตรกรส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการได้นำความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาสินค้า จำหน่ายและแสดงตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งมีผลตอบรับที่ดีสามารถเพิ่มโอกาสทางการตลาด สินค้าที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาภายใต้โครงการ ได้แก่ หมอนผ้าไหมรูปใบบัว ผ้าพันคอไหมถัก ผ้าคลุมไหล่ สร้อยไหมถัก กระเป๋าผ้าไหม ผ้าคลุมโซฟา ตุ๊กตาผ้าไหม ผ้าไหมผืน ชุดผ้าไหมสำเร็จรูป เป็นต้น

ในปี 2555 นี้ กรมหม่อนไหมยังคงนำโครงการดังกล่าวมาต่อยอดเป็นโครงการออกแบบผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมต้นแบบ โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ด้วยการวิจัยโครงสร้างผ้า การออกแบบลวดลายผ้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมในเรื่องของภาพลักษณ์และประโยชน์ใช้สอยของผลิตภัณฑ์ไหมไทย เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการออกแบบมีอิทธิพล ต่อความรู้สึกและการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าเป็นอย่างมาก.


เดลินิวส์ออนไลน์

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,891
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
แม่โจ้...เนรมิต'ศูนย์เกษตรล้านนา' องค์ความรู้แห่งภูมิปัญญาแบบมีชีวิต

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี... ทรงมีรับสั่งเมื่อครั้งเสด็จฯไป..มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า...อยากมาเรียนแม่โจ้....ซึ่งได้สร้างความปลาบปลื้มแก่...ชาวแม่โจ้ อย่างหาที่สุดมิได้..

อีกทั้งใน วันที่ 21 มิถุนายน 2555 ทรงมีกำหนดเสด็จฯมาเยี่ยมชม มหาวิทยาลัยแม่โจ้อีกครั้ง ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้...บอกว่า พวกเราชาวแม่โจ้จึงเห็นควรให้มีการรวบรวมองค์ความรู้ด้านการเกษตรทั้งหมดไว้ จัดแสดงในพื้นที่ขนาด 35 ไร่ ให้กลายเป็น “ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมเกษตรล้านนา” ขึ้น โดยจัดเป็นโครงการ เพื่อรวบรวมศาสตร์แห่งการเกษตรแม่โจ้ ถวายให้พระองค์ท่านทอดพระ เนตร...ชื่อว่า โครงการ “แม่โจ้....ภูมิปัญญาเกษตร”

แปลงผักกลับหัว
อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้  บอกถึงความเป็นมาในการจัดโครงการ..“แม่โจ้..ภูมิปัญญาเกษตร”...มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีชื่อเสียงที่ได้รับการยอมรับด้านการเกษตรมาอย่างยาวนาน   เป็น  รากฐานศาสตร์เกษตรต่อเนื่องมา ตลอดระยะเวลา 77 ปี ที่ได้ผลิตองค์ความรู้สู่ชุมชน  และ  สร้างคนเกษตร ออกไปทำงานตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้ง โครงการหลวง, โครงการในพระราชดำริ, หน่วยงานองค์กร ทั้งภาครัฐ และ เอกชน ประกอบกับ ผลงานวิจัยของนักวิชาการได้ก่อเกิดประ-โยชน์แก่...เกษตรกรชุมชนเป็นจำนวนมาก..

“...ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมี โครง-การอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (อพ.สธ.) มาร่วมจัดการประชุมวิชาการและจัดนิทรรศการ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนระดับภูมิภาค ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อีกด้วย”

บ้านเกษตรกรในศูนย์เกษตรล้านนา
ผศ.พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย บอกว่า...“ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมเกษตรล้านนา” บนพื้นที่ 35 ไร่รวมกับ พื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ จะใช้เป็นแหล่งรวบรวม องค์ความรู้ภูมิปัญญาเกษตรแบบล้านนาที่มีชีวิต และ จัดแสดงเผยแพร่ผลงานวิจัยด้านการเกษตร เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เข้ามาศึกษาดูงานจะได้เห็น การสาธิตในลักษณะนิทรรศการแบบมีชีวิต โดยหลังจากรับเสด็จแล้วจะเปิดให้ประชาชนเข้ามาเยี่ยมชมได้

“ในการจัดสร้างได้ดำเนินการประกอบ บ้านแบบพื้นเมือง, โรงเลี้ยงสัตว์, บ่อปลา, พื้นที่เพาะปลูก, พื้นที่จัดแสดงพืชสวนครัว  สำหรับแปลงปลูกข้าว จะมีการจัดแสดงขั้นตอนการ เตรียมแปลง ขั้นตอนดำนา และ ขั้นตอนเก็บเกี่ยว ซึ่งจะเป็นแปลงสาธิตให้เห็นข้าวทั้ง 3 ระยะคือ ข้าวเพิ่งปลูก ข้าวตั้งท้อง  และ ข้าวเหลืองสีทอง รวมถึงโรงประชุมเพื่อใช้สำหรับจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยเด่นๆ..”

ขอเชิญ..พสกนิกรชาวเชียงใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่บริเวณโดยรอบอำเภอสันทราย ร่วมเข้าเฝ้ารับเสด็จ สำหรับผู้ที่มี พืชผลเกษตร โดยเฉพาะ พันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่หายากๆ หรือ มีภูมิปัญญาองค์ความรู้ท้องถิ่น สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงครั้งนี้ได้เช่นกัน กริ๊งกร๊างติดต่อ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ 0-5387-5301 ในเวลาราชการ.


ไทยรัฐออนไลน์