กรมปศุสัตว์คุมเข้มโรคไข้หวัดนกและโรคระบาดอื่นในสัตว์ปีกทุกพื้นที่

  • 0 replies
  • 3609 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
กรมปศุสัตว์คุมเข้มโรคไข้หวัดนกและโรคระบาดอื่นในสัตว์ปีกทุกพื้นที่ โดยเฉพาะแนวชายแดน โดยอธิบดีกรมปศุสัตว์ ยืนยันปัจจุบันไม่พบโรคไข้หวัดนก ในประเทศไทย พร้อมสั่งเข้มเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกและโรคระบาดอื่นในสัตว์ปีกในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะแนวชายแดน

นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏทางสื่อมวลชน พบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ประเทศกัมพูชา กรมปศุสัตว์ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเข้มงวดการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกและโรคระบาดอื่นในสัตว์ปีกในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะตามแนวชายแดน

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลสถานการณ์การเกิดโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีก ตั้งแต่มกราคม-ปัจจุบัน มีรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง จำนวน 12 ประเทศ คือ เกาหลีใต้ บังคลาเทศ พม่า ญี่ปุ่น จีน(ฮ่องกง) กัมพูชา อินเดีย เวียดนาม อิสราเอล อัฟริกาใต้ มองโกเลีย และอินโดนีเซีย สำหรับในคน มีรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง จำนวน 4 ประเทศ คือ อียิปต์ กัมพูชา อินโดนีเซีย และบังคลาเทศ สำหรับสถานการณ์การเกิดโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีก ในประเทศไทย ปัจจุบัน ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2554 ไม่มีรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกในประเทศไทยเป็นเวลามากกว่า 2 ปี 9 เดือนแล้วนับจากวันที่ทำลายสัตว์ป่วยรายสุดท้าย เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551

จากข้อมูลดังกล่าวพบว่า มีรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศพม่า จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย และกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้ามายังประเทศไทย กรมปศุสัตว์ จึงได้สั่งการให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศเข้มงวดการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกและโรคระบาดอื่นในสัตว์ปีก โดยเฉพาะจังหวัดตามแนวชายแดน และให้ด่านกักกันสัตว์ตั้งจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะในบริเวณจุดผ่านแดนทุกแห่ง และห้ามอนุญาตนำเข้าสัตว์ปีกและซากสัตว์ปีกจากประเทศกัมพูชาจนกว่าสถานการณ์โรคจะสงบ นอกจากนี้ให้ประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบแนวชายแดน เช่น ศุลกากร ด่านตรวจคน เข้าเมือง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน เป็นต้น ตรวจสอบ ตรวจค้นผู้ที่เดินทางเข้าประเทศอย่างละเอียดว่ามีการลักลอบนำสัตว์ปีกหรือซากสัตว์ปีกเข้าราชอาณาจักรหรือไม่ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน เรือ รถเข็น ตลอดจนการเดินเท้าเข้ามา หากพบการกระทำผิดให้จับกุมดำเนินคดี ยึดของกลางเพื่อตรวจพิสูจน์ หากพบว่าเป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาดให้ทำลายตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ต่อไป

ท้ายนี้กรมปศุสัตว์ จึงขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกให้หมั่นดูแลสุขภาพสัตว์ปีกของตน อย่าปล่อยให้นอนตากลมและฝน เนื่องจากปัจจุบันเป็นช่วงมีฝนตกชุก เสี่ยงต่อการระบาดของโรคไข้หวัดนก และโรคระบาดสัตว์ปีกอื่นๆ ควรจัดให้มีเล้าหรือโรงเรือนสำหรับสัตว์ปีกนอนในตอนกลางคืน สามารถป้องกันแดด ฝน ลมและพาหะนำโรคระบาดสัตว์ได้ อีกทั้งยังง่ายต่อการดูแลสุขภาพอีกด้วย นอกจากนี้ควรเสริมวิตามินและแร่ธาตุ รวมทั้งฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิภายนอกและภายในตามโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สัตว์ปีกมีสุขภาพแข็งแรง หากพบสัตว์ปีกป่วยหรือตายผิดปกติ ไม่ทราบสาเหตุ อย่านำสัตว์ปีกไปประกอบอาหารหรือโยนทิ้งน้ำ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ปศุสัตว์ตำบล อาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารงานส่วนตำบล(อบต.)ในพื้นที่ทันที หรือโทรแจ้งสายด่วนของกรมปศุสัตว์ที่เบอร์ 085 6609906 เพื่อดำเนินการควบคุม ป้องกันโรคมิให้แพร่ระบาดได้ทันท่วงที ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จาก www.dld.go.th/birdflu อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

...................................................................

ข้อมูล : ส่วนโรคสัตว์ปีก สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ : น้องนุช สาสะกุล นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กรมปศุสัตว์