ปุ๋ยดินหมักชีวภาพ สำหรับเพาะต้นกล้า

  • 1 replies
  • 7581 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
ปุ๋ยดินหมักชีวภาพ สำหรับเพาะต้นกล้า
« เมื่อ: สิงหาคม 17, 2011, 04:41:25 PM »
วิธีการทำปุ๋ยดินหมักชีวภาพสำหรับเพาะต้นกล้า

วัดุที่ใช้

1. ดินแห้งทุบให้ละเอียด ใช้ดินได้ทุกชนิด แต่ดินดำเชิงขาหรือดินขุยไผ่จะดี    5    ส่วน
2. ปุ๋ยคอกแห้งทุบละเอียด    2    ส่วน
3. แกลบดำ    2    ส่วน
4. รำละเอียด    1-2    ส่วน
5. ขุยมะพร้าวหรือขี้เค้กกากอ้อย    2    ส่วน
6. น้ำสกัดชีวภาพ 1 ส่วน + น้ำตาล 1 ส่วน + น้ำ 100 ส่วน คนให้เข้ากันดี

วัสดุทำ         
1. ผสมวัสดุทั้งหมด คลุกเคล้าจนเข้ากันดี
2. ราดน้ำสกัดชีวภาพผสมลงบนกองดิน ผสมคลุกเคล้าจนได้ความชื่นพอหมาดๆ พอปั้นเป็นก้อนได้ไม่แฉะ
3. เกลี่ยบนพื้นซีเมนต์ให้กองหนาประมาณ 1-2 ฝ่ามือ คลุมด้วยกระสอบป่านหมักไว้ 4-5 วัน นำไปใช้ได้
4. ปุ๋ยดินหมักชีวภาพที่ดีจะมีราสีขาวเกิดขึ้น มีกลิ่นหอม สามารถเก็บไว้ใช้ได้นานๆ

วิธีใช้
1. ผสมปุ๋ยดินหมักชีวภาพกับดินแห้งทุบละเอียดและแกลบดำ อย่างละเท่าๆ กัน คลุกจนเข้ากันดี เพื่อนำไปกรอกถุงหรือถาดเพาะกล้า หรือนำไปใส่ในแปลงสำหรับเพาะกล้าจะช่วยให้ได้ต้นกล้าที่เจริญเติบโตสมบูรณ์แข็งแรง
2. นำไปเติมในกระถางต้นไม้ดอกไม้ประดับได้ดี กระถางละ 1-2 กำมือ

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
Re: ปุ๋ยดินหมักชีวภาพ สำหรับเพาะต้นกล้า
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 09:57:33 AM »
ปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมชนิดเม็ด ทดแทนปุ๋ยไนโตรเจนได้ 100%

ต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ ปุ๋ยเคมี เนื่องจากราคาของปุ๋ยเคมีมีการปรับตัวตามราคาน้ำมันดิบ ส่งผลให้ต้นทุนของเกษตรกรที่ยังคงต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีในการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการใช้ปุ๋ยชีวภาพหรือสารอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมีจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังเป็นผลดีต่อพืช สภาพของดิน สิ่งแวดล้อมและตัวของเกษตรกรตลอดจนผู้บริโภคด้วย

สุปราณี มั่นหมาย นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กลุ่มวิจัยจุลินทรีย์ดิน สำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ธาตุอาหารไนโตรเจนมีความสำคัญต่อการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่การเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรต้องอาศัยปุ๋ยไนโตรเจน แต่ด้วยแนวโน้มราคาปุ๋ยเคมีมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ดังนั้น กลุ่มวิจัยจุลินทรีย์ดินจึงได้ศึกษาวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยชีวภาพที่มีประสิทธิภาพสำหรับพืชตระกูลถั่ว โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง เป็นต้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการเกษตรต่อไป

