ฟาร์มเลี้ยง ตะกวด มุ่งหวังเป็นสัตว์เศรษฐกิจ

  • 0 replies
  • 10460 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
ช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2552 เจ้าหน้าที่ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม...ได้ออกมาให้ข่าวว่าจะเปลี่ยนชื่อ...ตัวเหี้ย เป็น “วรนัส” หรือ “วรานุส” หรือ “วรนุช” ซึ่งอ่านมาจาก ภาษาละตินอเมริกา ว่า วารานุส ทำให้เกิดเป็นกระแสข่าวมากมาย และส่งผลกระทบกับบุคคลหลายท่านที่ชื่อ...วรนุช...

โดยจุดมุ่งหมายต้องการนำไปสู่การเพาะเลี้ยงในเชิงธุรกิจ หลายชีวิต จึงขอนำเสนอภูมิประวัติของสัตว์ชนิดนี้... “ตะกวด”...มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Varanus salvator สำหรับคำว่า “ตะกวด” นั้นมักใช้เป็นคำด่าทอและเป็นคำหยาบคายที่ไม่สุภาพ บางครั้งจึงมักใช้คำว่า ตัวเงินตัวทอง หรือ ตัวกินไก่...ส่วน ภาคอีสานบ้านเรา เรียกว่า “แลน” เป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายกิ้งก่าแต่มีขนาดใหญ่ ความยาว 2.5–3 เมตร มีลิ้นแยกเป็น 2 แฉก คล้ายกับงู ใช้สำหรับรับกลิ่น มีลาย ดอกสีเหลืองพาดขวางทางยาว

ถิ่นที่อยู่อาศัย ชอบอยู่ใกล้แหล่งน้ำเพราะว่ายน้ำเก่ง และสามารถดำน้ำนานๆ โดยลักษณะนิสัย มักตื่นคน เมื่อเห็นจะวิ่งหนี ชอบหากินของเน่าเปื่อย เศษซากอาหาร บางครั้งกินสัตว์มีชีวิต อย่างเช่น ปลา, เป็ด, ไก่, ปู, หอย, งู, หนู, นก และ ไข่ของสัตว์ต่างๆ



การผสมพันธุ์ออกลูกเป็น ไข่คราวละ 15–20 ฟอง และ ใช้เวลาฟัก 45–50 วัน ทั้งนี้ ตัวเหี้ยจะวางไข่ในปลายฤดูร้อนต่อเนื่องฤดูฝน สามารถปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งในเมืองหลวงของบ้านเรา จะพบเห็นเหี้ยจำนวนมาก อยู่ตามสวนสาธารณะหรือสถานที่ต่างๆ เช่น สวนลุมพินี สวนสัตว์ดุสิต หรือบริเวณรอบ ทำเนียบรัฐบาล ที่มีคลองและคูน้ำจำนวนมาก

ปัจจุบัน ตะกวด ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างหนึ่ง ที่มีการส่งเสริมให้เพาะเลี้ยง เพื่อนำเนื้อมาบริโภค โดยเฉพาะเนื้อบริเวณส่วนโคนหาง ที่เรียกว่า “บ้อง-ตัน” และหนังไปทำเครื่องหนัง เช่น กระเป๋า, เข็มขัด

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้สร้างฟาร์มเลี้ยงขนาดใหญ่ขึ้น และคาดว่าจะนำไปสู่การแปรรูปออกมาจำหน่ายเป็นสัตว์เศรษฐกิจ โดย นายสมโภชน์ ทับเจริญ นักวิชาการเกษตร 8 (ชำนาญการ) ผู้ดูแลโครงการฟาร์มเหี้ย บอกว่า เราต้องทำความเข้าใจกับ ตัวเหี้ย ต่างจาก ตัว “ตะกวด” แม้จะเป็นสัตว์สายพันธุ์เดียวกัน แต่เป็นคนละชนิดกัน “ตะกวด” นั้น นิสัยดุร้ายกว่าชอบกัดคน และ หางจะมีสีแดง

ส่วน...เหี้ยจะไม่กัด แต่เวลาที่ ต่อสู้นั้นจะใช้วิธีการปล้ำกัน เมื่อตัวไหนสามารถคร่อมร่างอยู่เหนืออีกตัวได้ก็ถือว่าชนะ ตัวที่แพ้ก็จะคลานหนีไป ไม่มีการทำร้ายถึงเลือดตกยางออก ที่น่าสนใจคือ การจับคู่ของมันส่วนใหญ่จะไม่มีการเปลี่ยนคู่ แต่จะอยู่กันไปจนกว่าอีกตัวจะตายจากกันไป ซึ่งตรงจุดนี้...“ถือว่าน่ารักมาก”

...ที่สำคัญ ณ ปัจจุบัน ในต่างประเทศพบว่ามีการนำมาเลี้ยงเช่นสัตว์เลี้ยงทั่วไป ใส่สายจูงผูกลากเดิน หรือ ปล่อยให้เด็กๆมาลูบมาคลำได้ นอกจากนี้ หนังของมันยังมีมูลค่า เพราะเป็นหนังคุณภาพดี ลวดลายสวย ราคาสูง ซึ่งมีการนำมาทำเป็น กระเป๋า รองเท้า สนนราคาใบละหลายหมื่นบาท ส่วนพวกเครื่องในก็สามารถนำมาเป็น สมุนไพร และ เนื้อยังนำมารับประทานได้ ถือว่า ครบวงจรเลยทีเดียว...!!

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์