การใช้โซเชียลมีเดียทำตลาดสินค้าเกษตร

  • 0 replies
  • 1420 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ชอบเกษตร

  • ผักสวนครัวรั้วกินได้
  • *****
  • 10,853
  • +0/-0
อันนี้จากความคิดผมเอง จากผู้ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร และไม่ได้เก่งด้าน Social Media ใดๆ แต่อยากนำเสนอแนวคิดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่อง การใช้โซเชียลมีเดียทำตลาดสินค้าเกษตร

สำหรับแนวคิดของผมต่อเรื่องนี้ ตอบยาก เพราะตามที่เข้าใจคือ สินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่ทุกคนสามารถจับต้องและใช้ได้จริง แต่อาจไม่หวือหวาเท่าสินค้าชนิดอื่น ทั้งในเรื่องการทำตลาดไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายทั้งในและนอกประเทศ และในเรื่องการประชาสัมพันธ์ เรียกว่า ผู้จำหน่ายที่มีทุน ย่อมได้เปรียบกว่า แต่ในเรื่องนี้ เราควรมองไปถึง ผู้ผลิต ที่เป็นเกษตรกรโดยตรง ที่จะใช้ Social Media ในการทำตลาดสินค้าเกษตรเอง โดยไม่ผ่านกลุ่มใดๆ เลย ลองมาดูแนวคิดนี้กับผม ในเรื่อง
การใช้โซเชียลมีเดียทำตลาดสินค้าเกษตร โดยผู้ผลิตซึ่งเป็นเกษตรกรเองล้วนๆ ว่าเป็นอย่างไร

อย่างที่บอก สินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่คนทั่วไปยังไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่นัก เพราะหลายคนยังยึดติดภาพเดิมๆ ที่คิดว่าสินค้าเกษตร เป็นสินค้าที่สามารถหาจากที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใน Social Media ถึงมีก็ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะอยู่กันเฉพาะกลุ่มๆ เท่านั้น ไม่เหมือนสินค้าอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย เผยแพร่ได้อย่างอิสระ เหมือนกับว่าเราสามารถหาซื้อแครอทได้โดยไม่ต้องเข้าไปซื้อในห้างนั่นแหละ ดังนี้ สินค้าเกษตรในเมืองไทยหลายชนิดจึงเติบโตได้ยากใน Social Media ถ้าไม่แตกต่างจริง

อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดสินค้าเกษตรไม่โตในกลุ่มตลาดออนไลน์ นั่นก็เพราะความคิดที่ว่า การทำตลาดออนไลน์จำเป็นต้องมี Stock มี Order มีปัจจัยในการทำการซื้อขายมากมาย วุ่นวาย ยุ่งยาก และเกษตรกรส่วนใหญ่ ไร้เทคโนโลยี หรือ โลวเทคโนโลยี เป็นชาวบ้านทำนา ปลูกผัก กันธรรมดาๆ ไม่มีเวลาเข้าไปจัดการเรื่องเทคโนโลยีมากมาย หลายคนบ่นว่าจบแค่ ป.4 ก็มี นี่จึงเป็นจุดด้อย ที่เกษตรกรผู้ผลิต โตยาก ในตลาดออนไลน์

อยากโตใน Social Media ต้องแตกต่าง

ก่อนอื่นต้องกำจัดจุดด้อยที่ว่ามาข้างต้นออกไป แล้วหันมาสนใจเทคโนโลยีตรงหน้าก่อนเป็นอันดับแรก และต้องคิดว่าโอกาสในการทำตลาดสินค้าเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำ เพราะ Social Media ถือเป็นตัวกลางที่ทำให้ผู้ผลิต กับผู้บริโภคได้เจอกันเลยในทันทีโดยไม่มีอะไรมากั้นกลาง มันเหมือนกับว่า มีผู้ซื้อรออยู่แล้ว แค่เราหาสินค้าให้ได้ตรงตามที่ผู้ซื้อต้องการก็เท่านั้น

จริงๆ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะลองมองภาพรวมถ้าคุณอยู่ในฐานะผู้ซื้อ แล้วเจอสินค้าเหมือนๆ กันซัก 10-20 รายการ คุณจะเลือกรายการไหน แน่นอน ปัจจัยต่างๆ ย่อมมีค่าให้ผู้ซื้อตัดสินใจเลือก ในเมื่อคุณไม่ต้องกังวลกับเรื่องข้อมูลที่จะไปถึงมือผู้ซื้อ เพราะมันส่งตรงไปเลยในทันที ทีนี้ สิ่งที่คุณต้องการคือ ความต่าง และปัจจัยที่ทำให้สินค้าคุณ ถูกเลือก

ถ้าหากเรามองและหยิบข้อดีตรงนี้มา แล้วนำเสนอจุดต่างของสินค้า โดยที่ตัวเกษตรกรเองก็ต้องพยายามพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้แตกต่างจากที่มีอยู่ทั่วไปควบคู่ไปด้วย ให้สามารถดึงจุดเด่นในตัวสินค้านั้นออกมาแล้วนำเสนอให้ผู้ซื้อเห็นได้ชัดเจน  แล้วป่าวประกาศออกไปผ่าน Social Media เหมือนการนำเสนอข้อมูลไปถึงผู้สนใจในทันทีเลย มันก็จะได้ประโยชน์มาก ยิ่งมีจุดแตกต่าง ยิ่งมีข้อได้เปรียบเยอะ ยิ่งถูกเลือกได้ง่าย สิ่งเหล่านี้เราสามารถนำมาเป็นกระแส และพัฒนาต่อยอดให้ขายดิบขายดีได้ต่อเนื่อง ไม่แพ้สินค้าชนิดอื่นแน่นอน

อย่างการทำตลาดใน Social Media สำหรับสินค้าเกษตรบางกลุ่มที่แข่งขันกันสูงมาก เช่น ข้าวไรซ์เบอรี่ ถือเป็นตัววัดเลยว่าสินค้าเกษตรสามารถทำตลาดบน Social Media ได้จริง ถ้าหาจุดแตกต่างเจอ เพราะผู้ซื้อรออยู่แล้ว เพียงแต่ยังลังเลเพราะทุกที่เหมือนกันหมดเค้าอาจลองหาซื้อที่ไหนซักแห่ง แต่ถ้าเรานำเสนอความแตกต่าง และ Social Media ก็พร้อมจะเสริฟให้ถึงที่แบบทันที ย่อมได้เปรียบกว่าแน่นอน

ในความคิดผม Social Media คือโลกของสิ่งที่แตกต่าง การใช้โซเชียลมีเดียทำตลาดสินค้าเกษตร จึงจำเป็นต้องนำเสนอความแตกต่างอย่างมีคุณค่าต่อผู้สนใจ


เว็บเกษตรที่ผมดูแลอยู่ มี 2 เว็บ คือ
- http://www.kasetorganics.org    (มี s ด้วย)
- http://www.kasetorganic.com

Social Media มี
- fb 1 : https://www.facebook.com/goodorganic
- fb 2 : https://www.facebook.com/kasetorganic
- Google+ : https://plus.google.com/+Kasetorganic

แวะติดตามชมกันนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 09, 2015, 05:04:52 PM โดย เกษตรอินทรีย์ »