จากการวิจัยพบว่า ไรโซเบียมเป็นปุ๋ยชีวภาพชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากจุลินทรีย์ชนิดแบคทีเรียที่สามารถเข้าไปอยู่ในรากของพืชตระกูลถั่วและสามารถตรึงไนโตรเจนที่อยู่ในอากาศมาเป็นธาตุอาหารไนโตรเจนให้พืชนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี โดยสามารถใช้ไรโซเบียมทดแทนปุ๋ยไนโตรเจน เช่น ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตได้ 100% ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศไทยมีการผลิตปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ชนิดผงและชนิดเหลว ซึ่งการนำไปใช้งานสำหรับชนิดผงจะต้องคลุกเมล็ดถั่วกับผงไรโซเบียมโดยใช้น้ำมันหรือน้ำเชื่อมเป็นตัวประสานให้ผงปุ๋ยติดกับเมล็ดก่อนจึงจะนำไปปลูกได้ ส่วนชนิดเหลวก็ต้องนำเมล็ดถั่วไปคลุกกับไรโซเบียมแล้วจึงนำไปปลูก และยังมีข้อจำกัดตรงที่เมื่อผสมแล้วต้องใช้ให้หมดในคราวเดียว



ดังนั้นเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับเกษตรกรในการใช้ปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียม สำหรับพืชตระกูลถั่ว ทางคณะวิจัยจึงได้พัฒนาไรโซเบียมรูปแบบเม็ดขึ้นมา โดยเกษตรกรสามารถนำเม็ดปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมไปหยอดพร้อมกับเมล็ดถั่วได้ทันที ซึ่งการทำไรโซเบียมรูปแบบเม็ดจะต้องหาวัสดุมาปั้นเป็นเม็ดสำหรับให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าไปอาศัยอยู่รวมทั้งสามารถพาเชื้อดังกล่าวให้รอดชีวิตได้นานและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการตรึงธาตุอาหารไนโตรเจนได้ จากการทดลองหาวัสดุปั้นเม็ด ได้แก่ ปูนซีเมนต์ ซีเมนต์ขาว ปูนยิปซัม ดินเหนียว ปุ๋ยหมักมูลโค และหินฟอสเฟต พบว่าปูนยิปซัมและดินเหนียวมีความเหมาะสมในการนำมาทำวัสดุปั้นมากที่สุด เนื่องจากเมื่อนำไรโซเบียมไปไว้ในวัสดุปั้นทั้ง 2 ชนิดนี้ สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ 1 ปี แต่ต้องเก็บรักษาไว้ในที่เย็น ถ้าเป็นอุณหภูมิห้องปกติควรใช้ปูนยิปซัมเป็นวัสดุปั้นจึงจะเหมาะแต่จะมีอายุเก็บได้ประมาณ 6-8 เดือนเท่านั้น

ผลจากการทดลองทั้งในห้องปฏิบัติการและแปลงปลูกเป็นระยะเวลาถึง 5 ปี สามารถสรุปว่าประสิทธิภาพของปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมชนิดเม็ดในด้านการเพิ่มผลผลิตพืชตระกูลถั่วไม่แตกต่างจากการใช้ปุ๋ยชีวภาพชนิดผงและชนิดเหลว นอกจากนี้ ราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพทุกชนิดอยู่ในราคาเดียวกันคือ 20 บาท/ถุง แต่จุดเด่นของปุ๋ยชีวภาพชนิดเม็ดคือความสะดวกในการใช้งานและอายุการเก็บรักษายาวนานกว่าชนิดอื่นการพัฒนาปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมชนิดเม็ดของกรมวิชาการเกษตรในครั้งนี้ น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะค่าปุ๋ยไนโตรเจน เพราะปุ๋ยชีวภาพตัวนี้สามารถทดแทนปุ๋ยไนโตรเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้ผลิตปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมชนิดเม็ดเพื่อจำหน่าย เนื่องจากยังอยู่ในขั้นวิจัยและพัฒนาเพื่อการผลิตในระดับโรงงานอยู่

สำหรับเกษตรหรือผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับตัวอย่างปุ๋ยชีวภาพเพื่อนำไปทดสอบในแปลงปลูกของตนเองได้ โดยติดต่อไปยังกลุ่มงานวิจัยจุลินทรีย์ดิน สำนักพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร โทร.0-2579-7522-3 ในวันและเวลาราชการ.

http://www.dailynews.co.th