ปัญหาลุ่มน้ำ ปากพนัง

  • 0 replies
  • 2583 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
ปัญหาลุ่มน้ำ ปากพนัง
« เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2011, 02:20:45 PM »
โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปาก พนัง เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกิดขึ้นจากน้ำพระราชหฤทัยห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอปากพนัง เชียรใหญ่ หัวไทร ชะอวด ร่อนพิบูลย์ จุฬาภรณ์ เฉลิมพระเกียรติ พระพรหม และบางส่วนของอำเภอลานสกา อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงพื้นที่บางส่วนของอำเภอควนขนุน อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง และบางส่วนของอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
         
พื้นที่บริเวณดังกล่าว มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 600,000 คน มีพื้นที่ประมาณ 1.9 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ทำนากว่า 500,000 ไร่ เมื่อเวลาผ่านไป ประชากรเพิ่มมากขึ้นทรัพยากรทางธรรมชาติต่าง ๆ ก็เริ่มลดน้อยลงจนถึงขั้นวิกฤติ ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการร่วมกันน้อมนำพระราชดำริมาแก้ไขปัญหาให้กับราษฎรอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการพัฒนาที่ดินเพื่อปลูกข้าวรวม 87,522 ไร่ โดยใช้รูปแบบการพัฒนาจากผลสำเร็จของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาขยายผล ด้วยการหว่านหินปูนบดในอัตรา 1-2 ตันต่อไร่แล้วไถกลบ ทำให้ผลผลิตข้าวพันธุ์เฉี้ยง พัทลุง และพันธุ์ชัยนาท 1 เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากเฉลี่ย 150-350 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 530 กิโลกรัมต่อไร่ และ 650 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ
         
ส่วนในเขตปลูกข้าวเพื่อการค้า ซึ่งดินดีเหมาะแก่การปลูกข้าวอยู่แล้ว ได้ฟื้นฟูนาร้างเพื่อปลูกข้าว 60,885 ไร่ โดยไถพรวนบุกเบิกพื้นที่นาร้าง เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาใช้ประโยชน์จากพื้นที่นาได้เหมือนเดิม และให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
   
นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ เลขาธิการสำนักงาน กปร. เปิดเผยว่า ลุ่มน้ำปากพนังมีพื้นที่กว้างใหญ่ทำให้มีความหลากหลายในเชิงระบบนิเวศ เป็นระบบนิเวศเฉพาะถิ่นที่ชาวบ้านเรียกว่าน้ำ 4 รส คือ น้ำจืดบริเวณลุ่มน้ำตอนบน น้ำเปรี้ยวบริเวณป่าพรุควนเคร็ง น้ำกร่อยบริเวณกลางลุ่มน้ำ และน้ำเค็มบริเวณปากอ่าว ปัญหาเรื่องน้ำจึงมีความแตกต่างกันเป็นผลต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกร แต่หลังจากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติเป็นผลให้พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังสามารถใช้ประโยชน์ได้ ดังเดิม
   
“ขณะนี้ชาวบ้านได้กลับเข้ามาประกอบอาชีพในพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะการปลูกข้าวที่เป็นอาชีพหลักของพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ตอนนี้มีผลผลิตที่เพียงพอและสามารถส่งขายไปยังต่างจังหวัดเกือบทั่วประเทศ นอกจากนี้ก็ยังมีพืชผลทางการเกษตรที่มีการบริหารจัดการที่ดี ทำให้เกษตรกรสามารถกลับมามีความเป็นอยู่ที่ดีได้ดังเดิม ผลประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมาจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหา เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์” นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ เลขาธิการ กปร. กล่าว
   
ทางด้าน นายปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการและประสานงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เปิดเผยว่า โครงการฯ ได้สนองพระราชดำริในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำที่เรียกว่า 4 น้ำ 3 รส คือ 4 น้ำ มีน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็มและน้ำเสีย ส่วนรสชาติ 3 รส คือ รสจืด เค็มและเปรี้ยว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริเพื่อการแก้ไขปัญหา คือการสร้างประตูระบายน้ำ ในการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกพื้นที่ และทำหน้าที่เก็บกักน้ำจืดไว้ใช้ประโยชน์ ทำให้ปัญหาการขาดน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งหมดไป มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้นยังผลให้ประชาชนกว่า 6 แสนคนในพื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
   
“การขยายผลเมื่อโครงสร้างพื้นฐานในด้านการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำทั้งระบบ แล้วเสร็จ การพัฒนาอาชีพเพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำก็จะมีการดำเนินการอย่างเต็มที่ ที่สำคัญผลประโยชน์จากการดำเนินงานในโครงการจะก่อให้ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ได้รับการฟื้นฟูกลับมาอุดมสมบูรณ์เช่นดังในอดีตโดยตัว ของระบบเอง อันจะนำมาซึ่งการสามารถใช้ประโยชน์ของพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนและยาวนานยิ่ง ขึ้น” นายปริญญา สัคคะนายก กล่าว