สวนมะนาวเงินล้าน Lemon Me

  • 0 replies
  • 313 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,890
  • +0/-0
    • เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง
สวนมะนาวเงินล้าน Lemon Me
« เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2018, 02:01:11 PM »
“เหมียว - ฤดีรัตน์ ดีสวัสดิ์” เจ้าของสวนรุ่นที่สอง เธอคือลูกสาวของ “ธงชัยพัฒน์ ดีสวัสดิ์” คุณพ่อผู้ไม่เคยมีคำว่า “ยอมแพ้” ในพจนานุกรมชีวิต แม้จะพบเจอกับวิกฤติมานับสิบๆ ครั้ง ตั้งแต่ปลูกกล้วยไม้ ก่อนขยับขยายมาเป็น สวนมะนาว ก้าวข้ามและผ่านพ้นด้วยจิตใจไม่ท้อถอย จนกระทั่งนำพาสวนมะนาวแป้นแม่ลูกดก ให้เติบโตเป็นที่รู้จักในนาม “สวนมะนาวลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครปฐม”

ขณะที่ลูกสาวซึ่งเรียบจบปริญญาตรี สาขาวิศวคอมพิวเตอร์ มหาลัยมหิดล และปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ สาขาการจัดการระหว่างประเทศ ก็เข้ามารับไม้ต่อจากคุณพ่อ พร้อมกับน้องชาย ดูแลฟูมฟักจากสวนมะนาวซึ่งเป็นเกษตรแบบบ้านๆ ทะยานสู่การเป็นเอสเอ็มอีในนาม “เลมอน มี” ออกผลิตภัณฑ์แปรรูปมะนาวพร้อมดื่มที่กลายเป็นสินค้าโอท็อประดับ 4 ดาว



หลากหลายเรื่องราวความสำเร็จ เริ่มต้นขึ้นที่นี่ โดยมีคำคำหนึ่งเปรียบเสมือนหลักพิงให้ชีวิตในทุกวิกฤติที่พานพบ

“เหมียว ฤดีรัตน์” บอกกับเราหลายรอบว่าเป็นคำพูดของคุณพ่อ นั่นก็คือ ... ท้อได้ แต่อย่าถอย เราต้องเดินต่อไป คนเรามีล้มได้ ก็ต้องมีลุกได้ เดี๋ยววันหนึ่งมันก็จะเป็นวันของเรา...

“ทุกวันนี้ เราอาจจะใช้วิธีแบบผสมผสานกันไปทั้งอินทรีย์และเคมี แต่ก็จะมีการลดปริมาณการใช้เคมีให้น้อยที่สุด จนกระทั่งถึงขั้นไม่ใช้เลยในระยะยาว จริงๆ ถ้าเป็นอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ เราก็อยากเป็น อยากจะขอใบ Certificate จาก “ไอโฟม” เลย” (International Federation of Organic Agriculture Movements - IFOAM : สหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ)

ขณะที่รัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านก็ยืนยันว่าจะช่วยผลักดันและขับเคลื่อนอย่างเต็มที่เพื่อให้เกษตรอินทรีย์เติบโตอย่างยั่งยืน และตลาดสินค้าอินทรีย์ของไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก มีผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจดูสุขภาพเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยสามารถจะก้าวไปสู่ตลาดในภูมิภาคและของโลกได้

โดยในปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ประมาณ 357 ล้านไร่ เป็นอับดับ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากอินโดนิเชีย และฟิลิปปินส์ ในขณะที่มีการบริโภคสินค้าอินทรีย์สูงถึงประมาณ 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดภายในประเทศ 900 ล้านบาท และตลาดต่างประเทศ 2,100 ล้านบาท โดยตลาดอินทรีย์ในภูมิภาคยุโรปเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย มูลค่าการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 0.07 ของมูลค่าตลาดโลก

โดยทางหน่วยงานรัฐบอกว่าประเทศไทยมีโอกาสขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้อีกมาก ทั้งการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก พวกเราจึงควรรวมพลังและร่วมมือกันผลักดันทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าอินทรีย์ที่สำคัญของอาเซียน และในระดับโลกให้ได้ต่อไปในอนาคต

“อันที่จริง อีกสิ่งหนึ่งซึ่งเราชาวเกษตรกรอยากให้รัฐเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม คือการมาให้ความรู้ ข้อมูล รายละเอียด เกี่ยวกับพวกมาตรฐานอะไรต่างๆ อย่างเช่น ไอโฟม หรือมาตรฐานอะไรก็แล้วแต่ที่มันสามารถใช้แทนไอโฟมได้ และก็อาจจะมีการช่วยอำนวยความสะดวกให้ ยกตัวอย่างเช่น อาจจะมีโครงการอะไรสักอย่างหนึ่งในเป็นโครงการที่ปรึกษา มาดูแลชี้แนะว่า ถ้าคุณอยากเป็นเกษตรอินทรีย์ คุณต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ คืออยากให้เป็นการมานั่งดูหน้างานจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่นั่งในห้องอบรมสัมมนา ถ้าช่วยอย่างนี้ได้ จะดีมากๆ เลยค่ะ”

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9610000114226