ปลูกมะม่วงก็รวยได้ ตามสไตล์ คุณมานพ

  • 0 replies
  • 3401 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
ปลูกมะม่วงก็รวยได้ ตามสไตล์ คุณมานพ
« เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2011, 10:01:29 AM »
ในวงการมะม่วง คงไม่มีใครไม่รู้จัก คุณมานพ แก้ววงษ์นุกูล ซึ่งตอนนี้เป็นประธานสมาพันธ์มะม่วงแห่งประเทศไทย แต่กว่าจะได้มาถึงขั้นนี้ ก็ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของตลาด ที่ทำให้คุณมานพ แทบจะเอาตัวไม่รอด ปัจจุบันนอกจากจะเป็นประธานสมาพันธ์มะม่วงแล้ว ยังเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้รายใหญ่ของประเทศ ซึ่งผลักดันจนกระทั่งสามารถส่งออกไปต่างประเทศอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กลายเป็นผู้สร้างตำนานมะม่วงน้ำดอกไม้ส่งออกของไทยไปโดยปริยาย สิ่งที่น่าสนใจคือคุณมานพทำอย่างไรจึงได้ก้าวมาถึงขั้นนี้ได้

เล่าย้อนอดีตไปคือเดิมมะม่วงเป็นผลไม้ที่มีปัญหาเรื่องราคา เพราะว่าไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง คุณมานพทำสวนมะม่วงอยู่ที่บางคล้า ฉะเชิงเทรา ซึ่งเราก็ทราบกันอยู่ว่าเดิมนั้นมะม่วงแปดริ้วที่ปลูกกันมากคือมะม่วงแรด ซึ่งเมื่อก่อนนี้จะเห็นวางขายกันมาก และราคาไม่สูง ปัญหาใหญ่คือเรื่องของการออกดอก เนื่องจากมะม่วงแรดออกดอกยาก บางปีที่ไม่หนาวพอก็ไม่ออกดอก แต่พออากาศดีมีการออกดอกมาพร้อมกัน ราคาก็ตกฮวบลงมา ดังนั้นคุณมานพจึงได้พยายามต่อสู้กับธรรมชาติ โดยการลองผิดลองถูก ใช้ปุ๋ยใช้ยานานาชนิด หมดเงินทดลองไปก็มาก แต่ก็ไม่สำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ความที่คุณมานพเป็นคนที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ได้รวดเร็วกว่าคนอื่น ดังนั้น เมื่อมีการค้นพบวิธีการทำให้มะม่วงออกดอกนอกฤดูได้โดยนักวิชาการ คุณมานพก็รับเอาเทคโนโลยีนั้นไปปฏิบัติเป็นรายแรกๆ ผลก็คือสามารถบังคับให้มะม่วงออกดอกได้นอกฤดู ทำให้ได้ราคาสูงมากจนน่าตกใจ

จากตรงนี้เองที่คุณมานพเริ่มมองเห็นช่องทางการตลาดที่สำคัญคือการส่งออก เพราะว่าเดิมไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องการส่งออกมะม่วงเนื่องจากว่าไม่คุ้มที่จะลงทุนทำตลาด เพราะว่าผลผลิตมีจำกัดอยู่เพียงแค่ 2-3 เดือนในช่วงฤดูกาลมะม่วงเท่านั้น แต่หากมีเทคโนโลยีบังคับดอกได้ ก็หมายความว่าโอกาสผลิตมะม่วงจะกระจายออกไปทั้งปีหรือเกือบทั้งปีได้ คุณมานพเลยจับจุดตรงนี้มองตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่น โดยไปทำความร่วมมือกับบริษัทส่งออกจากญี่ปุ่น แล้วเริ่มการสร้างตลาดขึ้นมา
การสร้างความยั่งยืนก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดญี่ปุ่น ดังนั้น การปลูกมะม่วงโดยอาศัยธรรมชาติอย่างเดียวนั้น จึงเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการทุกขั้นตอนแบบการทำธุรกิจทั่วไป คุณมานพก็เลยเริ่มทำเป็นตัวอย่างในการผลิตมะม่วงให้ได้คุณภาพที่ตลาดต้องการและสามารถสร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นมาได้

การสร้างความยั่งยืนก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดญี่ปุ่น ดังนั้น การปลูกมะม่วงโดยอาศัยธรรมชาติอย่างเดียวนั้น จึงเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการทุกขั้นตอนแบบการทำธุรกิจทั่วไป คุณมานพก็เลยเริ่มทำเป็นตัวอย่างในการผลิตมะม่วงให้ได้คุณภาพที่ตลาดต้องการและสามารถสร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นมาได้
     
ทว่า การทำคนเดียวก็คงไม่สำเร็จในการครองตลาด จึงจำเป็นต้องมีการตั้งกลุ่มเป็นชมรม ซึ่งค่อยๆ ขยายตัวใหญ่ขึ้น มีสมาชิกมากขึ้น และใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบังคับให้ออกดอกตามเวลาที่ต้องการ การจัดปฏิทินการผลิตเพื่อกระจายผลผลิตออกไปทั้งปี การห่อผล การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว รวมทั้งการดูและมาตรฐานจนสมาชิกได้รับการรับรองมาตรฐานสวน และไม่มีสารตกค้าง ในที่สุดมะม่วงของคุณมานพและสมาชิกชมรมก็สามารถเข้าไปครองตลาดญี่ปุ่นได้สำเร็จจนถึงทุกวันนี้
     
วิเคราะห์ความสำเร็จดังกล่าว สรุปได้ว่าคุณมานพเป็นผู้ที่เปิดรับเทคโนโลยี และกล้านำมาทดลองและปรับใช้ด้วยตนเอง มองความต้องการของตลาดเป็นตัวตั้งและผลิตให้ได้ตามนั้น ยอมลงทุนเพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพดี มีการเผื่อแผ่ไปยังผู้อื่นโดยการตั้งกลุ่มและกำหนดกติกาที่ชัดเจน และข้อสำคัญมีความอดทนไม่ย้อท้อต่ออุปสรรค ทั้งหมดนี้ คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จของคุณมานพที่คิดว่าเป็นตัวอย่างสำหรับอีกหลายคนที่อยากเป็นเกษตรกรก้าวหน้าครับ!
             
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ
ที่มา:หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันที่ 25 กรกฎาคม 2554
http://www.komchadluek.net/detail/20110725/103816/ปลูกมะม่วงก็รวยได้ตามสไตล์คุณมานพ.html